Loading

ดันบ้านราคาถูก4.5แสนขายคนจนผ่อนเดือนละ2พัน-นำร่อง8จว.แบงก์รัฐปล่อยกู้

วันที่ : 19 ธันวาคม 2560
ดันบ้านราคาถูก4.5แสนขายคนจนผ่อนเดือนละ2พัน-นำร่อง8จว.แบงก์รัฐปล่อยกู้

รัฐผุดบ้านคนไทยขายคนจน นำร่องใช้ที่ราชพัสดุ 8 จังหวัด 2,600 ยูนิต ราคาต่อหลังไม่เกิน 450,000 บาท ผ่อนไม่เกินเดือนละ 2,000 บาท งัดมาตรการจูงใจให้เอกชนช่วยสร้าง-ดึงแบงก์รัฐช่วยปล่อยกู้

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ภายในเดือนม.ค.2561 กรมธนารักษ์จะเสนอโครงการ "บ้านคนไทย" เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในหลักการคือช่วยเหลือคนไทยที่มีรายได้น้อย ให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง ในราคาต่อยูนิตไม่แพงเกินไป ราคาไม่เกิน 350,000-450,000 บาท มีภาระผ่อนชำระไม่เกิน 2,000 บาทต่อเดือน นำร่องก่อน 2,600 ยูนิต

โครงการดังกล่าว ครอบคลุมใน 8 จังหวัด เช่น กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ชลบุรี เป็นต้น โดยกลุ่ม เป้าหมายแรกที่ต้องการจะช่วยคือ ประชาชนที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนจะได้สิทธิก่อน

กรมธนารักษ์จะเร่งออกเงื่อนไขการประมูลให้เอกชน มาร่วมโครงการภายในต้นปี 2561 และจะให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนทั้งหมด แต่จะต้องเป็นของที่ราคาถูก และ มีคุณภาพตามมาตรฐาน โดยรูปแบบของบ้าน จะมีทั้ง บ้านแถว และอาคารสูง ให้ใช้พื้นที่ราชพัสดุ ในลักษณะ เช่าเซ้งยาว 30 ปี และต่อสัญญาเมื่อครบกำหนด

ทั้งนี้ต้องมีทำเลที่ตั้งไม่ไกลจากตัวเมือง มีพื้นที่ใช้สอยขั้นต่ำ 28 ตารางเมตรต่อยูนิต และคำนวณกำไรที่เอกชน จะได้รับที่ไม่เกิน 15-20% ซึ่งถือว่าต่ำ เพราะราคาบ้าน ไม่แพง ดังนั้นรัฐบาลก็จะต้องมีมาตรการจูงใจให้เอกชน มาร่วมโครงการ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

"บ้านคนไทย คือโครงการ "บ้านธนารักษ์ประชารัฐ" เดิม แต่เปลี่ยนชื่อ เพราะต้องการให้โครงการมีความ น่าอยู่ เห็นชื่อแล้วไม่ดูหดหู่เกินไป โดยเมื่อโครงการ ออกมา ก็จะมาพร้อมกับแพ็กเกจสินเชื่อของธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ด้วย ส่วนรายละเอียดโครงการเป็นอย่างไรนั้น จะต้องรอเสนอ เข้าที่ประชุมให้ครม. เห็นชอบก่อน" นายพชรกล่าว

นายพชรกล่าวว่า ได้เสนอโครงการให้กระทรวง การคลังพิจารณาในเบื้องต้นแล้ว แต่นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง สั่งให้กลับไปทบทวนรายละเอียดให้มีความรัดกุมมากขึ้น โดยเฉพาะประเด็นที่มีความอ่อนไหว เพื่อไม่ให้เกิดกรณีโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐ ในบางพื้นที่ ที่ดำเนินการไปก่อนหน้านี้ แล้วมีปัญหากับชุมชนใกล้เคียง จนต้องยกเลิกโครงการออกไป

 
ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ