Loading

ศุภาลัยเพิ่มแนวราบ แบกสต็อกอ่วมหมื่นล.

วันที่ : 21 ธันวาคม 2562
"ศุภาลัย" รับสภาพตลาดชะลอตัว ฉุดยอดขายพลาดเป้า เลื่อนเปิดตัวโครงการใหม่ เผยกลยุทธ์ปีหน้า เดินแผนระมัดระวัง เพิ่มแนวราบ ทำราคาจับต้องได้ หลังแบกสต็อกหมื่นล้านสูงเป็นประวัติการณ์
        "ศุภาลัย" รับสภาพตลาดชะลอตัว ฉุดยอดขายพลาดเป้า เลื่อนเปิดตัวโครงการใหม่ เผยกลยุทธ์ปีหน้า เดินแผนระมัดระวัง เพิ่มแนวราบ ทำราคาจับต้องได้ หลังแบกสต็อกหมื่นล้านสูงเป็นประวัติการณ์

        นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึง ผลการดำเนินงานปีนี้ว่า สภาวะ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะใน ช่วงครึ่งปีหลัง จึงต้องปรับแผนเลื่อนการเปิดตัว 5 โครงการออกไป เหลือการเปิดตัวรวมทั้งปี 30 โครงการ จากเดิมที่มีแผนเปิดตัว 35โครงการ มูลค่า 40,000 ล้านบาท เหลือ 35,000 ล้านบาท ขณะที่ยอดขาย (pre-sale)พลาดเป้าหมายตั้งไว้ 35,000 ล้านบาท เหลือ 33,000 ล้านบาท

        โดยปัจจุบันบริษัทยังมีสินค้าเหลือขายที่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ (Inventory) มูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท หรือกว่า 3,000 ยูนิต ซึ่งเป็นยอดสต็อกที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์แต่ยังควบคุมได้

        "เศรษฐกิจชะลอตัว สภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวยต่อการเปิดตัว โครงการใหม่ ดีมานด์ไม่ได้สูง ตามที่คาดจึงต้องเลื่อนเปิดตัวโครงการใหม่ ส่วนสต็อก1หมื่นล้านบาทไม่กังวล เนื่องจากยังอยู่ในระดับที่สมดุลกับความต้องการ และยังสามารถควบคุมได้ โดยประเมินว่าจะทยอยลดลงในปีหน้า"

        นายไตรเตชะ คาดการณ์ ถึงสถานการณ์ตลาดอสังหาฯ ในปีหน้าว่า จะยังคงเผชิญปัจจัยเสี่ยง ตลาดยังคงชะลอตัว แม้จะมีมาตรการจากภาครัฐมากระตุ้น กำลังซื้อแต่ส่งผลในเชิงบวก เพียงไตรมาสแรกเท่านั้น

        ส่วนไตรมาส 2 อาจจะกลับไปสู่ภาวะเดิม และคอยติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจจะฟื้นตัว หรือไม่ในไตรมาส 3 และ 4 จึง ต้องเดินกลยุทธ์ธุรกิจด้วยความระมัดระวัง โดยมีแผนเปิดตัว โครงการใหม่ 30 โครงการ เน้นเปิดตัวโครงการแนวราบเป็น หลัก เพราะเป็นตลาดผู้อยู่อาศัยจริง (Real demand) ส่วนการเปิดตัวโครงการแนวสูง หรือ คอนโดมิเนียม ต้องเลือกพัฒนาโครงการในทำเลและพื้นที่มีความต้องการเป็นหลัก ทำราคาที่คนเข้าถึงได้

        ล่าสุดบริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) ในมือมูลค่ารวมประมาณ 40,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2563 ประมาณ 10,000 ล้านบาท และจะทยอยรับรู้รายได้ในปีถัดไป

        นอกจากนี้ยังชะลอการซื้อที่ดิน เพื่อรอดูสถานการณ์ตลาดที่ดิน หลังพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง บังคับใช้ในปีหน้า โดยตั้งงบซื้อที่ดินปีนี้ มูลค่า 8,000ล้านบาท ใช้ไปเพียง 6,000ล้านบาท

        อย่างไรก็ตาม ประเมินว่า พ.ร.บ.ภาษีที่ดินฯไม่ส่งผลกระทบ กับแผนการนำที่ดินมาพัฒนาโครงการมีมูลค่ารวม 1 แสนล้านบาท ภายใน3ปี เนื่องอัตรา การจัดเก็บภาษียังเติบโตต่ำหากเทียบกับอัตราการเติบโตของราคาที่ดินต่อปี

        อสังหาฯในปีหน้า ยังเผชิญปัจจัยเสี่ยง แม้มีมาตรการจากภาครัฐมากระตุ้น