Loading

อัด 100 ล้านลงทุนไอทีฐานข้อมูลบ้านมือสองหนุนอสังหาฯโตทั้งระบบ

วันที่ : 3 พฤศจิกายน 2560
อัด 100 ล้านลงทุนไอทีฐานข้อมูลบ้านมือสองหนุนอสังหาฯโตทั้งระบบ

นายสุรชัย ดนัยตั้งตระกูล ประธานกรรมการ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผย ปัจจุบัน ทิศทางของอสังหาริมทรัพย์เป็นยุคติจิทัลประเทศไทยยุค 4.0 มีความจำเป็นอย่างมากที่การ ประกอบธุรกิจอสังหาฯ จะต้องใช้เป็นปัจจัยพื้นฐาน ล้วนต้องใช้ Big Data ในการวิเคราะห์และกำหนดทิศทางการเชื่อมต่อระหว่างผู้ประกอบการอสังหาฯ สถาบันการเงิน และลูกค้ารายย่อย ที่ต้องล้วนนำไอทีด้านพร็อพเทค ระบบเทคโนโลยีเกี่ยวกับอสังหาฯ มาเชื่อมต่อกับฟินเทค (FinTech) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทางด้านการเงิน

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา การประมาณการความต้องการที่อยู่อาศัยของหน่วยงานต่างๆ มักจะใช้วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล และการสร้างแบบจำลอง เพื่อพยากรณ์ทางสถิติ ซึ่งจะทำให้เห็นภาพรวมของความต้องการที่อยู่อาศัย จากการอนุมานตามกลุ่มตัวอย่างการศึกษา เพราะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีความจำเป็นที่ต้องใช้เป็นปัจจัยพื้นฐาน เนื่องจากยุทธศาสตร์ของผู้ประกอบการต้องใช้ประกอบการพัฒนาโครงการให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค

นายสุรชัย กล่าวว่า โดยธนาคารอาคารสงเคราะห์ได้รับ งบประมาณด้านไอที ในปี 2561 จำนวนกว่า 100 ล้านบาท แบ่งเป็นงบประมาณสำหรับลงทุนด้านไอที จำนวน 74 ล้านบาท และงบประมาณสำหรับศูนย์ข้อมูลฯ จัดทำฐานข้อมูลตลาดบ้านมือสองอีก 30 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบัน ตลาดบ้านมือสองมีมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ในแต่ละปีสูงมากขึ้นเฉลี่ย 40% หรือประมาณ 1.2 แสนล้านบาท ของยอดโอนกรรมสิทธิ์รวม

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน การซื้อขายบ้านมือสองไม่มีมาตรฐาน หรือกฎระเบียบความคุมการซื้อ-ขาย ทำให้เกิดปัญหาผู้บริโภคถูกหลอกลวงจากนายหน้าที่ไม่ดี ผู้บริโภคกลัวถูกหลอก ทำให้ไม่กล้าซื้อขายบ้านผ่านตัวแทนนายหน้าอสังหาฯ กระทรวงการคลังจึงต้องการจัดทำพระราชบัญญัติตัวแทนนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เพื่อควบคุมผู้ประกอบธุรกิจให้อยู่ในกฎระเบียบเกิดการซื้อ-ขายบ้านมือสอง คล่องตัว

การที่มีฐานข้อมูลบ้านมือสอง จะช่วยเสริมระบบเศรษฐกิจให้เกิดการหมุนเวียน เกิดการเปลี่ยนมือได้ง่ายขึ้นเช่นเดียวกับต่างประเทศที่มีการซื้อ-ขายบ้านมือสองบ่อยครั้ง นอกจากนี้ ยังจะช่วยลดปัญหาเอ็นพีแอลอันเป็นผลมาจากค่านิยมของคนไทยเลือกที่จะซื้อบ้านเพียงหลังเดียว และอยู่อาศัยชั่วลูกหลาน จึงต้องเลือกซื้อบ้านหลังใหญ่เผื่อครอบครัวใหญ่ขึ้นในอนาคต จนต้องผ่อนในอัตราที่สูงเกินกว่ากำลังรายได้ที่ตนเองมี เกิดปัญหาหนี้ครัวเรือนตามมา และกลายเป็นเอ็นพีแอลในที่สุด ดังนั้น ฐานข้อมูลจะช่วยเปิดโอกาสและทางเลือกให้ กับประชาชนที่ต้องการซื้อบ้านหลังใหม่ ซึ่งจะทำให้ตลาดกว้างขึ้น และเป็นกำลังซื้อจริง โดยคาดว่าในอนาคตสัดส่วนการโอนบ้านใหม่ และบ้านมือสอง จะขยับมาที่ 50 : 50

 
ที่มา: หนังสือพิมพ์บางกอกทูเดย์
ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ