Loading

บิ๊กธุรกิจชิงดำเขตศก.พิเศษ'ชายนิด'ลุยท่องเที่ยวตราด

วันที่ : 22 พฤษภาคม 2559
บิ๊กธุรกิจชิงดำเขตศก.พิเศษ'ชายนิด'ลุยท่องเที่ยวตราด

บิ๊กธุรกิจ 19 รายแห่รุมทึ้งที่ดิน 3 เขตเศรษฐกิจพิเศษ มุกดาหาร-หนองคายตราด นักลงทุนตบเท้าซื้อซองประมูล 35 ซอง เผยมีทุกวงการทั้งอสังหาริมทรัพย์ โลจิสติกส์ รับเหมา เกษตร นิคมอุตสาหกรรม ทุนท้องถิ่น ร่วมชิงดำ ด้าน "ชายนิด" ฟันธงตราดไม่เหมาะทำนิคมฯ เล็งลงทุนท่องเที่ยวเชื่อมเพื่อนบ้าน "อธิบดีธนารักษ์" ระบุ ส.ค.นี้ได้เห็นการพัฒนาแน่ ส่วนพื้นที่แม่สอด-สะเดา เคลียร์จบไม่เกิน พ.ค.มิ.ย.นี้

นายชายนิด อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริษัทพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) (PF) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ได้ซื้อซองประมูลพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตราดทั้งนี้มองว่าจังหวัดตราดมีศักยภาพสูง และขณะนี้อยู่ระหว่างให้ผู้เชี่ยวชาญออกแบบ ส่วนรูปแบบการพัฒนา เนื่องจาก ตราดเป็นเมืองชายทะเล และมีเส้นทางเชื่อมทางบกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน จึงมองว่าหากชนะการประมูล ที่ดินที่ราชพัสดุพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ตราด ขนาดเนื้อที่เพียงกว่า 800 ไร่ ดังนั้นจึงไม่เหมาะที่จะพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรม แต่เหมาะจะเป็นการท่องเที่ยวมากกว่า โดยมีแผนจะลงทุนด้านท่องเที่ยวที่พักครบวงจรเชื่อมประเทศเพื่อนบ้าน

ส่วนจะร่วมทุนกับพันธมิตรหรือไม่ นายชายนิดตอบว่า ลงทุนในนามบริษัทพร็อพเพอร์ตี้เพอร์เฟคฯ ไม่ได้ร่วมทุนกับใคร อย่างไรก็ดี วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 นี้ บริษัทจะลงพื้นที่อีกครั้ง ก็น่าจะมีคำตอบได้ว่า พื้นที่ดังกล่าวเหมาะลงทุนท่องเที่ยวรูปแบบใด แต่เบื้องต้นน่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ รองรับนักท่องเที่ยว ส่วนกรณีที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตราด กว่า 800 ไร่ พบว่ามีเอกชนสนใจลงทุนมาก อาทิ ค่ายซี.พี.แลนด์  บจ.ไทยบอนเนตเทรดดิ้งโซน (นิคมอุตสาหกรรมบางปู) จะสู้ได้หรือไม่ เขาย้ำว่าไม่น่ามีปัญหา แต่หากใครชนะก็ยินดี และยังยืนยันว่าตราดมีศักยภาพสูงมากน่าลงทุน

อย่างไรก็ดี "ฐานเศรษฐกิจ" สอบถามไปที่ บมจ.ซี.พี.แลนด์ และบมจ.ยูนิคเอ็นจิเนียริ่ง ได้รับการตอบรับว่าซื้อและสนใจ อย่างไรก็ดีต้องศึกษารายละเอียดก่อน

สอดรับกับ นายอุทัย ตันชัย ประธานหอการค้าจังหวัดตราด กล่าวว่า มีเอกชนสนใจลงทุนพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษมากพอสมควร ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นขับเคลื่อนในพื้นที่ โดยเฉพาะที่ดินรัฐที่จะต้องเป็นตัวนำร่องกว่า 800 ไร่ ที่จะช่วยให้พื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษรอบๆทั้งอำเภอคลองใหญ่ ซึ่งเป็นที่ดินเอกชนเกิดการขยับลงทุนตามมา เพราะที่ผ่านมาต่างก็ซื้อที่ดินรอพัฒนาอยู่แล้ว

เช่นเดียวกับนายภมร เชาว์ศิริกุล ประธานหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร สะท้อนว่า เริ่มต้นเห็นความคึกคักแล้วสำหรับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหารที่มีเอกชนสนใจมากพอสมควร แต่การซื้อซองครั้งนี้ ไม่ใช่ตัวชี้วัดที่แท้จริง ซึ่งต้องดูทิศทางข้างหน้าว่า จะเป็นอย่างไรโดยเฉพาะภาครัฐควรออกมากระตุ้นทุกด้านมากกว่านี้ ซึ่งที่ผ่านมา เปรียบเหมือนมีคนมาเขย่าขวดยา แต่ยังไม่ได้ทานยา ว่าทานแล้วจะมีผลดีอย่างไร ดังนั้น รัฐบาลควรออกมากระตุ้นเรื่องนี้ให้แรงขึ้นเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนที่ชัดเจน

ด้านแหล่งข่าวจากกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า  นับจากกรมเปิดขายซองหลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้พัฒนาพื้นที่ เพื่อการลงทุนในที่ราชพัสดุเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 3 พื้นที่ได้แก่ จังหวัดตราด มุกดาหารและหนองคายตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน -19 พฤษภาคม 2559 มีผู้มาซื้อซองจำนวน 35 ซอง ประกอบด้วยหนองคาย 11 ซอง มุกดาหาร 12 ซอง และตราด 12 ซอง รวม 19 บริษัท ซึ่งมีหลากหลายทั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ และบริษัทในท้องถิ่น ทั้งบริษัทรับเหมา บริษัทพัฒนาที่ดิน นิคมอุตสาหกรรม ธุรกิจอาหารทะเลประมง ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจโลจิสติกส์ ฯลฯ

อย่างไรก็ดี "กรมจะพาบริษัทดังกล่าวลงพื้นที่จริง เริ่มจาก วันที่ 24 พฤษภาคม ลงพื้นที่จังหวัดหนองคาย วันที่ 27 พฤษภาคมลงพื้นที่จังหวัดมุกดาหารและวันที่ 31 พฤษภาคมลงพื้นที่จังหวัดตราดโดยให้เวลาศึกษาและออกแบบ จากนั้นยื่นซองประกวดราคาวันที่ 21 กรกฎาคม 2559 เพียงวันเดียว"

ขณะที่นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่า ช่วงก่อนหน้าที่กรมลงพื้นที่ ดูสถานการณ์ต่างๆ ยังไม่เคยคิดว่าจะมีนักลงทุนสนใจ ซึ่งประเมินคร่าวๆ ว่าจะมีคนสนใจไม่เกิน 10 ราย แต่ล่าสุดปิดขายซองพบว่าให้ความสนใจมากพอสมควร ทั้งนี้เกิดจาก พื้นที่ลงทุนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษแต่ละพื้นที่ซึ่งเป็นที่ดินรัฐมีขนาด 800-1,000 ไร่ ผู้ลงทุนได้รับสิทธิพิเศษครบทุกด้านตั้งแต่สิทธิพิเศษด้านภาษี ศุลกากร ส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอรวมถึงภาษีที่เกี่ยวข้องกับกรมสรรพากรส่วนระบบโครงสร้างพื้นฐานนั้นไม่ว่าจะเป็นถนนประปาไฟฟ้า ล้วนแต่ภาครัฐวางระบบไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น สิทธิที่นักลงทุนจะได้ในครั้งนี้ไม่ต้องไปวิ่งหาที่ไหนเลยที่สำคัญการทำโครงการกับภาครัฐ ยังได้รับยกเว้นไม่ต้องเข้าพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ร่วมทุนฯ อีกทั้งได้เช่าที่ดินระยะยาว 50 ปี

อย่างไรก็ดีคาดว่าเดือนสิงหาคมนี้จะได้เห็นการลงทุนเกิดขึ้นในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษดังกล่าวที่ขับเคลื่อน 4 ประเภทธุรกิจคือ 1. นิคมอุตสาหกรรม 2.เกษตรอุตสาหกรรม 3.โลจิสติกส์ และ 4 การท่องเที่ยว ขณะเดียวกันนอกจากการเปิดประมูล 3 พื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษดังกล่าวซึ่งอยู่ในระยะแรกแล้ว  เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษอำเภอแม่สอดจังหวัดตาก และ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา 1,200 ไร่ ซึ่งการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) รอเข้าพื้นที่  ขณะนี้ยังติดปัญหาเคลียร์กับผู้บุกรุกโดยพื้นที่สงขลาคาดว่าจะจบและได้พื้นที่คืนภายในสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้

ส่วนแม่สอด ขณะนี้ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างเจรจากับราษฎร ซึ่งต้องอาศัยเวลา เพราะเป็นพื้นที่ที่นักลงทุนรายใหญ่ให้ความสนใจ โดยแบ่งพื้นที่ให้กับเอกชนกว่า1,000ไร่ และ กนอ. 800 ไร่

ด้านดร. วีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) กล่าวว่า ขณะนี้รอกระทรวงมหาดไทยส่งมอบพื้นที่ ที่มีราษฎรบุกรุก ซึ่งอยู่ระหว่างเจรจาทำความเข้าใจทั้งพื้นที่ เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษอำเภอแม่สอดจังหวัดตากซึ่งเป็นที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์  จำนวน 800 ไร่และเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษอำเภอสะเดาจังหวัดสงขลาเนื้อที่ 1,200 ไร่ อย่างไรก็ดี กนอ. ได้ออกแบบรายละเอียดและยื่นทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ ต่อสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) หากกระทรวงมหาดไทยแก้ปัญหาบุกรุกของชาวบ้านจบก็พร้อมที่จะเข้าพื้นที่ทั้ง 2 แห่งทันที

นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า มอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตากในฐานะดูแลทุกข์สุขของประชาชนในพื้นที่ รวมถึงนายอำเภอให้ดำเนินการดูแลรักษาความเรียบร้อยในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษอำเภอแม่สอด ซึ่งจะต้องเข้าไปช่วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเจรจาหาข้อยุติและออกจากพื้นที่หากครอบครองโดยมิชอบ

สอดรับกับนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เป็นประธานในการประชุม แก้ปัญหาพื้นที่รองรับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก ในพื้นที่ที่ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้ใช้มาตรา 44 เวนคืนพื้นที่ดินของรัฐ จำนวน 2 แปลง จำนวน 2,187 ไร่ ที่หมู่ 3 บ้านท่าอาจ หมู่ 4 บ้านวังตะเคียน และ หมู่ 7 บ้านวังตะเคียนใต้ ตำบลท่าสายลวด อ.แม่สอด ซึ่งกำลังมีปัญหาข้อขัดแย้งกับทางภาครัฐ โดยกลุ่มชาวบ้านกว่า 100 รายไม่ยอมคืนพื้นที่ และมีการต่อต้านนิคมอุตสาหกรรมในที่ประชุม

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

 

ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ