Loading

ธนารักษ์เฮ'รับโอน'ที่มักกะสันปลดหนี้รถไฟ

วันที่ : 22 กันยายน 2559
ธนารักษ์เฮ'รับโอน'ที่มักกะสันปลดหนี้รถไฟ

กฤษฎีกาคณะพิเศษตีความที่ดินได้จากเวนคืนก่อน-หลังรัฐธรรมนูญปี'21 รัฐนำไปใช้ประโยชน์อื่นได้ตามเหมาะสม ทั้งที่ดินใต้ทางด่วน ใต้สะพาน สองข้างทาง รถไฟ เสนอรายโปรเจ็กต์ให้คณะกรรมการชาติอนุมัติ วงในชี้ที่มักกะสัน 497 ไร่ ร.ฟ.ท.โอนให้ธนารักษ์ปลดหนี้กว่า 6 หมื่นล้านได้ ทางหลวงเร่งปลดล็อกกฎหมายให้เอกชนร่วมลงทุนมอเตอร์เวย์โคราช-กาญจน์

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2559 สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทำหนังสือถึงกระทรวงคมนาคม เรื่องแนวทางนำที่ดินที่เหลือจากเวนคืนมาใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์อื่น หลัง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จใน 3 เดือน เพื่อให้รัฐนำที่ดินที่เหลือจากเวนคืน เช่น พื้นที่สองข้างทางรถไฟ รถไฟฟ้า ไปใช้ประโยชน์อื่นหรือแก้ปัญหาทางสังคม

โดยคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะพิเศษพิจารณาประเด็นข้อกฎหมาย และแนวทางการนำที่ดินจากเวนคืนไปใช้ประโยชน์เสร็จแล้ว การดำเนินการจะต้องพิจารณาตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ มีข้อสรุป คือ 1.อสังหาฯได้จากเวนคืนก่อนรัฐธรรมนูญปี 2521 ต้องตกเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐโดยเด็ดขาด และสภาพอสังหาฯ ในปัจจุบันถือเป็นสาธารณะสมบัติของ แผ่นดินตามมาตรา 1304 แห่งกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ รัฐย่อมนำไปใช้ประโยชน์ในกิจการของรัฐตามที่เห็นสมควรได้ ไม่ว่าจะเคยนำไปใช้ประโยชน์แล้วบางส่วน หรือไม่ได้ใช้ประโยชน์ก็ตาม

2.กรณีอสังหาฯภายหลังที่รัฐธรรมนูญปี 2521 ถึงปัจจุบัน ที่ดินจากเวนคืนจะไม่ตกเป็นของรัฐโดยเด็ดขาด หากรัฐไม่ใช้ประโยชน์ภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่หากใช้ประโยชน์แล้ว กรรมสิทธิ์ย่อมตกเป็นของรัฐโดยเด็ดขาด นำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นตามที่เห็นเหมาะสมภายหลังได้ โดยไม่กระทบต่อการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของการเวนคืน เช่น ที่ว่างใต้ทางด่วน ใต้สะพานหรือที่ดินสองข้างทางรถไฟ เป็นต้น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดการใช้ที่ดิน ซึ่งหน่วยงานต้องตรวจสอบที่ดินว่าจะนำที่ดินไปใช้ประโยชน์ได้ตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกาคณะพิเศษให้ความเห็นไว้หรือไม่ และให้แต่ละหน่วยงานเสนอแผนงานหรือโครงการให้คณะกรรมการระดับชาติที่รัฐบาลตั้งขึ้นมาพิจารณาว่าสอดคล้องกันหรือไม่

"จากแนวทางของคณะกรรมการกฤษฎีกา มีแนวโน้มที่ดินมักกะสัน 497 ไร่ของการรถไฟฯ อาจจะโอนให้กรมธนารักษ์เพื่อแลกหนี้กว่า 6 หมื่นล้านบาทได้ เพราะเป็นที่ดินได้มาก่อนปี'21"

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า มติคณะกรรมการ PPP วันที่ 15 ก.ย.59 ให้กรมทางหลวง (ทล.) กลับไปพิจารณาข้อกฎหมายร่วมกับสำนักงานกฤษฎีกาจะให้เอกชนร่วมลงทุนงานระบบจัดเก็บค่าผ่านทางและบำรุงรักษามอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช วงเงิน 7,965 ล้านบาทกับบางใหญ่-กาญจนบุรี วงเงิน 6,089 ล้านบาทได้หรือไม่ หลังทล.เสนอรูปแบบลงทุน PPP Gross Cost ระยะเวลา 30 ปี ซึ่งรัฐจะเป็นผู้รับความเสี่ยง

นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า กรมต้องทบทวนข้อกฎหมายให้ชัดติดขัดตรงไหนบ้าง หลังเสนอการลงทุน PPP Gross Cost ซึ่งเป็นการจ้างเอกชนเก็บค่าผ่านทางและบำรุงรักษาทางให้ 30 ปี

"กฎหมายทางหลวง ให้เอกชนแค่จ้างเหมาบริการไม่ใช่โอนสิทธิ์ให้เอกชนรับสัมปทาน ต้องหารือกฤษฏีกา ซึ่งบอร์ด PPP ไม่กำหนดเวลา ยังพอมีเวลาเพราะงานก่อสร้างยังไม่เริ่ม หากผลออกมาว่าทำไม่ได้ กรมพร้อมจะดำเนินการเองเหมือนกับมอเตอร์เวย์สาย 7 และ 9 ในปัจจุบัน แต่จะขัดกับมติคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนมอเตอร์เวย์ 2 สายนี้"

ที่มา:   ประชาชาติธุรกิจ

 

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ