Loading

อสังหาปี 64 ยังชะลอตัว

วันที่ : 2 มีนาคม 2564
เอกชนชี้มีปัจจัยลบเพียบผุดโครงการใหม่ชิงยอด
   
          ผู้ประกอบการอสังหาฯ ชี้ยังมีปัจจัยลบเพียบ! ลลิล มองบวก เชื่อยอดขายยังโตแตะ 7,000 ล้านบาท ด้านไรมอน แลนด์ พร้อมลุยโครงการลักชัวรีเต็มสูบ ขณะที่โนเบิลทุบสถิติเกินเป้า จ่อจ่ายปันผล 0.50 บาทต่อหุ้น

          นายไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ (LALIN) เปิด เผยว่า ในปี 2564 คาดว่าเศรษฐกิจ โดยรวมของไทยจะขยายตัวได้ราว 3% บวกลบ โดยภาคอสังหาฯ จะต้องเผชิญปัจจัยลบหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นกำลังซื้อภายในประเทศที่ยังอ่อนตัวตามภาวะเศรษฐกิจ ระดับหนี้ครัวเรือนที่ปรับสูงขึ้น และความเข้มงวด ในการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์

          ขณะเดียวกัน ภาคอสังหาฯ มีปัจจัยสนับสนุนจากภาครัฐที่ได้มีการต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอน และค่าธรรมเนียมจำนอง สำหรับที่อยู่อาศัยที่ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทออกไปจนถึงสิ้นปี 2564 รวมถึงสินค้าแนวราบยังได้รับปัจจัยหนุนจากนิวนอร์มอลที่ผู้บริโภคบางส่วนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แม้สภาวะตลาดจะไม่เอื้อมากนัก แต่ยังมีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถดำเนินธุรกิจให้เติบโตได้ ตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 7,000 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นราว 7% จากในปี 2563 จากแผนเปิดโครงการใหม่ทั้งสิ้น 10-12 โครง การ

          นายกรณ์ ณรงค์เดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไร มอน แลนด์ (RML) กล่าวว่า แม้ทิศทางภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ปี 64 มีปัจจัยลบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัว แต่บริษัทเชื่อว่าจะสามารถรักษาความเป็นผู้นำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีได้อย่างต่อเนื่อง

          สำหรับ การดำเนินงานปีนี้จะทำการรีแบรนด์เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ให้เข้าถึงง่าย ทันสมัย สอดรับกับการปรับวิสัย ทัศน์ใหม่ที่ต้องการขยายกลุ่มเป้า หมายให้เข้าถึงสไตล์คนรุ่นใหม่ และทุกเจเนอเรชั่นที่มีกำลังซื้อของตลาดระดับบน ซึ่งการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ครั้งนี้บริษัทมั่นใจว่าจะนำมาซึ่งมิติใหม่ของการดำเนินงาน ด้วยการพัฒนาคุณภาพคอนโดมิเนียมและบริการ นำนวัตกรรมที่ทันสมัยมาใช้ในทุกกระบวนการทำงาน และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า

          นายธงชัย บุศราพันธ์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บมจ.โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ (NOBLE) กล่าว ว่า ผลการดำเนินงานปี 2563 มีราย ได้รวมจำนวน 10,895 ล้านบาท สูงกว่าเป้าที่วางไว้ที่ 10,000 ล้านบาท และกำไรสุทธิจำนวน 1,878 ล้านบาท โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติการจัดสรรกำไรสุทธิงวดปี 2563 เพื่อจ่ายเงินปันผลสำหรับ ผลประกอบการครึ่งปีหลังของปี 2563 ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา 0.50 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดจะนำเสนอเข้าที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 28 เมษายน 2564 เพื่อทำการอนุมัติ

          อย่างไรก็ดี ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าอัตราการเติบโตที่ 11,000 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าเปิดโครง การอีก 11 โครงการ มูลค่ารวม 45,100 ล้านบาท และตั้งเป้ายอดขายจำนวน 16,000 ล้านบาท เพื่อ ก้าวขึ้นไปเป็นผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยติดอันดับท็อป 5 ภายใน 3 ปีข้างหน้า
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ