Loading

ค่ายรับเหมาดอดคุยผู้ผลิตหวังลดเสี่ยงวัสดุฯราคาพุ่ง

วันที่ : 8 พฤษภาคม 2559
ค่ายรับเหมาดอดคุยผู้ผลิตหวังลดเสี่ยงวัสดุฯราคาพุ่ง

บริษัทรับเหมาดอดเจรจาผู้ผลิตวัสดุล็อกสินค้าป้อนต่อเนื่อง หวังลดเสี่ยงราคาพุ่ง หลังรัฐโหมงานก่อสร้าง-ประมูลเมกะโปรเจ็กต์โครงสร้างพื้นฐานอุตลุด "ไพลอน" บิ๊กเสาเข็มเจาะชี้ตั้งแต่ครึ่งหลังปี 59 ดีมานด์-ซัพพลายอาจตึงตัว ราคาทยอยปรับเพิ่มขึ้น "ซีซีพี" เมินผลิตเสาเข็มให้บิ๊กรับเหมาอ้างล็อกนาน 3 ปี หันเน้นลูกค้างานระยะสั้น ที่ได้ราคาดีกว่า เช่นเดียวกับกลุ่มบ่อทรายไม่สนลูกค้ารายใหญ่ อ้างเครดิตเทอมยาว เน้นลูกค้าประจำกับรายย่อยที่ได้เงินสดทันที ช่วงต้นปีปรับราคาไปแล้ว 10%

นายบดินทร์ แสงอารยะกุล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไพลอน จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการธุรกิจรับเหมาก่อสร้างงานฐานราก (เสาเข็มเจาะ) เปิดเผยว่า ในครึ่งหลังปี 2559 จะมีโครงการเมกะโปรเจ็กต์ด้านโครง สร้างพื้นฐานก่อสร้างจริงมากกว่าปีที่ผ่านมา เช่น โครงการรถไฟทางคู่ เส้นทางจิระ-ขอนแก่น ที่กลุ่ม ช.การช่าง ประมูลได้ไปจะเริ่มก่อสร้างเดือนมิถุนายนนี้ โครงการสุวรรณภูมิ เฟส 2 จะเปิดประมูลในเดือนมิถุนายนเช่นกัน และคาดว่าจะก่อสร้างได้ประมาณไตรมาส 4  โครง การรถไฟฟ้าสายสีส้ม คาดจะเปิดประมูลได้ปลายปีนี้ นอกจากนี้ยังมีโครงการมอเตอร์เวย์ เส้นทางพัทยามาบตาพุด ซึ่งได้ตัวบริษัทผู้รับเหมา 4-5 ราย ขณะที่เส้นทางบางปะอิน-โคราช ในเซ็กชัน 1 บริษัท อิตาเลียนไทยฯ ได้งานดังกล่าว ไม่เพียงเท่านี้ยังมีงานก่อสร้างอาคารของภาครัฐ ฉะนั้นโดยภาพรวมดีมานด์และซัพพลายของวัสดุก่อสร้างเกิดภาวะตึงตัว แตกต่างจากปี 2558 ที่ไม่ค่อยมีงานก่อสร้างขนาดใหญ่ของภาครัฐ

"ภาพใหญ่ความต้องการเสาเข็มมีไม่น้อย และปัจจุบันตลาดเสาเข็มผ่านจุดแข่งขันสูงสุด ราคาทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้น ที่ผ่านมามีบริษัทรับเหมาชั้นนำเข้ามาคุยเป็นบางโครงการ มีหลายงานด้วยกัน กล่าวได้ว่าบรรยากาศช่วงครึ่งปีหลังดีกว่าปี 2558"

สำหรับเป้าหมายของปี 2559 บริษัทคาดการณ์รายได้ที่ 1.2 พันล้านบาท ใกล้เคียงกับปี 2558 เนื่องจากครึ่งแรกของปี 2559 ธุรกิจก่อสร้างยังไม่ดี ส่วนปีหน้าประเมินว่าจะเติบโตต่อเนื่อง

นายอาทิตย์ ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี จำกัด (มหาชน) หรือซีซีพี กล่าวว่า ขณะนี้วัสดุที่เริ่มเห็นสัญญาณแล้วคือเสาเข็ม พบว่าค่ายยักษ์รับเหมารายหนึ่งกว้านหาไว้เป็นสต๊อกจำนวนมาก ซีซีพีก็ได้รับการทาบทามแต่ต้องใช้เวลาผลิตสินค้าป้อนให้ภายในเวลา 3 ปีถือว่าระยะเวลาค่อนข้างยาว ขณะที่กลยุทธ์ของบริษัทจะเน้นรับงานระยะสั้นเพราะได้ราคาดีกว่า ประกอบกับปริมาณงานในมือ(แบ็กล็อก)ของซีซีพีมีอยู่ 2.5 พันล้านบาทจึงไม่ต้องการแบกภาระเสี่ยงแล้ว ส่วนเป้าหมายปีนี้คาดว่าจะเติบโตอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 10% ส่วนจะทะลุ 3 พันล้านบาทนั้นคงต้องจับตาครึ่งปีหลังนี้

"ช่วงก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการคาดหวังงานก่อสร้างจากภาครัฐ แต่ไม่มากอย่างที่หวัง ต่างจากช่วงนี้ลูกค้าวงการอสังหาริมทรัพย์หลายรายบอกว่าสินค้าเริ่มขาดตลาด จะพบว่าหากถนนเส้นทางไหนได้รับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และสินค้าที่เกี่ยวข้องในโซนนั้นก็จะมีแนวโน้มความต้องการมากขึ้น ถือว่าเริ่มเห็นสัญญาณบวกทางเศรษฐกิจบ้างแล้ว สินค้าไม่ล้นตลาดแต่จะมีแนวโน้มขาดตลาดเกิดขึ้นให้เห็นบ้างแล้ว และก็จะส่งผลให้มีการปรับราคาตามมาในที่สุด"

ด้านนายวรงค์ วงศ์วรกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท แพร่ธำรงวิทย์ จำกัด ผู้รับเหมาชั้นพิเศษ ของกรมทางหลวง กล่าวว่าขณะนี้งานยังไม่ล้นมือ ปีนี้เพิ่งทำสัญญารับงานอีก 1 โครงการ กับถนนสายร้องกวาง-น่าน ตอน 3 มูลค่า 559 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้เตรียมเครื่องจักรและบุคลากรรองรับไว้เรียบร้อยแล้ว และพอถึงช่วงตุลาคม 2559 โครงการถนนช่วงกำแพงเพชร-ตากที่บริษัทได้รับดำเนินการอยู่ก็จะแล้วเสร็จ 100% ทำให้มีความสามารถที่รับงานใหม่ได้อีกไม่น้อยกว่า 2 โครงการโดยที่ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

ส่วนกรณีเรื่องวัสดุก่อสร้างและแรงงานขาดแคลนนั้น ในภาพรวมอาจมีปัญหาอยู่บ้าง เช่น วัสดุพวก หิน ดิน ทราย เหล็กเส้นและเหล็กรูปพรรณ เนื่องจากโครงการของภาครัฐได้ถูกเร่งรัดให้ออกมาตั้งแต่ช่วงต้นปีนี้ต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า ซึ่งหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องมาร่วมกันวางแผนและแก้ปัญหา

ในส่วนงานของบริษัท ยังไม่มีปัญหา เนื่องจากเป็นงานถนนเสียส่วนใหญ่ มีงานโครงสร้างอยู่บ้างก็เป็นส่วนน้อย วัสดุพวกหิน ดิน ทรายทางบริษัทก็มีแหล่งผลิตเป็นของตัวเอง และงานที่เป็นเป้าหมายเป็นงานอยู่ในพื้นที่ที่บริษัทเคยทำงานอยู่แล้วเป็นส่วนใหญ่

ทั้งนี้ วัสดุหลักที่เริ่มปรับราคาขึ้นมาตั้งแต่ในปลายไตรมาสแรกคือเหล็กเส้นและเหล็กรูปพรรณ แต่แนวโน้มไม่น่าจะมีการปรับตัวอย่างรุนแรงเช่นที่เคยเกิดในอดีต เนื่องจากช่วงนี้ภาวะเศรษฐกิจของโลกยังไม่ดี ประเทศต่างๆ ยังมีความต้องการไม่สูงมาก ส่วนราคาน้ำมันและยางมะตอยมีแนวโน้มที่จะทรงตัว และอาจจะเริ่มปรับขึ้นอย่างช้าๆ ซึ่งคาดว่าจนถึงปลายปีนี้วัสดุหลักที่กล่าวมาแล้วน่าจะปรับตัวขึ้นไม่เกิน 10-15%

ส่วนวัสดุพวกหินดินทรายนั้น ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่ ถ้าความต้องการสูงกว่ากำลังการผลิตก็อาจจะมีการขาดแคลนและราคาสูงขึ้น แต่โดยทั่วไปการปรับราคาไม่น่าจะสูงขึ้นมาก เนื่องจากต้นทุนการผลิตไม่ได้เปลี่ยนแปลงมาก

ด้านแหล่งข่าวจากบ่อทรายเอกปฐพีย่านเขาหินซ้อน จังหวัดฉะเชิงเทราและในพื้นที่บางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่าปัจจุบันบ่อทรายของบริษัทย่านภาคตะวันออกและโซนบางปะอิน ยังมีเพียงพอ แต่จะไม่เน้นขายให้รายใหญ่เนื่องจากกำหนดระยะเวลาการจ่ายเงินเป็นช่วงเวลานานมากเกินไป จึงเน้นขายให้ลูกค้าประจำและรายย่อยที่จ่ายเงินสด แต่ก็มีมาติดต่ออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนายหน้าที่ต้องการสต๊อกสินค้าเป็นจำนวนมาก ซึ่งบริษัททำตามความต้องการไม่ได้เนื่องจากจะเสียลูกค้ารายอื่นๆ ไป

"มีนายหน้าของโครงการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 เข้ามาติดต่อขอซื้อทรายจำนวนหลายแสนคิวแต่บริษัทได้ตอบปฏิเสธไปเพราะไม่ต้องการให้เสียลูกค้ารายอื่นๆ ซึ่งในภาพรวมนั้นคิดว่ายังมีความต้องการต่อเนื่องแต่บริษัทก็ได้ผลิตตามศักยภาพ วันละไม่ต่ำกว่า 500 คิวในแต่ละบ่อ ส่วนในครึ่งปีหลังจะมีการปรับราคาอีกหรือไม่นั้น ยังบอกในขณะนี้ไม่ได้เนื่องจากช่วงต้นปีมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นแล้ว 10% ประจวบกับขณะนี้ปริมาณยังมีเพียงพอแม้ว่าโซนภาคตะวันออกจะมีปริมาณการใช้มากกว่าก็ตามจากมอเตอร์เวย์เส้นทางพัทยา-มาบตาพุด และก่อสร้างทางรถไฟช่วงฉะเชิงเทราคลองสิบเก้า-แก่งคอยแต่ยังรองรับได้อย่างเพียงพอ ไม่ขาดแคลนโดยเฉพาะทรายถมที่พบว่ามีปริมาณความต้องการมากขึ้น"

ขณะที่แหล่งข่าวจากบริษัท ดีคอน โปรดักส์ จำกัด(มหาชน) ผู้ผลิตแผ่นพื้น เสาเข็ม และอิฐมวลเบา สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ปีนี้ตลาดวัสดุเริ่มกระเตื้องดีกว่าปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด แต่ราคาวัตถุดิบหลักก็ปรับราคาต่อเนื่อง เริ่มจากเหล็กและลวด พีซีวาย จากราคากิโลกรัมละ 17 บาท ปรับเป็น 19 บาท และล่าสุด 25 บาท หรือปูนก็เพิ่มขึ้นอีกตันละ 100 บาท ซึ่งบริษัทขอดูสถานการณ์ไปอีกระยะก่อนว่าจะปรับราคาตามราคาวัตถุดิบหรือไม่

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

 

ข่าววัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ อื่นๆ