Loading

อีอาร์เอ ขยายแฟรนไชส์4มุมเมือง จับตลาดรีเซลแรง

วันที่ : 5 มิถุนายน 2562
"อีอาร์เอ" ผู้นำตลาดบ้านมือสอง ชี้แนวโน้มตลาดรีเซลมาแรง หลังซัพพลายล้นตลาด มีกลุ่มซื้อลงทุนรอช้อนซื้อทั้งคอนโดฯ ทาวน์โฮม และบ้านเดี่ยว เน้นทำเลใกล้โรงเรียนนานาชาติ หวังปล่อยเช่าลูกค้าต่างชาติ เร่งสร้างผู้จัดการทีม รองรับตลาดโต
          "อีอาร์เอ" ผู้นำตลาดบ้านมือสอง ชี้แนวโน้มตลาดรีเซลมาแรง หลังซัพพลายล้นตลาด มีกลุ่มซื้อลงทุนรอช้อนซื้อทั้งคอนโดฯ ทาวน์โฮม และบ้านเดี่ยว เน้นทำเลใกล้โรงเรียนนานาชาติ หวังปล่อยเช่าลูกค้าต่างชาติ เร่งสร้างผู้จัดการทีม รองรับตลาดโต

          นายวรเดช ศิวเตชานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อีอาร์เอ โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ผลพวงจากตลาดที่อยู่อาศัยสร้างใหม่หรือบ้านมือหนึ่งเติบโตอย่างมาก ส่งผลให้ทรัพย์มือสองขยายตัวอย่างต่อเนื่องเช่นกัน การที่มีซัพพลายจำนวน มากๆ ถือเป็นเรื่องที่ดี ผู้ซื้อจริงหรือผู้บริโภคมีโอกาสในการเลือกสิ่งที่ถูกกว่า ดีกว่า และเหมาะกว่า ขณะเดียวกันธนาคารพาณิชย์หันมาสนใจตลาดทรัพย์มือสองมากขึ้น ยิ่งเป็นเรื่องที่ดีต่อผู้บริโภค

          การที่ตลาดบ้านใหม่โตอย่างมาก ก็เพราะผู้ประกอบการพัฒนาสินค้าตามตลาด (market) ซึ่งปัจจุบันคอนโดมิเนียมถือเป็นสินค้าหลักของตลาดที่อยู่อาศัย จากการที่มีรถไฟฟ้าตัดใหม่ ดังนั้นดีเวลอปเปอร์ก็หันมาพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมแนวรถไฟฟ้ากันมากจนล้นตลาด แต่ข้อดีของการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามแนวโน้มตลาดคือ ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น และได้สินค้าที่ดีขึ้น แต่มีประเด็นที่ว่าผู้บริโภค มีซับซ้อนขึ้น ไม่ได้มีเฉพาะเรียล ดีมานด์ ยังมีซื้อเพื่อลงทุน และซื้อเพื่อเก็งกำไร

          นอกจากบ้านมือสองจะเติบโตแล้ว ตลาดที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จแล้วกลับมาขายใหม่ หรือตลาดรีเซลก็มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มมากขึ้น ทั้งคอนโดมิเนียม ทาวน์โฮมและบ้านแฝด โดยขณะนี้มีผู้ซื้อกลุ่มลงทุนติดต่อมาที่บริษัท ต้องการซื้อคอนโดมิเนียม ทาวน์โฮม รวมถึงบ้านแฝดในตลาดรีเซล โดยเน้นทำเลใกล้โรงเรียนนานาชาติ เพื่อนำไปปล่อยเช่ากับลูกค้าต่างชาติ

          "วันนี้อีอาร์เอ หันมาทำตลาดคอนโดฯรีเซล เพราะมีลูกค้าทั้งเรียลดีมานด์ และลงทุน ทำเลที่ขายดีของเราอยู่ที่ย่านพระโขนง ถ้าเป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด จะอยู่ที่ย่านบางนา ส่วนทาวน์โฮม ก็ย่านเอกมัยและรามอินทรา นอกจากนี้ตลาดรีเซลในภูมิภาคก็มีหลายพื้นที่ที่มีแนวโน้มโต เช่น ภาคตะวันออก จากอานิสงส์แผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซี และยังมีที่นครราชสีมา ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเมินตลาดรีเซลทั่วประเทศประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท"

          "อัตราดูดซับตลาดรีเซลค่อนข้างดี ทำให้ยอดขายตัวแทนขายของอีอาร์เอไม่มีตก มีการโอนทุกวัน ปัจจุบันอัตราการขายของอีอาร์เอ อยู่ที่ 15% เพิ่มจากปีก่อนที่ประมาณ 11%"

          สิ่งหนึ่งที่ถือเป็นสัญญาณที่ดีก็คือ วันนี้เริ่มเห็นผู้ซื้อจากต่างจังหวัดมีความต้องการซื้อบ้านรีเซลในกรุงเทพฯ ประมาณ 30% แล้ว แต่ลูกค้าหลักก็ยังเป็นคนกรุงเทพฯ 70% โดยพฤติกรรมลูกค้าจากภาคใต้จะต้องการซื้อทาวน์เฮาส์-ทาวน์โฮม สูงถึง 20% ส่วนลูกค้าจากอีสานจะสนใจซื้อคอนโดฯ บริษัทจึงปรับแนวทางการทำตลาดให้มีการผสมผสานกันทั้งคอนโดมิเนียม บ้านและทาวน์โฮม โดยสัดส่วนหลักยังเป็นบ้านเดี่ยว

          นายวรเดช กล่าวต่อไปว่า จากการที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์มือ 2 และโครงการใหม่เติบโตอย่างมากในช่วง 5 ปีหลังนี้ อีอาร์เอ ประเทศไทย ได้ปรับแนวทางการดำเนินธุรกิจจากเดิมที่ขายทรัพย์มือ 2 ควบคู่กับการบริหารการขาย จากนี้ไปจะมุ่งอย่างหลังเป็นหลัก โดยพัฒนาเครื่องมือหรือองค์ความรู้ด้านการขายเสริมให้กับตัวแทนขาย และแฟรนไชส์ในเครือข่ายแทน พร้อมกับจัดหลักสูตรอบรมการขายอสังหาฯมือ 2 และการขายโครงการใหม่ให้กับผู้ที่สนใจจะเป็นนักขายอสังหาฯมืออาชีพ โดยค่าสมัครรายละ 3,000 บาท ซึ่งปัจจุบันจัดไปแล้วหลายรุ่น

          นอกจากสร้างนักขายหน้าใหม่ บริษัทจะเร่งเสริมระดับผู้จัดการทีมขายรุ่นใหม่ ซึ่งปัจจุบันมีตัวแทนขายกว่า 2,000 คน ในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ทั้งนี้ มีแผนจะเพิ่มแฟรนไชส์ในหัวเมืองหลักและกรุงเทพฯให้ครบทั้ง 4 มุมเมือง หากไม่สามารถหาได้บริษัทก็อาจจะลงทุนเปิดเอง อย่างไรก็ตาม แฟรนไชส์ ก็เดินหน้าขยายเพิ่ม ปัจจุบันมี 30 ทำเล แต่ละปีมีแฟรนไชส์เพิ่มประมาณ 12 ราย โดยรายได้จากแฟรนไชส์ปีละ 20-50 ล้านบาท

          "อัตราดูดซับตลาดรีเซลค่อนข้างดี ทำให้ยอดขายตัวแทนขายของอีอาร์เอไม่มีตก มีการโอนทุกวัน ปัจจุบันอัตราการขายของอีอาร์เอ อยู่ที่ 15% เพ่มจากปีก่อนที่ประมาณ 11%"
 
ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ