Loading

CPNส่งซิกครึ่งหลังโตรับไฮซีซั่น เล็งขายสินทรัพย์เข้า CPNREIT 1.2 หมื่นล้าน

วันที่ : 19 สิงหาคม 2562
CPN ลั่นครึ่งปีหลังรายได้โต รับไฮซีซั่น-ปรับปรุงศูนย์การค้าเสร็จ-ทยอยโอนคอนโดฯ ลุยเปิดเซ็นทรัลวิลเลจ วันที่ 31 ส.ค.นี้ พร้อมคงเป้ารายได้รวมปีนี้เพิ่มขึ้น 10-11% เล็งขายสินทรัพย์เข้า CPNREIT อีก 8,000-12,000 ล้านบาท
          CPN ลั่นครึ่งปีหลังรายได้โต รับไฮซีซั่น-ปรับปรุงศูนย์การค้าเสร็จ-ทยอยโอนคอนโดฯ ลุยเปิดเซ็นทรัลวิลเลจ วันที่ 31 ส.ค.นี้ พร้อมคงเป้ารายได้รวมปีนี้เพิ่มขึ้น 10-11% เล็งขายสินทรัพย์เข้า CPNREIT อีก 8,000-12,000 ล้านบาท

          นางสาวนภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงิน บัญชี และบริหารความเสี่ยง บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2562 จะมีรายได้เติบโตที่ดีเหมือนกับในช่วงครึ่งปีแรก ตามการเติบโตของธุรกิจหลัก เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจค้าปลีก โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4/2562 ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ และยังมองกำลังซื้อของผู้บริโภคยังดี รวมถึงการรับรู้รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง

          ประกอบกับคาดหวังรัฐบาลใหม่ออกมาตรการมากระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน รวมถึงได้แรงหนุนจากศูนย์การค้าที่ปรับปรุงแล้วเสร็จ ได้แก่ 1.ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ที่มีการเชื่อมทางเข้าศูนย์การค้าใหม่จากสถานี BTS ห้าแยกลาดพร้าว และการปรับปรุงชั้น G และชั้น 2, 2.ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงราย ที่มีการเปิดโซนการค้า และอาคารจอดรถใหม่ และ 3.ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ชลบุรี ที่มีการเปิดโซนการค้า และอาคารจอดรถใหม่ ซึ่งจะช่วยให้มีลูกค้าเข้ามาใช้พื้นที่ในศูนย์การค้าเพิ่มขึ้น

          นอกจากนี้ บริษัทเตรียมเปิดให้บริการเซ็นทรัลวิลเลจ ศูนย์การค้ารูปแบบลักชูรีเอาท์เล็ต ระดับโลกแห่งแรกของประเทศไทย ด้วยการออกแบบเชิดชูอัตลักษณ์ความเป็นไทยที่จะสร้างความภาคภูมิใจในฐานะเดสติเนชั่นแห่งการช็อปปิ้งบนทำเลที่ดีที่สุดใกล้ สนามบินสุวรรณภูมิ สามารถรองรับลูกค้าชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างประเทศได้มากกว่า 6 ล้านคนต่อปี ซึ่งกำหนดเปิดให้บริการในวันที่ 31 ส.ค. 2562 นี้

          โดยในปัจจุบันบริษัทบริหารจัดการศูนย์การค้ารวม 33 แห่งมีพื้นที่ให้เช่าสุทธิ 1.80 ล้านตารางเมตร (ตร.ม.) แบ่งเป็น ศูนย์การค้าอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 14 แห่ง และศูนย์การค้าอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด 18 แห่ง รวมถึงศูนย์การค้าในประเทศมาเลเซีย 1 แห่ง อีกทั้งยังมีศูนย์อาหาร 30 แห่ง อาคารสำนักงาน 7 อาคาร และโรงแรม 2 แห่ง ซึ่งนับรวมอสังหาริมทรัพย์ที่ได้โอนไปยังทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทลโกรท (CPNREIT) และกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN คอมเมอร์เชียลโกรท (CPNCG) แต่ยังอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัท

          สำหรับในปี 2562 บริษัทตั้งงบลงทุนในการปรับปรุงศูนย์การค้า การลงทุนศูนย์การค้า และการลงทุนอื่น ๆ รวมประมาณ 19,000 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีแรกได้มีการใช้เงินลงทุนไปแล้ว 8,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะใช้งบลงทุนในช่วงที่เหลือของปี 2562

          ดังนั้น บริษัทมั่นใจปี 2562 จะมีรายได้รวมเติบโต 10-11% เมื่อเทียบกับปี 2561 ที่มีรายได้รวม 37,662.63 ล้านบาท ตามการเปิดให้บริการศูนย์การค้าที่ปรับปรุงแล้วเสร็จ และปกติได้มีการปรับราคาค่าเช่าร้านศูนย์การค้าขึ้นเฉลี่ย 3-5% ส่วนศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ยังไม่มีการปรับขึ้นค่าเช่า เพราะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ประกอบกับการเติบโตของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ พร้อมทั้งประเมินว่ายอดขายสาขาเดิม (SSSG) จะมีการเติบโตราว 3-4% หลังมีการปรับปรุงพื้นที่ศูนย์การค้าใหม่

          ขณะเดียวกันในปี 2562 บริษัทตั้งเป้าหมายมีรายได้จากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 3,000 ล้านบาท หรือเติบโต 15-20% เมื่อเทียบกับปี 2561 โดยในช่วงครึ่งปีหลังจะมีการก่อสร้างแล้วเสร็จ และทยอยโอนกรรมสิทธิ์ต่อเนื่อง ทั้งโครงการ ESCENT นครราชสีมา, ESCENT VILLE เชียงราย, ESCENT อุบลราชธานี และ ESCENT ตึก 2 รวมถึงโครงการคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ได้แก่ “ฟีล พหล 34” (PHYLL PAHOL 34) ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกสามารถมีรายได้รวมแล้ว 600 ล้านบาท

          รวมถึงบริษัทยังมีโครงการบ้านเดี่ยวแห่งแรกของ CPN คือโครงการ “นิยาม บรมราชชนนี" ในกรุงเทพฯ ที่สามารถโอนกรรมสิทธิ์แล้ว 5 ยูนิต ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างในเฟสถัดไป ด้านโครงการซุปเปอร์ ทาวเวอร์ แอท เดอะ แกรนด์ พระราม 9 ขณะนี้อยู่ระหว่างการทบทวนแผนว่าจะลงทุนในรูปแบบใด ซึ่งจะพิจารณาทั้งด้านการตลาด และความคุ้มค่าในการลงทุน
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ
15 ตุลาคม 2562
ตลาดบ้านพักตากอากาศฟื้น ซีบีอาร์อี พบต่างชาติแห่ซื้อสูงถึง40%
นางสาวประกายเพชร มีชูสาร ผู้อำนวยการแผนกซื้อขายบ้านพักตากอากาศ ซีบีอาร์อี ประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการสำรวจตลาดบ้านพัก ตากอากาศโดยซีบีอาร์อี บริษัท ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ พบว่า ตลาดบ้านพักตากอากาศเริ่มกลับมาได้รับความนิยมจากนักลงทุนอีกครั้ง โครงการบ้านพักตากอากาศชั้นนำหลายแห่งมียอดขายเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากความต้องการโครงการระดับคุณภาพที่สะสมมานานอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดที่พักอาศัยที่มีราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท จะมีสัดส่วนผู้ซื้อเป็นชาวต่างชาติสูงถึงกว่า 40%