Loading

เร่งมอเตอร์เวย์ใหม่ 3 สาย

วันที่ : 10 กรกฎาคม 2561
เร่งมอเตอร์เวย์ใหม่ 3 สาย

กรมทางหลวงเร่ง ก่อสร้างมอเตอร์เวย์ในอีอีซี เผยพัทยามาบตาพุด คืบหน้า 75% เตรียมของบประมาณสร้างมอเตอร์เวย์ในอีอีซีเพิ่มอีก 3 สาย กว่า 8.6 หมื่นล้านบาท ขณะที่กรมทางหลวงชนบทเตรียมขยายช่องจราจรเพิ่ม 3 เส้นทาง

นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางในโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยระบุว่า แผนงานของกรมทางหลวง จะพัฒนามอเตอร์เวย์เพื่อสนับสนุนการ เดินทางคมนาคม และการขนส่งในอีอีซีรวม 5 โครงการ มูลค่าการลงทุน 1.34 แสนล้านบาท คือ มอเตอร์เวย์เส้นทางพัทยา-มาบตาพุด ระยะทาง 32 กิโลเมตร งบลงทุน 2.02 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันกำลังก่อสร้าง โดยมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 75%

ขณะเดียวกันกรมทางหลวงกำลังเร่งสรุปผลการศึกษาออกแบบมอเตอร์เวย์ เส้นทางท่าเรือแหลมฉบัง-ปราจีนบุรี ที่จัดอยู่ภายใต้โครงการพัฒนามอเตอร์เวย์ สายชลบุรี-หนองคาย ตามแผนกลยุทธ์การพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองของประเทศไทย พร้อมทั้งดำเนินการเปิดรับฟังความเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรธุรกิจเอกชน สถาบันการศึกษา ตลอดจนตัวแทนภาคประชาชนในพื้นที่จ.ฉะเชิงเทรา และปราจีนบุรี โดยคาดว่าจะเสร็จในปี 2561

นอกจากนี้ จะเร่งสรุปผลการศึกษาความเหมาะสมทั้งเศรษฐกิจ ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ในส่วนของเส้นทาง ท่าเรือแหลมฉบัง-ปราจีนบุรี เพื่อผลักดัน โครงการให้เกิดขึ้นเร็ว เพราะเป็นเส้นทาง สำคัญที่ใช้เชื่อมการเดินทางตามแนวเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสนับสนุนการขนส่งสินค้าจากพื้นที่อีอีซี สู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่รูปแบบ การลงทุน เบื้องต้นจะเปิดให้เอกชน ร่วมลงทุนในรูปแบบพีพีพี ประมาณการณ์งบลงทุนราว 2.8 หมื่นล้านบาท

"กรมทางหลวงกำลังเร่งสร้างมอเตอร์เวย์ช่วงพัทยา-มาบตาพุด เพื่ออำนวยความสะดวกการเดินทางเข้าพื้นที่อีอีซี ส่งเสริมการขนส่งสินค้าที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ ซึ่งคาดว่างานก่อสร้างและระบบบริหารจัดเก็บ ค่าผ่านทางจะเสร็จและเปิดให้บริการกลางปี 2563 โครงการนี้จะทำให้การเดินทางเชื่อมโยง เส้นทางรวดเร็ว ส่วนเส้นทางแหลมฉบัง-ปราจีนบุรี ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ ทล. จะเร่งออกแบบ และรับฟังความคิดเห็น คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้"

ของบมอเตอร์เวย์ 3 สาย 8 หมื่นล้าน

สำหรับแนวเส้นทางมอเตอร์เวย์แหลมฉบัง-ปราจีนบุรี มีจุดเริ่มต้นบริเวณท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี และไปสิ้นสุดบริเวณทางหลวงหมายเลข 359 ในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี รวมระยะทางประมาณ 125 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ศึกษาจำนวน 3 จังหวัด 10 อำเภอ โดยแผนการก่อสร้าง แบ่งเป็น 2 ตอน คือ ตอน 1 ชลบุรี (ท่าเรือแหลมฉบัง)-ทางหลวงหมายเลข 3340 ระยะทางประมาณ 63.4 กิโลเมตร ตอน 2 ทางหลวงหมายเลข 3340-ปราจีนบุรี (ทล.359) ระยะทางประมาณ 60.6 กิโลเมตร

นายธานินทร์ กล่าวว่า กรมทางหลวงมีแผนพัฒนามอเตอร์เวย์เพื่อสนับสนุนการคมนาคมเชื่อมโยงอีอีซีเพิ่มเติมอีก 3 โครงการ ประกอบไปด้วย เส้นทางปราจีนบุรีนครราชสีมา ซึ่งเป็นอีกส่วนของโครงการพัฒนามอเตอร์เวย์ สายชลบุรี-หนองคายเช่นเดียวกัน มีระยะทาง 171 กิโลเมตร

งบประมาณลงทุนเบื้องต้นคาดอยู่ที่ราว 3.7 หมื่นล้าน รวมทั้งยังมีเส้นทางชลบุรี-แกลง ระยะทาง 94 กิโลเมตร งบลงทุน 2.2 หมื่นล้านบาท และเส้นทางแกลง-ตราด ระยะทาง 116 กิโลเมตร งบลงทุน 2.74 หมื่นล้านบาท โดยทั้ง 3 โครงการที่เหลือนั้น จะดำเนินการของบประมาณปี 2563

"โครงการพัฒนามอเตอร์เวย์ทั้งหมด ทล.ตั้งใจจะเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมทุน หรือทำแบบพีพีพี เพราะเป็นแนวทางประหยัดงบประมาณ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อรัฐ และประชาชน แต่อย่างไรก็ดีต้องพิจารณาเงื่อนไขของทางภาคเอกชนด้วย เพราะส่วนใหญ่ต้องการให้รัฐสนับสนุนงบประมาณบางส่วนของการพัฒนาโครงการ เช่น ออกค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน หรือค่าก่อสร้างบางส่วน ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ก็อาจไม่คุ้มต่อภาครัฐ ดังนั้นแต่ละโครงการ ทล.จะศึกษาผลดีผลเสีย และความคุ้มค่าอย่างรอบคอบ"

ดันทางหลวงชนบท 3 โครงการ

สำหรับกรมทางหลวงชนบทที่เป็นภาคส่วนสำคัญในการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมทางถนน โดยข้อมูลการลงทุนของกรมทางหลวงชนบทปีนี้ จัดสรรงบพัฒนา ทางหลวงชนบทในอีอีซี 3 โครงการ ลงทุน 5.5 พันล้านบาท คือ 1.ทางหลวงชนบท สาย รย.5050 แยกสายนิคมสร้างตนเองสาย 15 ถึงบ้านห้วยโป่ง อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง ระยะทาง 10.198 กิโลเมตร วงเงิน 197.5 ล้านบาท

2.ทางหลวงชนบทสายแยกทางหลวงหมายเลข 7 ไปท่าเรือแหลมฉบัง ระยะทาง 10.5 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 1,499 ล้านบาท กำหนดแล้วเสร็จในปี 2562 เพื่อพัฒนาเป็นเส้นทางเชื่อมระบบขนส่งท่าเรือสนับสนุนอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ 3.ถนนทางหลวงสาย ฉช.3001 แยกทางหลวงหมายเลข 314 ไปลาดกระบัง ระยะทาง 20.328 กิโลเมตร วงเงิน 3,801 ล้านบาท ปัจจุบันงานก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วกว่า 35% โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2562

นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวว่า ได้เร่งดำเนินการทั้ง 3 โครงการ โดยเส้นทาง สาย รย.5050 แยกสายนิคมสร้างตนเองสาย 15 ถึงบ้านห้วยโป่ง อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง ขณะนี้แล้วเสร็จ 100% โดยได้ขยายถนนปรับปรุงถนนเดิม 2 ช่อง เป็น 4 ช่องจราจร ก่อสร้างเป็นถนนแอสฟัลท์ติกคอนกรีต พร้อมไหล่ทาง ก่อสร้างสะพาน ศาลาที่พักผู้โดยสาร รางระบายน้ำ ท่อระบายน้ำ ไฟฟ้าแสงสว่าง และสิ่งอำนวยความปลอดภัยผู้ใช้ทาง

ขณะที่อีก 2 โครงการกำลังก่อสร้างและจะเปิดในปี 2562 โดยได้ก่อสร้างถนนผิวจราจรแบบแอสฟัลท์คอนกรีต ขนาด 4-6 ช่องจราจร สร้างสะพานคอนกรีต พร้อมระบบระบายน้ำ ไฟฟ้าแสงสว่าง สิ่งอำนวยความสะดวก ความปลอดภัยของผู้ใช้ทาง โดยคาดว่าการพัฒนาเส้นทางนี้จะส่งผลบวกต่อระบบขนส่งท่าเรือ สนับสนุนอุตสาหกรรม โลจิสติกส์และอำนวยความสะดวกการเดินทางบริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เชื่อมต่อการขนส่งในเขตนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังและอีอีซี

ทั้งนี้ ปี 2562 จะพัฒนาช่องจราจรเพิ่มเติม อีก 3 เส้นทาง คือ 1.ก่อสร้างทางหลวงชนบท รย.4058 แยกทางหลวง 3138 ไปทางหลวง 344 อ.บ้านค่าย จ.ระยอง โดยขยายช่องจราจรและปรับปรุงผิวถนนระยะทาง 32.8 กิโลเมตร วงเงิน 209 ล้านบาท รองรับเส้นทางขนส่งผ่านไปยังนิคมอุตสาหกรรมไออาร์พีซี

2.ทางหลวงชนบท รย.3013 แยกทางหลวง 331 ถึงทางหลวง 3191 อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ระยะทาง 17.3 กิโลเมตร วงเงิน 855 ล้านบาท ขยายเป็น 4 ช่องจราจรพร้อมงาน ระบบ และ 3.ทางหลวงชนบท รย.2015 แยกทางหลวง 36 ถึงทางหลวง 331 อ.ปลวกแดง จ.ระยอง เบื้องต้นตั้งงบค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินไว้ 150 ล้านบาท

จะเร่งสรุปผลการศึกษา เศรษฐกิจ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เส้นทางแหลมฉบัง-ปราจีนบุรี

 
ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ