Loading

กางแผนลงทุนคมนาคมเฟส 2 ปี60-64ผุดโครงการใหม่เพียบ

วันที่ : 9 มิถุนายน 2559
กางแผนลงทุนคมนาคมเฟส 2 ปี60-64ผุดโครงการใหม่เพียบ

"อาคม" สั่งปรับยุทธศาสตร์โครง สร้างพื้นฐานคมนาคม 20 ปี เร่งลงทุนต่อเนื่องตามแผนระยะ 2 ระหว่างปี 2560-2564 ทั้งรถไฟฟ้าและทางคู่ มอเตอร์เวย์ ท่าเรือน้ำลึก ทางด่วน เผยกรอบวงเงินงบประมาณ ปี 61 ไม่น้อยกว่า 1 แสนล้านบาท "ปลัดคมนาคม" แย้มปลายปีนี้ได้เห็นการประมูล/ประกวด ราคาเกิดขึ้นอีกหลายโครงการ

นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผย "ฐานเศรษฐ กิจ" ว่า นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสั่งให้ปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ของกระทรวงคมนาคม เนื่องจากขณะนี้มีหลายโครงการที่ได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมเสร็จแล้ว จึงเห็นควรผลักดันให้ลงทุนต่อเนื่องเพิ่มเติม เพื่อให้โครงการขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมาย จึงต้องเตรียมแผนปฏิบัติการ 5 ปี (ระหว่างปี 2560-2564) มารองรับเพื่อให้แผนยุทธศาสตร์มีความต่อเนื่องตามนโยบายของรัฐบาล ประกอบด้วยโครงการลงทุนขนาดใหญ่ อาทิ รถไฟฟ้า, รถไฟทางคู่ ระยะที่ 2, ท่าเรือน้ำลึก และทางหลวงพิเศษ หรือมอเตอร์เวย์ ระยะที่ 2 ตามแผนแม่บท เป็นต้น ทั้งนี้ คาดว่ากรอบวงเงินงบประมาณสำหรับปี 2561 ไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท

"ขณะที่แผนปฏิบัติการด้านคมนาคมระยะเร่งด่วน ปี 2559-2560 (Action Plan) อยู่ในระยะดำเนินการ โดยโครงการส่วนใหญ่สามารถเดินตามแผนที่วางไว้"

ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวอีกว่าสำหรับแผน 5 ปีของคมนาคมที่จัดทำขึ้นนี้จะต้องให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาฯฉบับที่ 12 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ซึ่งยึดโยงกับกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (ปี 2558-2577) ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เน้นว่า "ประเทศไทยมีความมั่นคง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง" เพื่อสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งจะเร่งดำเนินการสรุปรายละเอียดในเร็วๆนี้

ส่วนความคืบหน้าแผนแอกชันแพลนปี 2559-2560 นั้น ตามแผนปฏิบัติการจำนวน 20 โครงการขณะนี้รถไฟทางคู่ 2 เส้นทางคือ ฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย และขอนแก่น-ชุมทางถนนจิระของการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) อยู่ระหว่างการก่อสร้างคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนพฤษภาคม 2562 อีกทั้งยังมีโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือชายฝั่ง(ท่าเทียบเรือ A) ที่ท่าเรือแหลมฉบังของการท่าเรือแห่งประเทศไทย(กทท.) คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนพฤศจิกายน 2560

นอกจากนั้นยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการเร่งก่อสร้างและเร่งประกวดราคาให้แล้วเสร็จ 5 โครงการ คือ โครงการพัฒนาศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟ(SRTO) ที่ท่าเรือแหลมฉบังของกทท. ขณะนี้เริ่มต้นงานก่อสร้างได้แล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนตุลาคม 2560 โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง(มอเตอร์เวย์) สายพัทยา-มาบตาพุด ประกวดราคาครบทั้ง 13 สัญญาอยู่ระหว่างการเร่งรัดงานก่อสร้าง เช่นเดียวกับสายบางปะอิน-นครราชสีมา ประกวดราคาไปแล้วบางส่วน ส่วนที่เหลือจะเร่งประกวดราคาต่อเนื่องกันไป สายบางใหญ่-กาญจนบุรี อยู่ระหว่างขั้นตอนเตรียมประกวดราคา นอกจากนั้นสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 ได้เริ่มประกวดราคาไปบ้างแล้ว ทั้งงานต่อเชื่อมอุโมงค์ด้านทิศใต้และงานอุโมงค์ ตลอดจนงานสาธารณูปโภคต่างๆ

ในส่วนรถไฟฟ้าสายสีชมพู(แคราย-มีนบุรี) วงเงินลงทุนกว่า 5.6 หมื่นล้านบาท และสายสีเหลือง(ลาดพร้าวสำโรง) วงเงินกว่า 5.4 หมื่นล้านบาท อยู่ระหว่างกระบวนการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนของคณะกรรมการตามมาตรา 35 และคาดว่าปลายปีนี้จะเห็นกระบวนการประมูลเกิดขึ้นได้อีกทั้งหลายโครงการจะเห็นภาพการก่อสร้างเริ่มในปีหน้า ส่วนสายสีส้ม ตะวันออก(ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี) กรอบวงเงินกว่า 1 แสนล้านบาท คาดว่าจะประกวดราคาเดือนกรกฎาคมนี้ เช่นเดียวกับรถไฟทางคู่เส้นทางประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร วงเงินกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท ร.ฟ.ท.อยู่ระหว่างการเตรียมประกาศประกวดราคา

ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2559 เส้นทางมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ วงเงินกว่า 2.9 หมื่นล้านบาทก็ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการ(บอร์ด) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) เรียบร้อยแล้ว ส่วนเส้นทางลพบุรี-ปากน้ำโพ วงเงินกว่า 2.4 หมื่นล้านบาท, นครปฐม-หัวหิน วงเงินกว่า 2 หมื่นล้านบาท และหัวหินประจวบคีรีขันธ์ วงเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาทนั้น รอบอร์ดสศช.พิจารณาต่อเนื่องกันไปซึ่งคาดว่าจะเสนอประกวดราคาได้ในปลายปีนี้พร้อมกับโครงการรถไฟสายสีแดงเข้ม(มิสซิ่งลิงค์) ระยะทาง 25.5 กิโลเมตร และแอร์พอร์ตลิงค์ ส่วนต่อขยายพญาไท-บางซื่อ-ดอนเมือง ระยะทาง 21 กิโลเมตร รวมงบไม่น้อยกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท

นายชาติชาย กล่าวเพิ่มเติมว่าส่วนกรณีมอเตอร์เวย์ที่มีการแบ่งตอนหลากหลายนั้น เมื่อกรมทางหลวงได้อธิบดีคนใหม่แล้ว ก็คงสามารถเร่งรัดงานด้านต่างๆ ให้รวดเร็วขึ้น ซึ่งล่าสุดได้มอบนโยบายให้เน้นการทำงานอย่างมีคุณภาพ เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยนอกเหนือจากโยกย้ายทั้ง 32 ตำแหน่งแล้วยังจะต้องรับระดับรองอธิบดีขึ้นมาทดแทนอีก 1 ตำแหน่ง โดยจะต้องเปิดแสดงวิสัยทัศน์กันต่อไป

ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ได้อนุมัติการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณโครงการใหม่ที่มีงบประมาณรวม 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินมีมติว่าทุกโครงการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณปี 2559 ต้องสามารถลงนามสัญญาได้ภายในวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ แต่มติครม.เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้อนุมัติให้ขยายเวลาสำหรับโครงการที่มีวงเงินเกิน 1,000 ล้านบาทขึ้นไปที่ไม่สามารถลงนามได้ทันวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ด้วยสาเหตุต่างๆซึ่งมีจำนวนไม่มากนัก

"ในครั้งนี้มีการนำเสนอโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง(มอเตอร์เวย์)สายบางปะอิน-นครราชสีมา ช่วงที่ 7 ตอนทางแยกต่างระดับสระบุรี จากทั้ง 40 ช่วงของโครงการ หลังจากนี้กรมทางหลวง(ทล.)จะเร่งลงนามในสัญญาให้ดำเนินการก่อสร้างโดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในเดือนกรกฎาคมนี้ โดยมอเตอร์เวย์เส้นทางดังกล่าวมีระยะทาง 196 กิโลเมตร มูลค่ารวมเฉพาะช่วงที่ 7 นี้วงเงิน 1,509 ล้านบาท ซึ่งกรณีดังกล่าวนี้จะก่อนี้ผูกพันนับตั้งแต่ปี 2559-2562"

สำหรับการขับเคลื่อนโครงการตามแผนปฏิบัติการช่วงปี 2559 ของกระทรวงคมนาคมภายในเดือนมิถุนายนนี้จะนำเสนอโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ เส้นทางมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ให้ครม.พิจารณาอนุมัติให้ดำเนินการภายใน 1-2 สัปดาห์นี้และคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างภายในสิ้นปีนี้

ส่วนโครงการที่จะเร่งผลักดันต่อเนื่องกันไปประกอบด้วย รถไฟทางคู่ ลพบุรี-ปากน้ำโพ, นครปฐม-หัวหิน,หัวหินประจวบคีรีขันธ์(อยู่ระหว่างการเตรียมนำเสนอสศช.) ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำเสนอครม.ได้ประมาณเดือนกรกฎาคมและประมูลได้ภายในปลายปีนี้ทั้งหมด อีกทั้งยังมีโครงการรถไฟความเร็วสูงอีก 3 เส้นทางคือกรุงเทพฯ-เชียงใหม่,กรุงเทพฯหัวหิน และกรุงเทพฯ-ระยองที่อยู่ระหว่างการเร่งผลักดันให้เริ่มการก่อสร้างได้ในปี 2560 นี้

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

 

ข่าวพัฒนาสาธารณูปโภค อื่นๆ