Loading

มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ หนุนยอดโอนบ้าน6เดือนพุ่ง

วันที่ : 27 พฤษภาคม 2559
มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ หนุนยอดโอนบ้าน6เดือนพุ่ง

ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ เผยมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ 6 เดือนหนุนยอดโอนพุ่ง คอนโดฯ 63,000 หน่วยโต 106% บ้านจัดสรร 68,500 หน่วย 23% ชี้ผู้ประกอบการเร่งอัดแคมเปญระบายสต๊อก ขณะที่ยอดเปิดโครงการใหม่ลดฮวบ 38,130 หน่วย ลด 28% เผยยอดขาย 15 บิ๊กอสังหาฯ ในตลาดหลักทรัพย์ไตรมาสแรก 4.8 หมื่นล้าน ลด 3.3% ระบุเอกชนเร่งอัดแคมเปญให้มากกว่ามาตรการรัฐหวั่นกำลังซื้อลดฮวบ

วานนี้ (26 พ.ค. 59) ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ จัดงานสัมมนาเรื่อง "ทิศทาง ตลาดที่อยู่อาศัย กรุงเทพฯและปริมณฑล" โดยนายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยผลสำรวจโครงการที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ- ปริมณฑล ว่า มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลส่งผลให้ตลาดอสังหาฯในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา คึกคักขึ้น โดยเฉพาะการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย

ทั้งนี้ จากการสำรวจยอดโอนกรรมสิทธิ์ ที่อยู่อาศัยในช่วง 6 เดือน ที่มีมาตรการ กระตุ้นอสังหาฯนับจากพฤศจิกายน 58-เมษายน 59 พบว่า บ้านจัดสรรมียอดโอนกรรมสิทธิ์ 68,500 หน่วย เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 23% แบ่งเป็นเดือนพฤศจิกายน 58 มียอดโอนกรรมสิทธิ์ 13,600 หน่วย, ธันวาคม 58 19,000 หน่วย, มกราคม 59 จำนวน 6,300 หน่วย, กุมภาพันธ์ 7,700 หน่วย, มีนาคม 9,200 หน่วย และเมษายน 12,700 หน่วย

ส่วนห้องชุดจดทะเบียน 6 เดือน จำนวน 63,000 หน่วย โตขึ้น 106% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นพฤศจิกายน 8,800 หน่วย, ธันวาคม 9,050 หน่วย, มกราคา 5,100 หน่วย, กุมภาพันธ์ 7,000 หน่วย, มีนาคม 12,800 หน่วย และเมษายน 20,250 หน่วย

ในขณะที่การเปิดขายโครงการใหม่ของผู้ประกอบการในช่วงที่มีมาตรการถือว่าปรับลดลงกว่า 28% หรือมียอดเปิดโครงการใหม่ 38,130 หน่วยจากช่วงเดียว กันของปีก่อนที่มียอดโอนกรรมสิทธิ์จำนวน 53,250 ล้านบาท เนื่องจากผู้ประกอบ การส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่การระบายสต๊อก ซึ่งจากการสำรวจพบว่า โครงการบ้านจัดสรรเปิดขายใหม่ในปี 59 จำนวน 17,780 ยูนิต ลดลง 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดเปิดโครงการใหม่ 20,050 หน่วย ส่วนโครงการอาคารชุดเปิดขายใหม่ 20,350 หน่วย ลดลง 39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดเปิดโครงการใหม่ 33,200 หน่วย อย่างไรก็ตาม หลังหมดมาตรการเชื่อว่าผู้ประกอบการจะหันมาเร่งเปิดโครงการมากขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขายใหม่ ซึ่งคาดว่าในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะกลับมาฟื้นตัวและเกิดความสมดุลของตลาดมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ขณะที่ตัวเลขยอดขายในช่วงไตรมาส 1/59 ของผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 15 อันดับแรก พบว่า มียอดขายรวม 4.8 หมื่นล้านบาท ลดลง 3.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและลดลง 9.7% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/58 ที่ผ่านมา (ไม่นับรวมยอดขายของโครงการร่วมทุน) ส่วนยอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ลดลงเหลือ 1.65 แสนล้านบาท แบ่งเป็นอาคารชุด 1.39 แสนล้านบาท และ บ้านจัดสรร 2.6 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 58 ที่มี Backlog 1.76 แสนล้านบาท แบ่งเป็นอาคารชุด 1.53 แสนล้านบาทและบ้านจัดสรร 2.3 หมื่นล้านบาท

นายสัมมา กล่าวต่อว่า สำหรับยอดโครงการเปิดใหม่ในช่วง 4 เดือนแรก 2559 มกราคม-เมษายน พบว่า มีโครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่จำนวน 23,710 หน่วย ลดลง 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีจำนวน 30,460 หน่วย แบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรรมีจำนวน 9,880 หน่วย ลดลง 30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีจำนวน 14,040 หน่วย โครงการอาคารชุดจำนวน 13,830 หน่วยลดลง 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีจำนวน 16,420 หน่วย

โดยจังหวัดที่มีการเปิดขายใหม่มากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพฯ 20 โครงการ รวม 2,037 ยูนิต นนทบุรี 13 โครงการ รวม 2,699 ยูนิต ปทุมธานี 11 โครงการ รวม 1,954 ยูนิต สมุทรปราการ 8 โครงการ รวม 1,838 ยูนิต นครปฐม 4 โครงการ รวม 772 ยูนิต และสมุทรสาคร 4 โครงการ รวม 584 ยูนิต

ในส่วนของโครงการอาคารชุด มีจำนวนโครงการที่เปิดขายใหม่ทั้งสิ้น 13,830 ยูนิต จาก 40 โครงการ ลดลง 16% เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่เปิดขายใหม่ 16,420 ยูนิต แบ่งเป็น บริษัทจดทะเบียน รวม 7,297 ยูนิต จาก 12 โครงการ และบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ รวม 6,529 ยูนิต จาก 28 โครงการ โดยจังหวัดที่มีโครงการเปิดขายใหม่มากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพ 9,257 ยูนิต จาก 26 โครงการ นนทบุรี 3,207 ยูนิต จาก 6 โครงการ ปทุมธานี 614 ยูนิต จาก 4 โครงการ สมุทรปราการ 73 ยูนิต จาก 1 โครงการ และนครปฐม 675 ยูนิต จาก 3 โครงการ

"คาดว่าในเดือนพฤษภาคมผู้ประกอบการจะเปิดตัวโครงการใหม่ไม่มากนักหลังหมดมาตรการ แต่จะเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มมากขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายนไปจนถึงปลายปี อย่างไรก็ตามเชื่อว่ายอดเปิดตัวโครงการใหม่ของปีนี้จะไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมามากนัก โดยคาดว่า ปีนี้จะมีจำนวนยูนิตเปิดขายใหม่รวมประมาณ 110,000 ยูนิต เปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาที่เปิดขายใหม่รวม 104,860 ยูนิต แบ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียม 61,000-62,000 ยูนิต และบ้านจัดสรรประมาณ 40,000 ยูนิต"

นอกจากนี้ ศูนย์ข้อมูลยังเปิดเผยผลสำรวจโครงการอสังหาริมทรัพย์เมื่อสิ้นปี 2558 ของโครงการที่อยู่ระหว่างการขายที่มีหน่วยเหลือขายไม่ต่ำกว่า 6 หน่วย พบว่า โครงการบ้านจัดสรร ที่อยู่ในระหว่าง การขายในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล มี 1,086 โครงการ มีหน่วยในผังของทุกโครงการรวมกันประมาณ 204,500 หน่วย มีหน่วยเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาดประมาณ 78,500 หน่วย คิดเป็นมูลค่าหน่วยเหลือขายประมาณ 345,500 ล้านบาท (เทียบกับ ปี 2557 มี 1,022 โครงการ มีหน่วยในผังโครงการประมาณ 202,200 หน่วย และมีหน่วยเหลือขายประมาณ 78,500 หน่วย)

โครงการอาคารชุด ซึ่งอยู่ในระหว่างการขายในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล มีประมาณ 416 โครงการ มีหน่วยห้องชุดในผังของทุกโครงการรวมกันประมาณ 220,500 หน่วย มีหน่วยห้องชุดเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาดประมาณ 59,900 หน่วย คิดเป็นมูลค่าหน่วยเหลือขายประมาณ 182,450 ล้านบาท (เทียบกับ ปี 2557 มีโครงการอาคารชุดประมาณ 400 โครงการ มีหน่วยห้องชุดในผังของทุกโครงการรวมกันประมาณ 206,000 หน่วย และมีหน่วยเหลือขายประมาณ 57,300 หน่วย)

ด้านนายรุ่งรัตน์ ลิ่มทองแท่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซื่อตรงกรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นอสังหา- ริมทรัพย์จะหมดลงเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่ากำลังซื้อจะชะลอตัวลงเนื่องจากกำลังซื้อในอนาคตบางส่วนถูกดึงไปซื้อเพื่อรับอานิสงส์จากมาตรการ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต่างวางกลยุทธ์เพื่อรับมือกับภาวะชะลอตัวที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ด้วยการออกโปรโมชันให้เหมือนมาตรการรัฐ บางรายให้มากกว่ามาตรการรัฐด้วยการฟรีทุก ค่าใช้จ่ายวันโอน รวมถึงส่วนลดของแถม

ที่มา : ผู้จัดการรายวัน 360 องศา

 

 

 

ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ