Loading

TICONทุ่มงบลงทุน1.5พันล้าน รุกสร้างคลังสินค้าใน จ.ลำพูน คาดเสร็จปี 61

วันที่ : 22 พฤศจิกายน 2559
TICONทุ่มงบลงทุน1.5พันล้าน รุกสร้างคลังสินค้าใน จ.ลำพูน คาดเสร็จปี 61

รุกสร้างคลังสินค้าในจ.ลำพูน คาดเสร็จปี 61

 

 ไทคอนทุ่มงบ 1,500 ล้านบาท รุกขยายคลังสินค้าเพื่ออุตสาหกรรมพื้นที่ภาคเหนือ ภายใต้โครงการโลจิสติกส์ พาร์ค ลำพูน พื้นที่ให้เช่ารวม 97,860 ตารางเมตร บนเนื้อที่ 140 ไร่ คาดก่อสร้างเสร็จและเปิดใช้งานทั้งโครงการในปี 2561

 

นายวีรพันธ์ พูลเกษ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TICON เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้ดำเนินแผนที่จะขยายการลงทุนด้านโรงงานและคลังสินค้าเพื่อการอุตสาหกรรมทางภาคเหนือ โดยวางเงินลงทุนรวมจำนวน 1,500 ล้านบาท สำหรับโครงการโลจิสติกส์ พาร์ค ลำพูน ในการรองรับการเติบโตด้านโลจิสติกส์ในพื้นที่ภาคเหนือ

 

โดยปัจจุบันบริษัทดำเนินการลงทุนผ่านบริษัทย่อยภายใต้บริษัท ไทคอน โลจิสติกส์ พาร์ค จำกัด หรือ TPARK เพื่อจะเป็นผู้ดำเนินการพัฒนาโครงการโลจิสติกส์ พาร์ค ลำพูน ซึ่งมีพื้นที่ให้เช่ารวม 97,860 ตารางเมตร บนพื้นที่ 140 ไร่ คาดจะก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งโครงการภายในปี 2561 สำหรับการรองรับธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าวัสดุก่อสร้างในพื้นที่ภาคเหนือ

 

สำหรับโครงการโลจิสติกส์ พาร์ค ลำพูน เริ่มเปิดให้ดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2559 ที่ผ่านมา โดยปัจจุบันมีลูกค้าเข้ามาเริ่มดำเนินงานภายในคลังสินค้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จำนวน 1 ราย คือ บริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด บนพื้นที่ 400 ตารางเมตร และมีลูกค้าอีกหลายรายให้ความสนใจเข้าชมโครงการอย่างต่อเนื่อง

 

กลุ่มไทคอนเห็นถึงสัญญาณการขยายตัวของเศรษฐกิจในภาคเหนือมาโดยตลอด เนื่องจากภาคเหนือมีความสำคัญมากขึ้นต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ซึ่งวัดจาก GDP ของภาคเหนือที่มีการเติบโตมาตลอด สอดคล้องกับโครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา จีน เมียนมา ลาว เวียดนาม และไทย ทำให้ภาคเหนือมีความน่าสนใจในการลงทุน และเหมาะในการจัดตั้งเป็นศูนย์กระจายสินค้านายวีรพันธ์ กล่าว

 

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนขยายการลงทุนด้านโรงงานและคลังสินค้า เพื่ออุตสาหกรรมทางภาคเหนือเพิ่มขึ้นอีก หากการตอบรับของลูกค้าในภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการด้านโลจิสติกส์ได้รับการตอบรับที่ดี และมีอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจต่อเนื่องในอีก 3-5 ปีข้างหน้า

 

นายวีรพันธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับทิศทางผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4/59 บริษัทยังคงสร้างความเติบโตทางธุรกิจและความแข็งแกร่งทางการเงินอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทมียอดลูกค้าเช่าโรงงานและคลังสินค้าของกลุ่มเพิ่มขึ้นรวม 216,771 ตารางเมตร ส่งผลให้บริษัทมีพื้นที่ภายใต้การบริหารจัดการ ณ สิ้นงวดไตรมาส 3/59 จำนวนรวมทั้งสิ้น 2.5 ล้านตารางเมตร

 

โดยกลุ่มลูกค้าหลักยังคงเป็นลูกค้าจากประเทศญี่ปุ่นที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และโมเดิร์นเทรด นอกจากนี้ บริษัทมั่นใจว่าตลาดภายในประเทศยังคงมีความต้องการโรงงานและคลังสินค้าสูงขึ้น โดยเฉพาะช่วงครึ่งปีหลังที่มีสัญญาณบวกจากปัจจัยส่งเสริมด้านนโยบายการลงทุนของภาครัฐ และจำนวนนักลงทุนจากต่างประเทศที่เข้าขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

 

ขณะเดียวกันบริษัทยังมองหาโอกาสการลงทุนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ อินโดนีเซีย เวียดนาม กัมพูชา และเมียนมา ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีการลงทุนในประเทศอินโดนีเซียตั้งแต่ปี 2558 โดยมีคลังสินค้าให้เช่าพื้นที่รวม 85,560 ตารางเมตร และยังอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรในประเทศเวียดนาม สำหรับการลงทุนคลังสินค้า ซึ่งคาดจะได้ความชัดเจนในช่วงเดือนม.ค. 2560

 

ด้านนายแทน จิตะพันธ์กุล ผู้จัดการทั่วไป TPARK กล่าวว่า สำหรับจุดเด่นของโครงการโลจิสติกส์ พาร์ค ลำพูน คือ ทำเลยุทธศาสตร์ที่ตั้งอยู่ห่างจากจังหวัดเชียงใหม่เพียง 10 กิโลเมตร รวมทั้งใกล้กับนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ (ลำพูน) 1, 2 และสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ (ลำพูน) ซึ่งเอื้อประโยชน์ให้โครงการมีความเหมาะสมสำหรับการเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้า

ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น

 

 

 

ข่าววัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ อื่นๆ