Loading

พลัส ชี้เป้าทำเลบ้านไม่เกิน3ล.

วันที่ : 8 พฤศจิกายน 2562
นางสาวสุวรรณี มหณรงค์ชัย รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนากลยุทธ์และบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ลดภาระให้กับผู้ซื้อที่อยู่อาศัย
          พบเกือบ5หมื่นยูนิตเหมาะซื้ออยู่-ลงทุน

          นางสาวสุวรรณี มหณรงค์ชัย รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนากลยุทธ์และบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ลดภาระให้กับผู้ซื้อที่อยู่อาศัย ด้วยการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนจากเดิม 2% เหลือ 0.01% และลดค่าธรรมเนียมการจดจำนองอสังหาริมทรัพย์จากเดิม 1% เหลือ 0.01% สำหรับการซื้อขายที่อยู่อาศัยที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุดราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อยูนิต ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 ถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2563 นอกจากนี้ ทางธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้กำหนดวงเงินเพื่อสนับสนุนสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 2.5% คงที่ 3 ปี วงเงิน 50,000 ล้านบาทนั้น จะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อได้

          นางสาวสุวรรณีกล่าวว่า จากการสำรวจพบว่าในส่วนของที่อยู่อาศัยที่เหลือขายในช่วงนี้ซึ่งมีระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล มีทั้งสิ้น 47,941 ยูนิต หรือคิดเป็น 32% ของที่อยู่อาศัยที่เสนอขายทั้งหมดที่มี 150,238 ยูนิต โดยที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 48 ยูนิต คิดเป็น 0.10% ถัดมาคือทาวน์โฮม จำนวน 12,467 ยูนิต คิดเป็น 26% และคอนโดมิเนียม 35,426 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 73% สำหรับโซนที่มีที่อยู่อาศัยราคาน้อยกว่า 3 ล้านบาท ที่น่าสนใจได้แก่ บริเวณกรุงเทพฯตอนเหนือ เช่น ปทุมธานี ลาดหลุมแก้ว และบริเวณกรุงเทพฯตะวันตก เช่น บางบัวทองไทรน้อย ศาลายา-บางใหญ่-นนทบุรี เป็นเขตที่มีทาวน์โฮม ราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทเหลือขายอยู่เป็นจำนวนมาก ส่วนคอนโดมิเนียมราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท พบมากในโซนชานเมืองที่มีรถไฟฟ้า เช่น  บริเวณรถไฟฟ้าสายสีม่วง พัฒนาการ-รามคำแหง สาทร ตากสิน-ธนบุรีสะพานใหม่ และรังสิต

          "ที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท น่าสนใจ เพราะผู้ซื้อเป็นกลุ่มคนทั่วไป กลุ่มคนเริ่มทำงาน ผู้ปกครองที่ซื้อให้บุตรหลานในวัยศึกษาเล่าเรียน สามารถเข้าถึงได้ อีกทั้งยังเป็นตลาดที่สามารถปล่อยเช่าให้กลุ่มคนทั่วไปได้เพราะราคาไม่สูงเกินไป โดยส่วนใหญ่อัตราเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 12,000-14,000 บาทต่อเดือน สามารถให้ผลตอบแทนการปล่อยเช่า (Rental Yield) อยู่ที่ประมาณ 4.5% ต่อปี การออกมาตรการของรัฐบาลครั้งนี้ถือว่าตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่กำลังซื้อระดับทั่วไปเริ่มชะลอมาหลายปี นอกจากนี้ มาตรการนี้จะมีส่วนช่วย ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะรายเล็กที่พัฒนาโครงการระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท" นางสาว สุวรรณีกล่าว
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ