Loading

รื้อที่รถไฟสร้างบ้านคนจน "สมคิด" สั่งทำยุทธศาสตร์ล้างหนี้ 8 หมื่นล้านบาท

วันที่ : 1 ตุลาคม 2559
รื้อที่รถไฟสร้างบ้านคนจน "สมคิด" สั่งทำยุทธศาสตร์ล้างหนี้ 8 หมื่นล้านบาท

"สมคิด" สั่ง สคร.-รถไฟ ทำแผนยุทธศาสตร์ 10 ปี พัฒนาสินทรัพย์ที่ดินรถไฟทั่วประเทศกว่า 6 แสนล้านบาท ให้เกิดประโยชน์เพื่อล้างขาดทุนสะสม 8 หมื่นล้านให้เกลี้ยงให้เร่งหารือการเคหะ-ธนารักษ์ สร้างคอนโดฯ ชุมทางรถไฟ ให้คนยากจนมีคอนโดฯ หรือบ้านเช่าราคาถูก ย้ำภายในสิ้นปี 59 รถไฟทางคู่ 7 เส้นทางเข้า ครม.ได้ครบและเตรียมลุยอีก 9 เส้นทาง ในปี 60

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจเปิดเผยภายหลังประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)ว่า ขณะนี้ได้ให้การบ้านให้ รฟท.หารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่อร่วมจัดทำแผนแม่บทยุทธศาสตร์ ระยะ 10-15 ปี ในการทำแผนพัฒนาลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดของรถไฟให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นและสามารถล้างหนี้สินขาดทุนสะสมกว่า 80,000 ล้านบาท ให้หมดไป เพื่อให้รถไฟดำเนินการต่อได้ด้วยตนเอง คาดว่าแผนดังกล่าวจะแล้วเสร็จ 1-2 เดือนนี้

ทั้งนี้ที่ผ่านมารถไฟรายได้น้อย รายจ่ายเยอะจึงเป็นปัญหาทำให้ปัจจุบันมียอดขาดทุนสะสม 80,000 ล้านบาท แต่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะปัจจุบันรถไฟมีสินทรัพย์อยู่มากถึง 600,000 ล้านบาท หากนำมาต่อยอดเชิงพาณิชย์จะทำให้รายได้เพิ่มขึ้นมาก ซึ่งจากนี้จะต้องดูว่าที่ดินตรงไหนพัฒนาเองได้ก็ทำ หากทำไม่ได้ต้องเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุน แต่จะต้องไม่มีการขายที่ดินเด็ดขาด ซึ่งมั่นใจว่าภายใน 10-15 ปี งบการเงินของรถไฟจะต้องแข็งแรงขึ้นแน่นอนและในอนาคตจะต้องเป็นรถไฟ4.0ให้ได้

"ผมได้มอบให้ รฟท.ไปหารือร่วมกับการเคหะแห่งชาติ และกรมธนารักษ์ จัดทำโครงการก่อสร้างบ้านให้กับผู้มีรายได้น้อยหรือคนจนโดยนำพื้นที่บริเวณข้างทางรถไฟทั่วประเทศมาจัดสร้างเป็นบ้านเช่าราคาถูกหรือคอนโดมิเนียม ตามชุมทางสถานีรถไฟ ซึ่งถือเป็นโครงการที่ช่วยเหลือสังคม"

นายสมคิดกล่าวว่า ได้กำชับให้ รฟท.เร่งรัดโครงการที่เปิดให้เอกชนเข้าร่วมทุน (พีพีพี) ตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน 2556 โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) สายกรุงเทพฯ-ระยอง, กรุงเทพฯ-หัวหิน และโครงการสรรหาเอกชนรับสัมปทานเป็นผู้ประกอบการสถานีบรรจุและคัดแยกสินค้ากล่องที่ลาดกระบัง โดยจะต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีภายในปีนี้ ทั้งนี้ ส่วนของไฮสปีดเทรนทั้ง 2 เส้นทาง ได้กำชับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) พิจารณากำหนดที่ตั้งของสถานีแต่ละแห่งให้สอดคล้องกับการพัฒนาเมืองในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่รัฐบาลกำลังส่งเสริมรวมไปถึงการสร้างถนนของกรมทางหลวงในอนาคตด้วย นอกจากนี้ ให้ รฟท.ไปศึกษาการก่อสร้างรถไฟทางคู่เส้นทาง กทม.-ระยอง ซึ่งจะใช้ในการขนส่งสินค้าเสริมไปพร้อมกับการสร้างไฮสปีดเทรนด้วยเพื่อให้ระบบขนส่งภายในอีอีซีมีความสมบูรณ์มากขึ้น

ส่วนโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ส่วนต่อขยายช่วงระยะแรกเส้นทางบางซื่อ รังสิต เช่น ตลิ่งชัน-ศาลายา, รังสิต-มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์, พญาไท-บางซื่อ-ดอนเมือง นั้น ให้ รฟท.เปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนตามพีพีพี เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อกับโครงการสายสีแดงระยะแรกที่ รฟท.อยู่ระหว่างการก่อสร้างได้เร็วขึ้น

นอกจากนั้น รฟท.ได้รายงานให้ทราบถึงความคืบหน้าการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะแรก จำนวน 7 เส้นทาง ระยะทาง 995 กม. วงเงินรวม 129,703 ล้านบาท ว่า ขณะนี้ได้เริ่มก่อสร้างไปแล้ว 2 เส้นทาง คือ ฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอยและชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ส่วนอีก 2 เส้นทางได้ผ่าน ครม.แล้วคือ มาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ และประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร จะเปิดประมูลได้ในเดือน พ.ย.นี้ ส่วนอีก 3 เส้นทางที่เหลือ คือ ลพบุรี-ปากน้ำโพ, นครปฐม-หัวหิน และ หัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ อยู่ระหว่างรอเสนอ ครม.ภายในสิ้นปีนี้ สำหรับปี 2560 รฟท.เตรียมก่อสร้างทางคู่ระยะที่ 2 อีก 9 เส้นทางวงเงินลงทุน 429,342.58 ล้านบาท และเส้นทางตามแผนใหม่แนวเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนืออีก 2 เส้นทาง ระยะทาง 673 กม.วงเงิน 137,333.73 ล้านบาท

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

 

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ