Loading

อินเด็กซ์เร่งปั้นพาวเวอร์วันกางแผน5ปีทุ่มงบลุยเปิดครบ40สาขาโกยรายได้3พันล.

วันที่ : 4 กันยายน 2559
อินเด็กซ์เร่งปั้นพาวเวอร์วันกางแผน5ปีทุ่มงบลุยเปิดครบ40สาขาโกยรายได้3พันล.

อินเด็กซ์ฯ เปิดแผน 5 ปีปั้นธุรกิจขาที่ 3 ชื่อ "พาวเวอร์ วัน" ร้านค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าครบวงจร เตรียมทุ่มงบ 340 ล้าน เดินหน้าขยายครบ 40 สาขา โกยรายได้ 3,000 ล้าน

นายขวัญชัย กิจก้องขจรชัย รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานการตลาด บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์แบรนด์อินเด็กซ์,วินเนอร์ และผู้บริหารร้านค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าพาวเวอร์ วัน (Power One) เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัทเริ่มเปิดให้บริการในช่วงเดือนเมษายน 2557 ที่ผ่านมา สามารถขยายสาขาได้แล้ว 20 แห่ง แบ่งเป็นในกรุงเทพฯ 6 แห่ง และต่างจังหวัด 23 แห่ง โดยบริษัทวางเป้าหมายระยะยาว 5 ปีนับจากนี้จะขยายสาขาเพิ่มเป็น 40 แห่ง ภายใต้งบประมาณการลงทุน 20 ล้านบาทต่อสาขา หรือราว 340 ล้านบาท และจะเน้นขยายสาขาไปตามการขยายตัวของร้าน อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์  ขณะที่ในช่วงไตรมาส 4 ที่ถือเป็นช่วงไฮซีซั่นของสินค้าในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า บริษัทได้เตรียมจัดแคมเปญออกมารองรับความต้องการ ไม่ว่าจะเป็น งาน HA FAIR ในช่วงปลายปีและแคมเปญต่างๆของทางพาวเวอร์

"อีกหนึ่งปัจจัยที่เราสามารถสร้างการเติบโตได้ดีในช่วงปลายปี ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากยอดขายในไตรมาส 3 ถือเป็นช่วงโลวซีซันที่มียอดขายต่ำสุดในรอบปีอยู่แล้ว โดยในช่วงนี้เริ่มมีผู้ประกอบการและลูกค้าต่างๆทยอยสั่งซื้อสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เพื่อไปเป็นของขวัญของฝากในช่วงปลายปีอยู่แล้ว ขณะที่การแข่งขันของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน นับว่ามีการแข่งขันที่รุนแรงทั้งจากแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าที่เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงการออกแบบที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย ขณะที่เชนร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้ายังคงแข่งขันกันที่ราคา รวมถึงการจัดโปรโมชันเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการผ่อนชำระสินค้า 0% เป็นต้น"

ทั้งนี้ปัจจุบันกลุ่มสินค้าที่จำหน่ายภายในร้าน แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ หมวดภาพและเสียง 38% ไฟฟ้า หมวดเครื่องใช้ภายในบ้าน 36% หมวดสินค้าขนาดเล็ก 14% และหมวดเครื่องครัว 12% โดยสินค้าที่ขายดีพบว่าเป็นกลุ่มทีวี รองลงมาคือกลุ่มเครื่องปรับอากาศ และกลุ่มเครื่องผสมอาหาร พร้อมกันนี้จะนำสินค้าในกลุ่มโทรศัพท์มือถือเข้ามาจำหน่ายในช่วงต้นปี 2560 เพื่อให้ร้านพาวเวอร์ วัน มีความหลากหลายในตัวสินค้า และเป็นศูนย์รวมเครื่องใช้ไฟฟ้าครบวงจร ขณะที่สัดส่วนการซื้อสินค้าพบว่าเป็นลูกค้ากลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 15% ที่ซื้อเพื่อใช้งานในสำนักงาน อาทิ กาน้ำร้อน เครื่องชงกาแฟ เป็นต้น ส่วนที่เหลือ 85% เป็นลูกค้าทั่วไป โดยแบ่งเป็นสัดส่วนกลุ่มที่ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าคู่กับเฟอร์นิเจอร์ 60% และอีก 40% เป็นกลุ่มที่ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว และเชื่อว่าสัดส่วนจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลังจากที่มีความชัดเจนของโลโก

นอกจากนี้ในส่วนของสินค้าเฮาส์แบรนด์ของบริษัททั้ง 2 แบรนด์ ประกอบไปด้วยแบรนด์คูซิโน่ (Cusino) แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก (SA) และแบรนด์คาวัลลินี่ (Cavallini) ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนยอดขายคิดเป็น 40% จากสินค้าในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก ยังมีการสร้างแบรนด์และขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนแบรนด์ คาวัลลินี่ (Cavallini) นั้นมีแผนขยายไลน์สินค้าไปยังสินค้าในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน (HA) เพิ่มเติม และมีแผนจะนำเข้ามาทำตลาดในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมนี้

ด้านผลประกอบการพาวเวอร์ วัน ในปีนี้ คาดว่าจะมีการเติบโตประมาณ 28% หรือคิดเป็นมูลค่า 1,000 ล้านบาท เทียบกับปี 2558 ที่ทำได้ 780 ล้านบาท หรือเติบโต 73% เมื่อเทียบกับปี 2557 ที่มียอดขาย 450 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม คาดว่าจากการขยายสาขาของพาวเวอร์ วัน ในช่วง 5 ปีจากนี้ จะทำให้มียอดขายอยู่ที่ 3,000 ล้านบาทตามเป้าหมายที่วางไว้ ส่วนภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านของไทย มีมูลค่า 8 หมื่นล้านบาท มองว่าในช่วงครึ่งปีหลังยังคงมีแนวโน้มการขยายตัวที่ดีขึ้น ซึ่งมาจากปัจจัยบวกไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ๆ จากค่ายผู้ผลิต ความต้องการสินค้าที่เกี่ยวกับสุขภาพและประหยัดพลังงาน รวมถึงการขยายตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทยที่ขยายตัวต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

 

ข่าววัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ อื่นๆ