Loading

DOHOMEหวังยึดหัวเมืองเจาะใจรายย่อยปั้นกำไร

วันที่ : 6 สิงหาคม 2562
DOHOME พร้อมเทรดวันนี้ หนึ่งในผู้นำธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง วัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ตกแต่งบ้านแบบครบวงจร มีทั้งหมด 11 สาขา "อดิศักดิ์ ตั้งมิตรประชา" หัวเรือใหญ่ ประกาศรุกเปิดสาขาเต็มสูบ เจาะกลุ่มลูกค้าหัวเมืองสำคัญ เน้นโมเดลแบบเล็กพริกขี้หนู เข้าถึงใจรายย่อย ล่าสุดโชว์งบ
          DOHOME พร้อมเทรดวันนี้ หนึ่งในผู้นำธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง วัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ตกแต่งบ้านแบบครบวงจร มีทั้งหมด 11 สาขา "อดิศักดิ์ ตั้งมิตรประชา" หัวเรือใหญ่ ประกาศรุกเปิดสาขาเต็มสูบ เจาะกลุ่มลูกค้าหัวเมืองสำคัญ เน้นโมเดลแบบเล็กพริกขี้หนู เข้าถึงใจรายย่อย ล่าสุดโชว์งบ

          นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ยินดีต้อนรับ บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ หมวดพาณิชย์

          DOHOME ประกอบธุรกิจจำหน่ายปลีก ส่ง และให้บริการด้านวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านแบบครบวงจรภายใต้แนวคิดการดำเนินธุรกิจ "ครบ ถูก ดี...ที่ดูโฮม" มีสินค้าประเภทวัสดุก่อสร้าง ซ่อมแซม และตกแต่งบ้านที่ครบถ้วน หลากหลายกว่า 135,000 SKUs ในทุกระดับราคา เพื่อตอบสนองลูกค้าทุกกลุ่ม ปัจจุบันดูโฮมเปิดดำเนินการแล้วทั้งหมด 11 สาขา โดยแบ่งเป็นสาขาขนาดใหญ่ 9 สาขาและ Dohome To Go 2 สาขา รวมทั้งมีศูนย์กระจายสินค้าที่จังหวัดปทุมธานี

          DOHOME มีทุนจดทะเบียน 1,856.16 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 1,400 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 456.16 ล้านหุ้น ทั้งนี้จำนวนหุ้นที่เสนอขายทั้งหมด จำนวน 521.20 ล้านหุ้น แบ่งเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 456.16 ล้านหุ้น หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 8.88 ล้านหุ้น และจัดสรรหุ้นสามัญส่วนเกิน 56.16 ล้านหุ้น ในราคาเสนอขายหุ้นละ 7.80 บาท

          มีมูลค่าระดมทุนรวม 4,065.36 ล้านบาท  Q1 ปี 2562 กำไร 246.68 ล้านบาท เทียบจากปีก่อนที่กำไร 185.63 ล้านบาท   (รวมจัดสรรหุ้นส่วนเกิน) และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO กว่า 14,400 ล้านบาท โดยมี บริษัทหลักทรัพย์ภัทร และบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดการการจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญ DOHOME

          เดินหน้าขยายธุรกิจ

          นายอดิศักดิ์ ตั้งมิตรประชา กรรมการผู้จัดการบริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME กล่าวว่า เงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ส่วนหนึ่งจะนำไปใช้ขยายธุรกิจ เช่น การเปิดสาขาขนาดใหญ่รูปแบบใหม่ที่มีขนาดพื้นที่เล็กลงตามหัวเมืองสำคัญ โดยยังคงแนวคิด "ครบ ถูก ดี" รวมถึงการพัฒนาโมเดลขยายสาขาขนาดเล็กภายใต้ชื่อ "Dohome To Go"

          โดยรูปแบบโมเดลขนาดเล็กจะสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้ารายย่อยได้มากขึ้นและมีความคล่องตัวในการขยายสาขาเครือข่าย อีกทั้งจะนำเงินทุนไปพัฒนาระบบสารสนเทศ ชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานต่อไป หลัง IPO DOHOME มีผู้ถือหุ้นใหญ่ ได้แก่ กลุ่มครอบครัวตั้งมิตรประชา ซึ่งถือหุ้นรวม 71.9% ของทุนจดทะเบียน ชำระแล้ว

          นอกจากนี้ DOHOME มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในแต่ละปี ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลตามงบการเงินเฉพาะกิจการ และภายหลังการจัดสรรทุนสำรองตามกฎหมาย

          สำหรับผลการดำเนินงานบริษัทปี 2561 มีกำไรสุทธิ 438.75 ล้านบาท เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่กำไรสุทธิ 931.37 ล้านบาท ส่วนผลการดำเนินงวดไตรมาส 1/2562 บริษัทมีกำไรสุทธิ 246.68 ล้านบาท เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 185.63 ล้านบาท

          พัฒนาสินค้าต่อยอด

          ทั้งนี้จากข้อมูลที่บริษัทได้รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ โดยระบุว่าสินค้าของกลุ่มบริษัท แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ สินค้ากลุ่มวัสดุก่อสร้าง สินค้ากลุ่มวัสดุซ่อมแซมและ สินค้ากลุ่มวัสดุตกแต่ง ซึ่งรวมเป็นจำนวนหน่วยเก็บสินค้า (SKUs) ที่มากกว่า 135,000 รายการ ทั้งที่เป็นสินค้าภายใต้ตราสินค้าของกลุ่มบริษัท (House Brand) และสินค้าภายใต้ตราสินค้าอื่น (Non-House Brand)

          กลุ่มบริษัทมีสินค้าภายใต้ตราสินค้าของกลุ่มบริษัท (House Brand) รวมมากกว่า 20,000 หน่วยสินค้า (SKU) ซึ่งเป็นสินค้าที่ออกแบบและ/หรือสั่งผลิตจากโรงงานเพื่อวางจำหน่ายที่สาขาของกลุ่มบริษัท ส่งผลให้กลุ่มบริษัทสามารถตั้งราคาขายสินค้าภายใต้ตราสินค้าของกลุ่มบริษัท (House Brand) ที่แข่งขันได้กับสินค้าภายใต้ตราสินค้าอื่น (Non-House Brand) และสามารถสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าซื้อสินค้าได้เป็นอย่างดี

          โดยในปี 2561 กลุ่มบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการขายและค่าบริการจากสินค้าภายใต้ตราสินค้าของกลุ่มบริษัท (House Brand) เป็นร้อยละ 14.4 ทั้งนี้กลุ่มบริษัทตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนสินค้าภายใต้ตราสินค้าของกลุ่มบริษัท (House Brand) ในอนาคตเป็นร้อยละ 20.0 ของรายได้จากการขายและค่าบริการ ภายในปี 2565
 
ข่าววัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ อื่นๆ