Loading

กลุ่มทุนไทย-จีนยกทัพยึดEEC รับผังเมืองใหม่ปลดล็อกลงทุน

วันที่ : 9 กันยายน 2562
งบลงทุนมหาศาลกว่า 7 แสนล้านบาท ที่อนุมัติกรอบการลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC ) ของภาครัฐและเอกชนในระยะ 5 ปี (พ.ศ.2560-2564) จะทำให้พื้นที่ 3 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ จังหวัดระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา มีการเติบโตยิ่งขึ้นไปอีก
          ที่ติดทะเลพัทยา 'วาละล้านกว่า' ออริจิ้นฯผุด'Smart City' หมื่นล.

          อสังหาริมทรัพย์

          งบลงทุนมหาศาลกว่า 7 แสนล้านบาท ที่อนุมัติกรอบการลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC ) ของภาครัฐและเอกชนในระยะ 5 ปี (พ.ศ.2560-2564) จะทำให้พื้นที่ 3 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ จังหวัดระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา มีการเติบโตยิ่งขึ้นไปอีก และโครงการใน ECC จะมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยภายใต้ยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 โดยจะมีเมกะโปรเจกต์ด้านต่างๆ เกิดขึ้นอย่างครบถ้วน เชื่อมโยงการคมนาคมทั้งทางบก ผ่านรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ทางอากาศผ่านสนามบินอู่ตะเภา และทางน้ำผ่านท่าเรือ น้ำลึกมาบตาพุด ส่งผลให้พื้นที่ภายใน EEC มีศักยภาพจะก้าวสู่การเป็นย่านใจกลางธุรกิจแห่งใหม่ (New CBD)อีกแห่งหนึ่งของไทย ซึ่งเม็ดเงินลงทุนในโครงการ ต่างๆ ใน EEC จะทำให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 1 แสนคน มีนักท่องเที่ยวไหลเข้ามาเพิ่มไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคนต่อปี

          ...EEC ได้กลายเป็น "แม่เหล็กยักษ์" ที่จะดึงดูดเงินทุน เทคโนโลยี และสร้างโอกาสให้ประเทศไทยสามารถเชื่อมต่อกับกลุ่มเศรษฐกิจในทวีปเอเชียได้อย่างสมบูรณ์ และชิงความได้เปรียบในภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่มีประชากรรวมกว่า 3,500 ล้านคน และจีดีพีคิดเป็น 32% ของจีดีพีโลก

          ล่าสุดคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก (กพอ.) ได้เห็นชอบ (ร่าง) แผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน และ (ร่าง) แผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่เขตพัฒนา พิเศษภาคตะวันออก โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ได้วางแผนรองรับการพัฒนาพื้นที่ในอนาคตในระยะ 20 ปี (2560-2580) รวมมีพื้นที่ 8,291,250 ไร่ โดยในปี 2560 มีประชากร 4,015,168 คน และคาดว่าในปี 2580 จะเพิ่มเป็น 6,006,380 คน

          กลุ่มทุนขนาดใหญ่เร่งพัฒนา

          โครงการรับผัง EEC

          นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัด ชลบุรี กล่าวว่า รัฐบาลพยายามสร้างโครงสร้างทางเศรษฐกิจให้เติบโต ซึ่งโครงการ EEC หรือแม้แต่โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จะช่วยในเรื่องการขนส่งคนครั้งใหญ่ทั้งคนในประเทศ และอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ในอนาคต

          "ชลบุรี ยังถูกกำหนดให้เป็นสปอร์ต เอนเตอร์- เทนเมนต์ ซึ่งทุกอย่างมีความพร้อม ไม่ว่าจะเป็นด้านใกล้สนามบิน มีโรงแรมให้บริการ และร้านอาหาร และมี โครงข่ายเชื่อมสนามบิน และภายในปี 2569 ไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ที่จังหวัดชลบุรี และหวังเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 35 ในปี 2575 อีกด้วย"

          นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา คาดการณ์ว่า ประมาณ 2 อาทิตย์ ผังการใช้ประโยชน์ที่ดินใน EEC จะประกาศได้ เป็นผังที่มีประโยชน์ ช่วยปลดล็อกให้กับนักลงทุน ซึ่งแน่นอนความชัดเจนดังกล่าว จะยิ่งทำให้กลุ่มทุนขนาดใหญ่เข้ามามากยิ่งขึ้น ซึ่งในปัจจุบันก็มีบริษัทขนาดใหญ่ของประเทศไทย เข้ามาลงทุน เช่น กลุ่มจากเบียร์ช้าง ที่จะเข้ามาทำโครงการเอเชียทีค พัทยา และยังมีแปลงที่ดินผืนใหญ่ที่อยู่ใจกลางเมืองพัทยา รวมถึงไอคอนสยาม และธุรกิจโรงพยาบาล ที่จะมาหาโอกาสลงทุนในเมืองพัทยา

          "มีการเตรียมศึกษาออกแบบโครงการรถไฟ รางเบา (Tram Project) รองรับการเจริญเติบโตของการเป็นเมือง MICE CITY และสามารถลดปัญหาการ จราจรคับคั่งดังกล่าวได้อย่างเป็นรูปธรรม และยังเชื่อมไปยังระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง เพื่อรองรับรถไฟความเร็วสูงในพื้นที่โครงการ EEC"

          ตระกูลดังธุรกิจห้างทองพัทยา

          ปั๊มพอร์ต รร.-คอนโดฯรับ EEC

          สำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเมืองพัทยา มีการลงทุนทั้งจากทุนท้องถิ่น ผู้ประกอบการจากส่วนกลาง และกลุ่มทุนจากต่างประเทศ ขยายตลาดในเมืองพัทยามาอย่างต่อเนื่อง รูปแบบโครงการจะเป็นมิกซ์ยูส โครงการคอนโดมิเนียม โรงแรม ตลาดรีเทล ส่งผลให้มูลค่าการพัฒนาโครงการออกสู่ตลาดไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท

          "เราไม่กังวลจากการเข้ามาของกลุ่มทุนต่างๆ ดีกับเรา ทำให้เมืองพัทยามีศักยภาพมากขึ้น เกิดการ เข้ามาของนักท่องเที่ยว เราทำธุรกิจในพัทยามา 40 ปี เป็นคนในพื้นที่ เห็นโอกาส ซึ่งแรกเริ่มทำธุรกิจร้านทอง ห้างทองสุกเยาวราชพัทยา ขยายสู่ธุรกิจโรงแรมและ ด้วยที่คุณแม่ชอบอสังหาริมทรัพย์ อีกทั้งน้องชายก็สนใจ จึงแตกไลน์สู่ธุรกิจอสังหาฯ เป็นครั้งแรก ปัจจุบันทางครอบครัว ยังมีที่สะสมในพัทยา 10 แปลง รวมกว่า 30 ไร่" นางสาวธิดา เชิดสุริยา ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ออเนอร์ เอสเตท จำกัด ในเครือ ออเนอร์ กรุ๊ป กล่าวและว่า

          โดยในแผนธุรกิจช่วง 3 ปี เน้นการพัฒนาในพื้นที่ EEC เนื่องจากมองว่ายังมีทิศทางการเติบโตที่สูง เพราะภาครัฐยังมีการลงทุนด้านระบบสาธารณูปโภคจำนวนมาก ทำให้มีนักลงทุนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง มีความต้องการในที่อยู่อาศัยมากขึ้น โดยเบื้องต้น จะพัฒนาปีละประมาณ 2 โครงการ มูลค่าประมาณ 1,000-2,000 ล้านบาท

          สำหรับ "วันส์ พัทยา" เป็นโครงการแรกในธุรกิจอสังหาฯ พัฒนาส่วนแรก 1 อาคาร บนเนื้อที่ 2 ไร่ จาก 4 ไร่ ราคาขายเริ่มที่ 2.85-22 ล้านบาท จำนวน 427 ยูนิต มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 43% เป็นลูกค้าคนไทยกว่า 70% และต่างชาติกว่า 20% ส่วนใหญ่เป็นชาวรัสเซีย รองลงมาเป็นเกาหลี, เวียดนาม และไต้หวัน คาดว่าจนถึงปลายปี 62 จะทำยอดขายได้ 80% ตามแผน จะก่อสร้างแล้วเสร็จในไตรมาส 2 ปี 65

          นอกจากนี้ ในแปลงเดียวกันที่เหลืออีก 2 ไร่ บริษัทจะพัฒนาโรงแรมระดับอินเตอร์แบรนด์เป็น ครั้งแรก ขนาดกว่า 300 ห้อง มูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท อยู่ระหว่างพิจารณาเลือกเชนโรงแรมเข้ามา บริหารงาน

          "ปัจจุบันซัพพลายคอนโดฯในทำเลพัทยาเหนือนั้นมีน้อยมาก เพียงประมาณ 2-3 โครงการเท่านั้น ราคาขายกว่า 1 แสนบาทต่อตารางเมตร  โดยที่มีการพัฒนาโครงการน้อย เนื่องจากแลนด์ลอร์ดส่วนใหญ่เป็นผู้มีฐานะทางการเงิน จึงไม่ค่อยปล่อยขายที่ดิน โดยในช่วงกว่า 1 ปีที่ผ่านมา ราคาที่ดินติดชายทะเลพุ่งสูงไปกว่า 1 ล้านบาทต่อตารางวาแล้ว มูลค่าอสังหาฯในตอนนี้มีแต่เพิ่มขึ้น ยังไม่นับรวมโครงการรถไฟความ เร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ที่จะเพิ่มศักยภาพให้กับเมืองพัทยายิ่งขึ้น โดยเฉพาะทำเลที่ตั้งโครงการ "วันส์ พัทยา" ถือว่าอยู่ในไข่แดงของเมืองพัทยา บนถนนเฉลิมพระเกียรติ พัทยาสาย 3 โซนพัทยาเหนือ ซึ่งเปรียบไปแล้ว ก็เหมือนทำเลทองหล่อบนถนนสุขุมวิท กรุงเทพฯ"

          ทั้งนี้ ในปี 2563-64 จะพัฒนาโครงการภายใต้แบรนด์ใหม่ "โมชั่น สุขุมวิท พัทยา" จำนวน 250 ยูนิต มูลค่าโครงการ 500 ล้านบาท  และโครงการ "โมชั่น เซ็นทรัล พัทยา" จำนวน 400 ยูนิต มูลค่าโครงการ 800 ล้านบาท

          นทท.จีนหดหาย มีกลุ่มเวียดนามมาเสริม

          นายเดชา นาชัยธง กรรมการผู้จัดการ ออเนอร์ กรุ๊ป กล่าวถึงภาพรวมการท่องเที่ยวในพัทยาว่า ยังคงเติบโต โดยอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 6 เดือนแรกในพัทยาประมาณ 77% ซึ่งเป็นระดับที่เราดีใจ ต่างจากในอดีตที่มีเหตุการณ์ที่ยอดเข้าพักลดลงอย่างมาก ทั้งนี้ แม้กลุ่มนักท่องเที่ยวจากจีนลดลง แต่เริ่มมีนักท่องเที่ยวเวียดนามที่เข้ามาเสริม

          "เราเชื่อมั่น EEC จะกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ แต่ละจังหวัดถูกวางยุทธศาสตร์ที่สนับสนุนซึ่งกันและกัน เช่น ระยอง จะเน้นรถยนต์ พัทยา ในจังหวัดชลบุรี จะถูกยกระดับสู่มหานคร มีทั้งโรงแรม กีฬา การประชุมนานาชาติ รวมถึงเอนเตอร์เทนเมนต์ รองรับนักท่องเที่ยวได้หลากหลายมากขึ้น"

          ด้านฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด ฉายภาพตลาดคอนโดมิเนียมในเมืองท่องเที่ยว อย่างเช่น เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ว่า ช่วง 6 เดือนแรกของปี 62 พัทยามีอุปทานระหว่างการขายมากที่สุด 65,968 ยูนิต คิดเป็น 54.7% ของอุปทานที่อยู่ระหว่างการขายทั้งหมดของ 8 เมืองท่องเที่ยวสำคัญ แต่มีการดูดซับไปแล้ว 72% ทำให้มียูนิตเหลือขาย 18,272 ยูนิต ORI ยกทัพปักหมุดระยอง ผุดเมืองอัจฉริยะต้นแบบ

          สำหรับจังหวัดระยองแล้ว จะถูกอัพเกรดขึ้นเป็น Hub Location ในโซน EEC ทำให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ EEC ใน 3 จังหวัด กลายเป็นสนามการลงทุน ที่มีการแข่งขันสูง จากผู้ประกอบการพัฒนาที่ดินทั้ง รายใหญ่-รายเล็ก เช่น กลุ่มพฤกษา เรียลเอสเตท, ศุภาลัย, ลลิล พร็อพเพอร์ตี้, เสนา ดีเวลลอปเมนท์, เอสซี แอสเสท, ควอลิตี้ เฮ้าส์ และออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เป็นต้น

          โดยพบว่าแต่ละจังหวัด มีบทบาทสำคัญที่แตกต่างกัน โดยจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นเมืองที่อยู่อาศัยชั้นดีรองรับการขยายตัวของกรุงเทพฯ ส่วนเมืองพัทยา เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ ศูนย์การให้บริการด้านการแพทย์ระดับนานาชาติ ซึ่งมีอู่ตะเภาเป็นศูนย์ธุรกิจการบิน และ โลจิสติกส์อาเซียน ส่วนจังหวัดระยองเป็นเมืองแห่ง การศึกษาและวิทยาศาสตร์

          นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่ บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร กล่าวว่า บริษัทมุ่งมั่นจะพัฒนาโครงการออริจิ้น สมาร์ท ซิตี้ ระยอง บนที่ดินกว่า 24 ไร่ บริเวณสี่แยกเนินสำลี ถ.สุขุมวิท จ.ระยอง ให้เป็นเมืองอัจฉริยะต้นแบบ เนื่องจากเล็งเห็นศักยภาพของระยองว่าเป็นจังหวัดที่จะสามารถเติบโตถึงขั้นเป็น New CBD จึงได้ร่วมกับองค์กรภาครัฐและเอกชนชั้นนำ ได้แก่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA), บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), ธนาคารกสิกรไทย, คอตโต้ และคลาส คาเฟ่ มาร่วมเนรมิตโครงการมิกซ์ยูส มูลค่า 10,000 ล้านบาท ให้สามารถทรานสฟอร์มการใช้ชีวิตสู่สังคมแห่งอนาคต ภายใต้ คอนเซ็ปต์ Beyond A Living Platform

          "เราและพันธมิตรจะร่วมกันทำให้ที่นี่เป็นเมืองต้นแบบอัจฉริยะ ตอบโจทย์ทุกการอยู่อาศัยและการใช้ชีวิต เติมเต็มศักยภาพจังหวัดระยองให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น นับเป็นการสร้างเมืองใหม่เพื่อตอบสนองการพัฒนาของภาครัฐ ในขณะเดียวกันยังเป็นเมืองต้นแบบด้าน การบริหารจัดการพลังงานอย่างคุ้มค่า ด้วยเทคโนโลยีด้านพลังงานทดแทน ทั้งพลังงานไฟฟ้า และพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ใจกลางเมืองระยอง" นายพีระพงศ์ กล่าว
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ