Real Estate News
 
      บังคับคดีเลหลังทรัพย์ที่ชลบุรี รร.ทาวน์ อินทาวน์ มูลค่าสูงสุด213ล.   ( July 3, 2008 )
 

           กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม ได้จัดโครง การ “สื่อมวลชนสัญจร กรมบังคับคดี” ครั้งที่ 3 ที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 1-2 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยนำสื่อมวลชนชมการขายทอดตลาดทรัพย์ ณ สำนักงานบังคับคดีจังหวัดชลบุรี สาขาพัทยา และลงพื้นที่สำรวจสภาพทรัพย์ ณ สถานที่ตั้งทรัพย์จริง ทั้ง คอนโดมิเนียม บ้าน และที่ดิน ในพื้นที่อ.สัตหีบ บางละมุง และต.แหลมฉบัง อ.ศรีราชา รวมทั้งโรงแรมทาวน์ อิน ทาวน์ พัทยากลาง โดยมีนางสาวกัญญานุช สอทิพย์ อธิบดีกรมบังคับคดี และนางสาวรัชนี บุญเรือง ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดี จังหวัดชลบุรี สาขาพัทยา ร่วมแถลงการดำเนินงาน

 

นางสาวกัญญานุช สอทิพย์ อธิบดีกรมบังคับคดี เผยว่าการขายทอดตลาดของกรมบังคับคดี จะเป็นกลไกหนึ่งในการช่วยภาครัฐให้มีระบบเศรษฐกิจที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งในระยะ 4-5 ปีที่ผ่านมากรมบังคับคดีสามารถผลักดันทรัพย์ขายทอดตลาดในเมืองพัทยาได้มากเกือบ 2 แสนล้านบาท ขณะที่ทรัพย์ขายทอดตลาดของเมืองพัทยาและภูเก็ต ถือเป็นทรัพย์คุณภาพดีและมีราคา และยังเป็นทรัพย์ที่อยู่ในความต้องการ ทั้งของประชาชนและนักลงทุนทั่วไป

 

ทั้งนี้ คาดว่าการนำทรัพย์คุณภาพออกขายทอดตลาดครั้งล่าสุด ของสำนักงานบังคับคดี จังหวัดชลบุรี สาขาพัทยา ที่มีทรัพย์คุณภาพเพิ่มอีก 10 รายการมูลค่ารวมกว่า 500 ล้านบาท จะได้รับความสนใจและสร้างความฮือฮาให้แก่ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ภาคตะวันออกได้อีกครั้ง

 

ขณะที่นางสาวรัชนี บุญเรือง ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดี จังหวัดชลบุรี สาขาพัทยา เผยว่าแม้ผลกระทบทางเศรษฐกิจและราคาน้ำมัน จะทำให้ธุรกิจแขนงต่างๆภายในประเทศได้รับผลกระทบ แต่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของเมืองพัทยากลับได้รับความสนใจ เห็นได้จากยอดผลักดันทรัพย์สินทั้งคดีแพ่งและคดีล้มละลาย ใน 3 ไตรมาสของปีงบประมาณ 2551 ( ตุลาคม 50 – พฤษภาคม 51) มียอดผลักดันสินทรัพย์รวมแล้วกว่า 1.158 พันล้านบาท เมื่อเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดไว้ทั้งปี 999 ล้านบาท ถือว่าทะลุเป้าแล้ว 174 ล้านบาท และคาดว่าเมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณในเดือนกันยายน 2551จะมียอดผลักดันสินทรัพย์รวมถึง 1.173 พันล้านบาท

 

ส่วนการผลักดันทรัพย์สินในปีงบประมาณ 2550 (ตุลาคม 49-กันยายน 50) จะเห็นได้ว่ายอดผลักดันสินทรัพย์เกินจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2.12 พันล้านบาท ถึง162 ล้านบาท เช่นเดียวกับยอดผลักดันทรัพย์สินในปีงบประมาณ 2549 (ตุลาคม 49-กันยายน 50) ที่ตั้งเป้ายอดผลักดันสินทรัพย์ไว้ที่ 3.63 พันล้านบาท แต่ก็มียอดผลักดันเกินเป้ากว่า 300 ล้านบาท

 

“ปัจจัยที่ทำให้บรรยากาศการขายทอดตลาดในพัทยาคึกคัก เป็นเพราะพัทยา เป็นเมืองท่องเที่ยวที่อยู่ไม่ไกลกรุงเทพฯ และยังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งหากซื้อทรัพย์สินเพื่อการลงทุนก็สามารถทำธุรกิจเติบโตได้ง่าย หรือหากซื้อเพื่ออยู่อาศัยก็จะสะดวกในการดูแล หรือนำมาเป็นที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะสามารถหารายได้ไม่ยาก”

 

อย่างไรก็ตาม แม้บรรยากาศการขายทอดตลาดในเมืองพัทยาจะเป็นไปอย่างคึกคัก แต่สำนักงานฯ ก็มีมาตรการในการกระตุ้นการซื้อ เช่น การจัดงานมหกรรมขายทอดตลาด โดยนำทรัพย์สินที่สถาบันการเงินยึด ขายทอดตลาดในวันศุกร์ซึ่งไม่ใช่วันเปิดขายทอดตลาดตามปกติที่จะมีขึ้นทุกวันพุธ

 

สำหรับทรัพย์สิน ที่สำนักงานฯจะนำมาเปิดประมูลรอบนี้ ประกอบด้วย โรงแรมทาวน์ อิน ทาวน์ ขนาด 15 ชั้นจำนวนกว่า 100 ห้องที่มีราคาประเมินกว่า 213 ล้านบาท ที่ดินพร้อมคอนโดมิเนียมขนาด 16 ชั้น รวม 105 ห้อง ติดถนนสุขุมวิท ในอ.สัตหีบ ราคาประเมินกว่า 130 ล้านบาท หรือที่ดินทำเลทอง ติดถนนสุขุมวิท ต.จอมเทียน อ.สัตหีบ ราคาประเมินกว่า 21 ล้านบาทเป็นต้น และในวันที่ 7 สิงหาคม 2551 สำนักงานฯ ยังจะจัดการขายทอดตลาดทรัพย์สินกว่า 100 รายการ ที่บริเวณหน้าศาลจังหวัดพัทยาอีกด้วย

 

ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างโดนยึดมากสุดในพัทยา

นางสาวรัชนี เผยอีกว่าจากการเก็บสถิติการบังคับคดีแพ่งของสำนักงานฯ ยังพบว่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง มีอัตราการยึดมากที่สุดถึง 71% รองลงมาคือที่ดินเปล่าประมาณ 11% ห้องชุด 5% ที่เหลือเป็นทรัพย์สินอื่นๆ ขณะที่พื้นที่ที่มีการยึดทรัพย์สินเพื่อขายทอดตลาดมากที่สุดคือ ต.หนองปรือ อ. บางละมุง ที่มีอัตราการยึดสูงสุดถึง 57% ที่เป็นเช่นนี้เพราะพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตท่องเที่ยว จึงทำให้มีการลงทุนด้านที่อยู่อาศัยมากที่สุด รองลงมาคืออำเภอสัตหีบ 25% อำเภอศรีราชา ในบางพื้นที่ที่อยู่ในการดูแลของสำนักงานฯ

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

 
Print this pagePrint this page | Close
   
Real Estate Information Center (REIC) 18 floor Government Housing Bank
63 Rama 9 Road, Huaykwang, Bangkok 10310, Thailand.
Tel : 66 (0) 2202-1768 Fax : 66 (0) 2643-1251-2
Contact Webmaster : webmaster@reic.or.th