Loading

แซม มั่นใจขาย เอ็นพีเอ ทะลุเป้า

วันที่ : 22 พฤษภาคม 2561
แซม มั่นใจขาย เอ็นพีเอ ทะลุเป้า

โชว์ยอดไตรมาสแรก  1.3 พันล้าน โต 50%

บสส. มั่นใจขาย "เอ็นพีเอ" ปีนี้ทะลุเป้า 3.2 พันล้าน หลังไตรมาสแรกยอดโต 50% พร้อมประเมินราคาทรัพย์ เอ็นพีเอไม่พุ่งแรงเหมือนอสังหาฯ มือหนึ่ง เหมาะกับการลงทุน ชี้เป็นโอกาสทอง รายย่อย-เอสเอ็มอี มองแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น  เร่งให้ผู้ลงทุนตัดสินใจซื้อทรัพย์เร็วขึ้น

นายนิยต มาศะวิสุทธิ์ รองกรรมการ ผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM กล่าวว่า ช่วงไตรมาสแรกปี 2561 บริษัทสามารถจำหน่ายทรัพย์สินรอการขาย หรือ NPA ได้ประมาณ 1,375 ล้านบาท เติบโต 50% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่ 880 ล้านบาท และคิดเป็นสัดส่วน 40% ของเป้าหมายปีนี้ที่ 3,200 ล้านบาท จึงคาดว่าการขาย NPA ในปีนี้จะสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้

ส่วนเป้าหมายในการซื้อหนี้ไม่ก่อ ให้เกิดรายได้ (NPL) จากธนาคารพาณิชย์ในปีนี้ ตั้งไว้ประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ซื้อหนี้มาบริหาร แล้ว 3,700 ล้านบาท เป็นการรับซื้อจากธนาคารพาณิชย์ 2-3 แห่ง โดยปกติจะมี สัดส่วนประมาณ 60% ของหนี้ NPL มาเป็นทรัพย์ NPA ให้บริหารจัดการดูแลต่อไป

ทางด้านปัจจัยสนับสนุนการเติบโต ของบริษัทในปีนี้ นายนิยต กล่าวว่า ทั้งเศรษฐกิจไทยและต่างประเทศยัง ขยายตัวดี และรัฐบาลยังสนับสนุนการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนในพื้นที่โครงการภาครัฐ เช่น โครงการพัฒนาพื้นที่ ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โครงการรถไฟทางคู่ของการรถไฟช่วงนครปฐม-หัวหิน และประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร  โครงการรถไฟความเร็วสูง

ทั้งนี้ บริษัทมีคุณภาพทรัพย์ NPA ส่วนใหญ่อยู่ในทำเลที่มีศักยภาพดังกล่าวแล้วยังมีราคาเหมาะสมและคุ้มค่า ปัจจุบัน มีปริมาณทรัพย์สินNPA มากถึง 200 รายการ มูลค่ารวม 22,000 ล้านบาท เป็นทรัพย์สินขนาดใหญ่ 160 รายการ มูลค่ารวมประมาณ10,000 ล้านบาท โดยเฉพาะในพื้นที่โครงการพัฒนาภาครัฐ อายุทรัพย์ NPA ที่ขายได้เฉลี่ยประมาณ 2 ปีครึ่ง-3 ปี คิดเป็น 80% อีก 20% อายุเฉลี่ยเกิน 5 ปี

พร้อมกันนี้ ด้วยราคาในปัจจุบัน ของทรัพย์ NPA ไม่ปรับขึ้นเร็วเท่าทรัพย์มือหนึ่ง เช่น เมื่อเทียบราคาคอนโดมิเนียมทรัพย์ NPA เพียง 50,000-60,000 บาทตารางเมตร ขณะที่ทรัพย์ใหม่ในเมืองราคา 200,000-300,000 ต่อตารางเมตร นอกเมืองราคา 100,000 บาทต่อตารางเมตร ทำให้กลุ่มผู้พัฒนาโครงการยังหาทรัพย์ NPA ในทำเลน่าสนใจและราคาคุ้มค่าได้ อีกทั้ง ยังเป็นโอกาสของลูกค้ารายย่อยและ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เปลี่ยนแนวการลงทุนเชิงธุรกิจแบบปล่อยเช่าทั้งคอนโดมิเนียมและอาคารพาณิชย์ พบว่า ลูกค้ารายย่อยมีสัดส่วนลงทุน 20% อยู่อาศัย 80% ขณะที่ รายใหญ่ลงทุน 100%

ดังนั้น ในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทปรับกลยุทธ์การตลาดเดินหน้าเชิงรุก โดยเฉพาะการขาย NPA ด้วยการวางแผนจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและโปรโมชั่น พิเศษ เพื่อเร่งกระตุ้นยอดขาย รวมถึง ใช้เทคโนโลยีให้ลูกค้าสามารถจองทรัพย์ ผ่านเว็บไซต์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ลูกค้าสามารถดูทรัพย์ที่เสร็จสมบูรณ์รวมถึงสำรวจทำเลที่ตั้งได้ทันที ทำให้มีโอกาส ในการทำธุรกิจได้เร็วและมีต้นทุนที่ต่ำกว่า ตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุน ผู้ประกอบการ ลูกค้ารายใหญ่หรือรายย่อย

นายสหรัฐ เพ็ญกุล ผู้ช่วยกรรมการ ผู้จัดการ SAM กล่าวเสริมว่า ในช่วงไตรมาสแรก ของปีนี้ นักลงทุนรายใหญ่ โดยเฉพาะ นักลงทุนต่างชาติ สนใจและทยอยซื้อ NPA ในพื้นที่โครงการเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก (EEC) และพื้นที่ที่โครงการลงทุนขนาดใหญ่ภาครัฐผ่าน เช่น พื้นที่ ในจังหวัดขอนแก่น ที่มีการลงทุน รถไฟรางคู่ ทั้งนี้ปัจจุบันเหลือทรัพย์ ในพื้นที่ EEC รวมไม่ถึง 10% ของมูลค่าทรัพย์สินขนาดใหญ่ 10,000 ล้านบาท และช่วงที่เหลือของปีนี้น่าจะยังขายได้ดีต่อเนื่อง

ปีนี้มองว่าเป็นปีทองที่นักลงทุนจะลงทุนซื้อทรัพย์ NPA เนื่องจากราคาที่ดินในไทยยังต่ำกว่า 50% ที่ดินประเทศอื่นๆ ในแถบประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ เช่น มาเลเซียและอินโดนีเซีย อีกทั้งทรัพย์ใหม่ในบางพื้นหายาก โดยเฉพาะเขตในเมือง

นอกจากนี้ ราคาทรัพย์ NPA ยังดีไม่ปรับขึ้นเร็ว ประกอบกับแนวโน้มราคา ที่ดินปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2% ต่อปี หรือปรับขึ้น 20% ทุก 4 ปี และแนวโน้มดอกเบี้ย ปรับขึ้นเฉลี่ยปีละ 0.5% อาจจะส่งผลทางอ้อม ช่วยเร่งการตัดสินใจของนักลงทุนในปีนี้ ให้เลือกซื้อทรัพย์ NPA ที่ดีในช่วงไม่เกิน 4 ปีก่อนราคาขยับขึ้นไป

 
ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ