Loading

ครม.ไฟเขียวรถไฟฟ้าสีส้มอีก2เดือนประมูลสร้างปีนี้

วันที่ : 20 เมษายน 2559
ครม.ไฟเขียวรถไฟฟ้าสีส้มอีก2เดือนประมูลสร้างปีนี้

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมครม.ว่า ที่ประชุมมี มติเห็นชอบอนุมัติก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสาย สีส้มตะวันออกเส้นทางศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี (สุวินทวงศ์)  ใช้งบ 82,907 ล้านบาท  แบ่งเป็นงานโยธา 76,632 ล้านบาท งานก่อสร้าง 2,789 ล้านบาท และค่าเผื่อเหลือเผื่อขาดอีก 3,486 ล้านบาท จากเดิมอยู่ที่ 85,483 ล้านบาท หรือลดลง 2,576 ล้านบาท จากระยะทางทั้งหมด 21.2 กม. แบ่งเป็นรถไฟใต้ดิน 12.2 กม. และยกระดับ 9 กม. มี 17 สถานี เป็นรถไฟใต้ดิน 10 สถานี และยกระดับ 7 สถานี ขณะเดียวกันได้เร่งรัดให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยหรือ รฟม.เปิดประมูล ให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือนหรือประมาณเดือน มิ.ย.นี้ ให้ก่อสร้างได้ภายในปีนี้และเปิดเดินรถ เดือน มิ.ย. 65

นายอาคม กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ใช้วัสดุก่อสร้างภายในประเทศเป็นหลัก  94% ที่เหลือ 6% นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ลิฟต์ และบันไดเลื่อน ส่วนค่ากรรมสิทธิ์ที่ดินได้อนุมัติไปก่อน หน้านี้แล้วเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 58 วงเงิน 9,625 ล้านบาทแต่ถ้ารวมกับวงเงินที่ ครม.อนุมัติก่อสร้างจะทำให้โครงการนี้ใช้งบลงทุนทั้งหมด 92,532 ล้านบาท

ส่วนการก่อสร้างอาคารจอดแล้วจร 1 จุด นายกฯ คำนึงถึง ความจำเป็นและเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนพัฒนาพื้นที่ 2 ข้างทาง ถ้าพิจารณาแล้วเห็นว่ามีพื้นที่ตรงไหนพัฒนาเป็นอาคารจอดแล้วจรได้อีกก็ก่อสร้างเพิ่มเติมได้ ขณะเดียวกัน รฟม.ต้องพิจารณาว่าจะปรับแบบก่อสร้างเพื่อลดต้นทุนได้อีกหรือไม่ พร้อมให้กระทรวงการคลังจัดหาแหล่งเงินกู้และให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณประจำปีให้ รฟม.ดำเนินโครงการ

นายอาคม กล่าวอีกว่า สำหรับการเชื่อมต่อส่วน ต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินหรือรถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ทีที่ ให้บริการในปัจจุบัน จากสถานีบางซื่อไปยังสถานีเตาปูน ระยะทาง 1 กม. รวม  1 สถานี  กับรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่บางซื่อ ที่จะเปิดให้บริการเดือน ส.ค.นั้น ครม.ยังไม่เห็นด้วยที่เสนอให้จ้างบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือบีอีเอ็ม เดินรถ 2 ปี เพราะต้องการให้จ้างเดินรถเท่าอายุสัมปทานของรถไฟฟ้าใต้ดินคือ สิ้นสุดปี 72 ดังนั้นจึงให้คณะกรรมการตาม  ม. 13 กลับไปพิจารณารายละเอียดและเสนอกลับมาให้ครม.พิจารณาใหม่

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

 

 

 

ข่าวพัฒนาสาธารณูปโภค อื่นๆ