Loading

บุญถาวร รุกต่อยอดธุรกิจ ทุ่มทุนรีโนเวตสาขารับไลน์เฟอร์นิเจอร์โต

วันที่ : 5 เมษายน 2561
บุญถาวร รุกต่อยอดธุรกิจ ทุ่มทุนรีโนเวตสาขารับไลน์เฟอร์นิเจอร์โต

"บุญถาวร" ทุ่มงบรีโนเวตสาขารับการเติบโตกลุ่มไลน์ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ ลุยสร้างแวร์เฮาส์ พร้อมเร่งปั้นเฮาส์แบรนด์ "เออร์เบิ้ล" สู้ตลาดกลาง-ล่าง และส่งเฟอร์นิเจอร์แนว "อีโคลีฟวิ่ง" ตีตลาดในสาขาต่างจังหวัด มั่นใจดันเป้ายอดขายทะลุ 1,000 ล้าน ในอีก 2 ปี

นายกฤษณ โชคพิพัฒน ผล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บุญถาวร ไลฟ์สไตล์ เฟอร์นิเจอร์ จำกัด เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า บริษัทนี้เปิดดำเนินกิจการประมาณ 5-6 ปี  จากการที่บริษัทบุญถาวรฯ ซึ่งเป็นบริษัทแม่มีความแข็งแกร่งในธุรกิจหลัก คือ กระเบื้อง และสุขภัณฑ์ มานานนับ 40 ปี ซึ่งในช่วง 10 ปี หลัง บุญถาวรได้แตกบริษัทลูก ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์เครื่องครัว เพื่อให้บริการลูกค้าอย่างครบวงจร เริ่มจากการคิดค้น เครื่องครัวที่ทำจากปูน จนพัฒนามาสู่ครัวโมเดิร์น มีการใช้เครื่องจักรทันสมัย

หลังจากนั้น จึงเริ่มธุรกิจใหม่ ประเภท ดีไอวาย แยกส่วน ลูกค้าสามารถเดินเข้ามาเลือกซื้อสินค้าได้เหมือนเป็นดีพาร์ตเมนต์สโตร์ หรือซูเปอร์มาร์เก็ต เกี่ยวกับอุปกรณ์ห้องน้ำ ห้องครัว กระทั่งวิวัฒนาการมาสู่ ธุรกิจไฟประดับ ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ ตามลำดับ นับเป็นอีกกลุ่มธุรกิจที่ได้จดทะเบียนบริษัท ภายใต้ชื่อ "บุญถาวร ไลฟ์สไตล์ เฟอร์นิเจอร์" ในปี 2558 ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่เริ่มจากการเข้ามาเลือกซื้อ กระเบื้องเซรามิก ปูพื้น สุขภัณฑ์ และเมื่อเห็นว่ามีสินค้าประเภทอื่น จึงต่อยอดธุรกิจและความต้องการไปสู่สินค้าประเภทเฟอร์นิเจอร์

โดยลูกค้าของกลุ่มเฟอร์นิเจอร์เป็นฐานกว้าง มีตั้งแต่ระดับล่าง ไปจนกระทั่งระดับไฮเอนด์ สินค้าแต่ละประเภทจะมี ราคา คุณภาพ และอายุการใช้งานลดหลั่นกัน ซึ่งบริษัทมุ่งเป้ากลุ่มลูกค้าระดับกลาง มีความต้องการดีไซน์ และมีงบประมาณ

ส่วนสินค้าระดับไฮเอนด์ เป็นเครื่องหนังนำเข้าจากอิตาลี แบรนด์นาตูซี่ และมีแบรนด์แอซลี่ ซึ่งเป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากอเมริกา โดยกว่า 80% เป็นสินค้านำเข้า ส่วน 10-20% ผลิตในประเทศ ใช้หุ้นส่วนโรงงาน และมีการรวมแบรนด์เฟอร์นิเจอร์มีชื่อเสียงระดับโลก เข้าเป็นแบรนด์ในกลุ่ม "สแกนดิเนเวียนลิฟวิ่ง"

นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์ "เออร์เบิ้ล" ผลิตเองในประเทศ มุ่งจับกลุ่มลูกค้าระดับกลาง  ส่วนระดับ กลาง-ล่าง บริษัทได้รวบรวมแบรนด์ดังประมาณ 4-5 แบรนด์ ทั้งจากอิตาลี เยอรมนี  จีน และแบรนด์เล็กๆ ซึ่งมีโรงงานมาตรฐานสูงเป็นของตัวเอง ผลิตเพื่อขายให้กับซัพพลายจำนวน 10 แห่ง  มาร่วมผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ "ไลฟ์สไตล์ เฟอร์นิเจอร์" ราคาตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักแสนบาท

"หลังจากไลน์เฟอร์นิเจอร์เปิดดำเนินการมามีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี และวันนี้ยอมรับว่าตลาดเฟอร์นิเจอร์มีการแข่งขันสูง ในปีนี้เราจึงได้ทำการรีโนเวตโชว์รูม เนื่องจากธุรกิจเฟอร์นิเจอร์มีการปรับเปลี่ยนเทรนด์ตลอดเวลา จึงต้องปรับปรุงสถานที่ให้ลูกค้าได้พบเจอสิ่งใหม่ๆ โดยบริษัทได้เตรียมงบประมาณ 50-60 ล้านบาท ในการปรับปรุงสาขาปิ่นเกล้า และสุวรรณภูมิ ให้เป็นแนวโมเดิร์นมากขึ้น"

ส่วนสำนักงานใหญ่ จะรีโนเวตด้วยการแบ่งพื้นที่ชั้น 1 ออกเป็น 2 โซน คือ โซนสินค้าโปรโมชัน กับโซนสินค้าแบรนด์นาตูซี่  บริเวณชั้น 2 เป็นสินค้าแบรนด์เคมริช, แบรนด์ไทย"เออร์เบิ้ล" และสินค้าไม่มีแบรนด์ ส่วนบริเวณชั้น 3 เป็นสินค้าแบรนด์แอชลี่, สแกนดิเนเวียนลิฟวิ่ง และสินค้าไม่มีแบรนด์ ประเภท โต๊ะรับประทานอาหาร เตียงนอน ฯลฯ

ปัจจุบัน บุญถาวร มีสาขาอยู่ในกทม.-ปริมณฑล 4 สาขา ประกอบด้วย สาขาหลัก รัชดาฯ, เกษตรฯ-นวมินทร์,พระราม 2 และรังสิต ส่วนต่างจังหวัดมี 5 สาขา ที่เชียงใหม่, พัทยา,หัวหิน, สุราษฎร์ธานี และอุดรธานี ในปีนี้จะเปิดสาขาใหม่ที่ ราชพฤกษ์ และที่ อ.บางเสร่  ส่วนในปี 2562 จะเปิดสาขาโคราช

นอกจากนี้ ยังมีสาขาย่อยที่ร่วมธุรกิจลักษณะแฟรนไชส์ อีก 2 แห่ง แนว "อีโคลิฟวิ่ง" ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีโครงการนำร่องแห่งแรกที่ จ.พิษณุโลก นับเป็นจุดลงตัวในการพัฒนาร่วมกันระหว่าง บุญถาวร กับธุรกิจท้องถิ่น ที่มีความแข็งแกร่ง กระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ

สำหรับภาพรวมตลาดเฟอร์นิเจอร์ นายกฤษณ กล่าวว่า ยังเป็นของผู้บริโภค มีการแข่งขันสูง ผู้ประกอบการต้องบริหารต้นทุนวัสดุ แรงงาน ความทันสมัยของเครื่องจักร รวมถึงเทรนด์การออกแบบระดับโลก มุ่งเน้นธรรมชาติ โดยบุญถาวรเชื่อมั่นว่าธุรกิจที่อยู่อาศัย ยังเติบ โตได้ภายใต้เศรษฐกิจปัจจุบัน ลูกค้า 50% ต้องการสินค้ามีแบรนด์ อีก 50% ไม่ต้องการแบรนด์ บริษัทจึงจัดแผนโปรโมชันในเดือนมีนาคม-เมษายน 2561 ด้วยการมอบส่วนลด จัดอีเวนต์การขายต่อเนื่องตลอดปี มีการออกงานสถาปนิกสยามฯ บ้านและสวนแฟร์ จับกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ อาศัยในคอนโดมิเนียม นิยมความสะดวกสบาย ต้องการสินค้าคุณภาพเหมาะสมกับราคา ดีไซน์สวยงาม

"ขณะเดียวกัน ยังเร่งพัฒนาเว็บไซต์ บุญถาวรดอทคอม ให้ลูกค้าเข้าไปเลือกซื้อสินค้าในระบบ 3 มิติ 3D Design เช่น  กระเบื้อง เครื่องครัว สุขภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ นำมาตกแต่งให้เห็นจริงในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ คาดว่าระดับรายได้จะเติบโตถึง 1,000 ล้านบาท ในอีก 2 ปีข้างหน้า จากตลาดรวม 80,000 ล้านบาท โดยมีเป้าเติบโตปีละ 20-30% ในปี 2560-2561 ขยับขึ้นจากปี 2560 ที่มีรายได้ราว 600 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้ลงทุนสร้างโกดังเก็บเฟอร์นิเจอร์อยู่ที่รังสิต รวมถึงการประกอบ และจัดส่งเฟอร์นิเจอร์" นาย กฤษณกล่าว

 
ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
ข่าววัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ อื่นๆ