ข่าวอสังหาริมทรัพย์
      ข่าวบ้านมือสอง
      ห้วยใหญ่ ต่างชาติเลี่ยงจัดสรร บังคับคดีพัทยาขายทะลุเป้า 10%    ( 30 กรกฎาคม 2551 )
 

สำรวจอสังหาฯ พัทยา ตอน (2) ที่นำเสนอไปเมื่อพุธที่ 23 กรกฎาคม ทิ้งท้ายเนื้อหาตอนที่ (3) ไว้ด้วยทำเล...""ห้วยใหญ่"" ซึ่งกลายเป็นแหล่งจัดสรรยุคใหม่ ที่ผุดวิลล่าหรูหราขึ้นมาแทนพื้นที่ไร่มันในอดีต อีกทั้ง ""ห้วยใหญ่"" ยังกลายเป็นแหล่งจัดสรรต่างชาติ ที่เน้นจุดขายด้วยสถาปัตยกรรมย้อนยุค อารมณ์บ้านกึ่งรีสอร์ทแบบไทยประยุกต์ หลังคาทรงสูงมีหน้าจั่ว ทำให้พื้นที่แห่งนี้ดูแปลกตาไปจากเดิม

                ด้วยบรรยากาศการลงทุน ที่นอกจากผู้ประกอบการรายใหญ่แล้ว ยังพบกลุ่มผู้ประกอบการที่เลี่ยงกฎหมายจัดสรร ด้วยการสร้างบ้านขายไม่ถึงจำนวนที่ต้องขอกฎหมายจัดสรร เช่น สร้างเป็นหลังเดี่ยว 1 - 2 ยูนิต แต่ก็มีบางโครงการที่ขอจัดสรรตามปกติ แต่ก็ยังคงเป็นการพัฒนาในรูปแบบ ""ต่างชาติพัฒนาเอง และ

จัดซื้อ-ขายกันเอง"" เช่น โครงการพารากอน พาร์ค ของบริษัท พารากอน พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ที่มี พรพรรษา สมบัติมาก และ แกรี่ บอยด์แกน นักธุรกิจชาวอังกฤษ เป็นเจ้าของ นอกจากนี้ ยังมีบ้านกลุ่มบนเนื้อที่ 2-3 ไร่ ออกแบบสไตล์รีสอร์ท ขึ้นป้ายขายแบบสองภาษา (อังกฤษ-ไทย) อยู่ในพื้นที่กว่า 3-4 หลัง

                เป็นที่น่าสังเกตว่าโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เปิดตัวในพัทยาระยะหลัง เป็นที่หมายปองของลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยประเภทวิลล่ารีสอร์ทและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในพัทยาคึกคักเป็นพิเศษ นักลงทุนใหม่และเก่า ทั้งไทยและต่างชาติ หลั่งไหลเข้าสู่เมืองพัทยา จนทำให้หลายฝ่ายเกรงว่ากระแสการลงทุนรอบใหม่นี้ จะมาเร็วจนเมืองพัทยาไม่อาจวางกรอบการพัฒนารองรับได้ทัน

บังคับคดียอดขายทะลุเป้า 10%

                ภาพปัจจุบันที่พัทยา กลายเป็นแหล่งลงทุนใหม่ นอกจากจะพลิกฟื้นผืนดินผุดโครงการแล้ว ทรัพย์จากกรมบังคับคดียังเป็นที่หมายสำคัญ ผลการดำเนินงานของสำนักบังคับคดีพัทยา โชว์ยอดขาย 6 เดือน กว่า 1,170 ล้านบาท เกินเป้า 10% อีกยังสบช่องอสังหาฯ พัทยาบูม เร่งระบายทรัพย์รับทุนไทยและต่างประเทศ นางสาวรัชนี บุญเรือง ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดี จังหวัดชลบุรี สาขาพัทยา เปิดเผยว่า แม้เศรษฐกิจซบเซา ทั้งปัจจัยลบจากราคาน้ำมันที่ถีบตัวสูงขึ้น และภาวะเงินเฟ้อ แต่ทรัพย์ขายทอดตลาดในเขตเมืองพัทยา ยังได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ รวมถึงผู้ซื้อประชาชนทั่วไป สอดคล้องกับภาพรวมภาวะการซื้อขายและการลงทุนอสังหาฯ และการท่องเที่ยวในเมืองพัทยา

                ทั้งนี้ เห็นได้จากยอดผลักดันทรัพย์สิน ทั้งคดีแพ่งและคดีล้มละลาย ในสามไตรมาสของปีงบประมาณ 2551 (ต.ค.2550 - ก.ย.2551) มียอดผลักดันทรัพย์สินรวมทั้งสิ้นกว่า 1.17 พันล้านบาท แบ่งเป็นไตรมาสแรก กว่า 320 ล้านบาท ไตรมาสที่ 2 กว่า 511 ล้านบาท และไตรมาสที่ 3 กว่า 341 ล้านบาท เทียบกับเป้าหมายการผลักดันทรัพย์สินในปี 2551 ที่กำหนดไว้ 999 ล้านบาท ดังนั้นในช่วง สามไตรมาสที่ผ่านมา สำนักงานสามารถขายทรัพย์ได้เกินเป้าที่วางไว้ทั้งปีถึง 174 ล้านบาท หรือเกินเป้า 10%

                ทำให้สำนักงานบังคับคดีสาขาพัทยา จัดงานขายทอดตลาดอย่างต่อเนื่อง คัดเลือกทรัพย์เด่นๆ รายการใหญ่ที่อยู่ทำเลที่น่าสนใจ มาเปิดประมูลแก่ผู้สนใจทั่วไป จากทรัพย์เด่น 10 รายการ มูลค่าตามราคาประเมินกว่า 500 ล้านบาท มีทั้งโรงแรม คอนโดมิเนียม ที่ดินเปล่า บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทรัพย์ที่ถูกยึดมาในช่วงปี 2547-2550

ประมูลโรงแรม-คอนโดคึกคัก

                ทรัพย์เด่นๆ ได้แก่ โรงแรมทาวน์ อิน ทาวน์ ของกลุ่มนายชัชวาลย์ สุวรรณไพรพัฒนะ ที่ติดจำนองกับบริษัท กรุงเทพอาคาร จำกัด ซึ่งตั้งอยู่บนเนื้อที่ 9 ไร่เศษ ในพื้นที่ ต.หนองปรือ อ. บางละมุง มีความสูง 15 ชั้น โดยราคาประเมินอยู่ที่กว่า 222 ล้านบาท และจัดประมูลเริ่มต้นในราคา 80% ของราคาประเมิน

นอกจากนี้ ยังมีอาคารคอนโดมิเนียมเอสทีเอสบีชรีสอร์ทจอมเทียนสูง 16 ชั้น จำนวน 105 ห้อง ใน ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ ราคาประเมินกว่า 130 ล้านบาท ซึ่งมีกองทุนรวมวีแคปปิตอลเป็นเจ้าหนี้ และบริษัท ณัฐสา จำกัด เป็นลูกหนี้ ทั้งยังมีที่ดินเปล่า 54 ไร่ ติดถนนสุขุมวิท ราคาประเมินกว่า 21 ล้านบาท

                “บรรยากาศการขายทอดตลาดในพัทยาคึกคัก สวนกระแสการชะลอตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ที่ยังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ทำให้เมืองพัทยามีการพัฒนาและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากซื้อทรัพย์สิน เพื่อการลงทุนก็สามารถทำธุรกิจเติบโตได้ง่าย หรือซื้อเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย ก็สะดวกในการดูแล หรือนำมาเป็นที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว สามารถทำรายได้ได้ไม่ยาก”

                นางสาวรัชนี กล่าวย้ำ พร้อมระบุว่า ในปีนี้มีทรัพย์ที่ยึดค้างมา ณ 1 ตุลาคม 2550 คิดเป็นราคาประเมินทั้งสิ้น 1.23 พันล้านบาท ดังนั้นเมื่อปีที่ผ่านมามีทรัพย์ที่มีราคาประเมินทรัพย์มากกว่า จึงทำให้เป้าหมายของการผลักดันทรัพย์มากกว่าในปีนี้ โดยในปีงบประมาณ 2550 สามารถผลักดันทรัพย์ได้กว่า 2.29 พันล้านบาท จากเป้าหมาย 2.12 พันล้านบาท

                แม้ว่าบรรยากาศการขายทอดตลาดในพัทยาจะคึกคักก็ตาม ทางสำนักงานฯ มีมาตรการในการกระตุ้นการซื้อขายอย่างต่อเนื่อง อาทิเช่น จัดงานมหกรรมขายทอดตลาด โดยนำทรัพย์สินที่สถาบันการเงินยึดได้มาขายทอดตลาด ในวันศุกร์ ซึ่งไม่ใช่วันที่เปิดขายทอดตลาดตามปกติซึ่งมีขึ้นทุกวันพุธ เช่น ธนาคารกรุงไทย นำบ้านและที่อยู่อาศัย มาขายทอดตลาด ซึ่งการจัดกิจกรรมลักษณะนี้ จะทำให้สามารถเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการสินค้านั้นจริงๆ และลูกค้าสามารถเลือกซื้อทรัพย์สินได้ตรงกับที่ต้องการ และสามารถปรึกษาเรื่องสินเชื่อกับสถาบันการเงินได้ทันที ทำให้เกิดการซื้อขายทรัพย์สินมากขึ้น

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 
สั่งพิมพ์สั่งพิมพ์ | ปิด
   
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่
ชั้น 18 อาคาร 2 เลขที่ 63 ถ.พระราม9 ห้วยขวาง กรุงเทพ 10310
โทรศัพท์:0 2202 1768  โทรสาร:0 2643 1252
แนะนำหรือพบปัญหาทางเทคนิคในเว็บไซต์กรุณาติดต่อ webmaster@reic.or.th
สอบถามปัญหาด้านข้อมูลกรุณาติดต่อฝ่ายประชาสัมพันธ์และบริการข้อมูล (คุณกนกวรรณ กังวาน โทร 02-202-1768)