Loading

เบียดชนะกลุ่ม ช.การช่าง มูลค่ากว่าแสนล้าน บีทีเอส คว้ารถไฟฟ้า2สาย

วันที่ : 7 ธันวาคม 2559
เบียดชนะกลุ่ม ช.การช่าง มูลค่ากว่าแสนล้าน บีทีเอส คว้ารถไฟฟ้า2สาย

คาดลงนามสัญญาสัมปทาน โครงการ เม.ย.60

รฟม.เผยบีทีเอส-ราชบุรี-ซิโนไทย คว้าประมูลสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง มูลค่ากว่าแสนล้าน เตรียมเจรจาผลประโยชน์และเงินอุดหนุนจากภาครัฐ พร้อมข้อเสนอเพิ่มขยายส่วนต่อเชื่อมรถไฟฟ้าสายสีเขียว-เชื่อมต่อเมืองทองธานี

วานนี้ (6ธ.ค.)การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) ได้ประกาศเอกชนผู้ผ่านการประเมินสูงสุดสัมปทานลงทุนด้านโครงสร้างงานโยธางานระบบและขบวนรถไฟฟ้า (รถไฟฟ้ารางเดี่ยวแบบคร่อมราง) และให้บริการเดินรถบำรุงรักษา ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง มูลค่ารวม105,450.65 ล้านบาท

ทั้งนี้ตามที่รฟม.ได้ดำเนินการคัดเลือกผู้รับสัมปทานการลงทุนออกแบบ และก่อสร้างงานโยธาการจัดหาระบบรถไฟฟ้า การให้บริการเดินรถไฟฟ้าและซ่อมบำรุงรักษา โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองนั้น

ขณะนี้คณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 35 แห่ง พ.ร.บ. เอกชนร่วมลงทุน พ.ศ.2556 ได้ประเมินเอกสารข้อเสนอซองที่ 1ด้านคุณสมบัติและเทคนิคและเอกสารข้อเสนอซองที่ 2 ด้านการลงทุนและผลตอบแทนเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ปรากฏฎว่า กิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ (BSR Joint Venture) ประกอบด้วย บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (BTS Group) บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)) เป็นเอกชนผู้ผ่านการประเมินสูงสุด

คาดลงนามสัญญาได้เม.ย.60

หลังจากนี้คณะกรรมการฯ จะพิจารณากำหนดประเด็นเจรจาต่อรอง โดยจะเริ่มการเจรจาต่อรองกับกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ให้ได้ข้อสรุปก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาอนุมัติประมาณเดือนมี.ค.-เม.ย.2560 โดยรฟม. เร่งรัดประเมินข้อเสนอเอกชนร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง

เป็นไปตามนโยบายที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายไว้เร็วกว่าแผนเดิมที่วางไว้ประมาณ 1 เดือน คาดว่าจะสามารถลงนามสัญญาสัมปทานได้ภายในเดือนเม.ย.2560

สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง เป็นโครงการในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน(พีพีพี) โดย รฟม. ลงทุนค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน

ให้สัมปทานยาว33ปี3เดือน

ส่วนเอกชนผู้รับสัมปทานลงทุนด้านโครงสร้างงานโยธา งานระบบและขบวนรถไฟฟ้า (รถไฟฟ้ารางเดี่ยวแบบคร่อมราง) และให้บริการเดินรถและบำรุงรักษา รวมถึงเป็นผู้จัดเก็บค่าโดยสาร (PPP Net Cost) มีระยะเวลาสัมปทาน 33 ปี 3 เดือน

โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 งานออกแบบและก่อสร้างงานโยธา พร้อมติดตั้งระบบและขบวนรถไฟฟ้า เป็นระยะเวลา 3 ปี 3 เดือน และระยะที่ 2 งานให้บริการเดินรถและบำรุงรักษา ระยะเวลา 30 ปี

ทั้งนี้โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูระยะทาง 34.5 กิโลเมตรมูลค่าลงทุนรวม 53,519.50 ล้านบาท และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองระยะทาง 30.4 กิโลเมตรมูลค่าลงทุนรวม 51,931.15 ล้านบาท

เตรียมเจรจาเพิ่มกลุ่มBSRเพิ่ม

แหล่งข่าวจาก รฟม.กล่าวว่าคณะกรรมการฯ มาตรา 35 ที่มีนายธีรพันธ์ เตชะศิรินุกูล รองผู้ว่าการรฟม.ด้านกลยุทธ์และแผน เป็นประธาน จะเจรจากับกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์เพิ่มเติม โดยจะนำข้อเสนออื่นๆในซองที่ 3 มาประกอบการ พร้อมทั้งเจรจาเรื่องเงินอุดหนุนที่ภาครัฐจะจ่ายให้

โดยกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ ได้ยื่นข้อเสนอเพิ่มเติมซองที่ 3 ว่าจะลงทุนขยายรถไฟฟ้าสายสีเหลืองจากแยกรัชดาภิเษกไปอีก 2 สถานีระยะทาง 2.6 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีเชียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต บริเวณแยกรัชโยธินและจะขยายรถไฟฟ้าสายสีชมพูอีก 2.8 กิโลเมตรเพื่อเชื่อมต่อไปยังเมืองทองธานี

ทั้งนี้ รฟม. ได้เปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอร่วมประมูลทั้ง 2 โครงการเมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา ปรากฏว่าทั้ง 2 โครงการมีผู้ร่วมประมูล 2 ราย ได้แก่ กิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ และบริษัททางด่วนรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือBEM ซึ่งมีบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)เป็นบริษัทแม่

ชิโน-ไทยพร้อมลงมือก่อสร้าง

นายวัลลภ รุ่งกิจวรเสถียร ประธานกรรมการบริหารบริษัทซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) พันธมิตร กลุ่มบีทีเอส ระบุก่อนหน้านี้ว่า หากกลุ่มได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ลงทุนโครงการรถไฟฟ้า พร้อมที่จะเร่งจัดการในส่วนของการออกแบบงานก่อสร้าง คาดจะใช้เวลาส่วนนี้ประมาณ 6 เดือน ข้อดีคือเราสามารถออกแบบไปก่อสร้างไปได้ มั่นใจภายใน 3-4 เดือน น่าจะตอกเสาเข็มงานก่อสร้างได้ทันที

คีรีลั่นพร้อมลงทุนทั้ง2โครงการ

เช่นเดียวกับนายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานคณะกรรมการบริหารบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)หรือบีทีเอส ระบุก่อนหน้านี้ว่าบริษัทมีความชำนาญจึงได้เสนอข้อเสนอพิเศษในการเชื่อมต่อของเส้นทางไปในจุดที่มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็นข้อเสนอนอกเหนือจากทีโออาร์โดยเสนอจุดเชื่อมต่อของสายสีชมพูเข้าไปยังอิมแพ็ค เมืองทองธานี ส่วนสายสีเหลืองจะขยายเส้นทางเพิ่มบริเวณรัชดาแยกรัชโยธิน เพื่อเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว

ดีบีเอสรอประเมินมูลค่ายื่นประมูล

นายสมบัติ เอกวรรณพัฒนา นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส(ประเทศไทย)กล่าวว่า กรณีที่กลุ่มบีทีเอสอาจชนะการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง นั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินมูลค่าที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงจากโครงการดังกล่าว เนื่องจากจะต้องรอพิจารณารายละเอียดของต้นทุนการประมูลในครั้งนี้จะมีผลกระทบต่อฐานะการเงินหรือไม่ ขึ้นอยู่กับมูลค่าเงินลงทุน โดยเฉพาะกรณีที่รัฐต้องอุดหนุนมากน้อยแค่ไหนในส่วนของงานโยธา เพราะเป็นต้นทุนการลงทุนครั้งนี้

โดยฝ่ายวิจัยได้มีสมมติฐานภายในไว้แล้ว ดังนั้นมุมมองผลกระทบกรณีนี้คงต้องรอดูมูลค่าที่บีทีเอสยื่นประมูลไปจะมีมูลค่าการลงทุนสูงกว่าหรือต่ำกว่าที่คาดการณ์

สำหรับปัจจัยพื้นฐานปัจจุบันนั้น บีทีเอสชี้แจงนักวิเคราะห์ว่า บริษัทปรับลดรายได้ค่าโดยสารงวดปี 2559/60 (เม.ย.2559- มี.ค.2560) เหลือเติบโต 3-4% จากเดิมคาดโต 5-6% เนื่องจากคาดว่าจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส จะเติบโต3% จากเดิมคาดว่าจะเติบโต 4-5% หรือน่าจะมีจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยอ7 แสนคนต่อวัน เป็นไปตามสถานการณ์ในประเทศที่อยู่ในช่วงถวายความอาลัย ประกอบกับ ธุรกิจมีเดีย ก็ได้มีการปรับลดเป้าหมายรายได้ลงเหลือโต 30-40% จากเดิมคาดโต 50% จากงานอีเว้นท์ชะลอตัว

ทิสโก้คาดเอ็มโอยูเม.ย.ปีหน้า

นักวิเคราะห์บล.ทิสโก้ กล่าวว่าผู้บริหารมองว่ากระบวนการประมูลสายสีเหลืองและชมพูน่าจะเป็นไปได้เร็ว เนื่องจากมีผู้เข้าร่วมประมูลน้อย โดยจะประกาศผลประมูลรอบแรก (ผ่านคุณสมบัติและเทคนิค) ในวันที่ 17 พ.ย. สำหรับการประมูลรอบ 2 และ 3 รวมทั้งการลงนามในสัญญาน่าจะทำได้ภายในเดือน เม.ย. 2560 ซึ่งตั้งเป้าเริ่มให้บริการในปี 2563

อย่างไรก็ดี บีทีเอสไม่ให้ข้อมูลการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการเหล่านี้ในแง่ของผลประโยชน์/รายได้ เนื่องจากต้องเจรจาในขั้นตอนสุดท้าย

การเคลื่อนไหวราคาหุ้นบีทีเอส วานนี้(6ธ.ค.)ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยปรับตัวขึ้นไปสูงสุดที่ราคา 8.75 บาท ก่อนที่มาปิดตลาดที่ราคา 8.65 บาท เพิ่มขึ้น1.76% มูลค่าการซื้อขายรวม 266.45 ล้านบาท

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าวพัฒนาสาธารณูปโภค อื่นๆ