Loading

ธนารักษ์มอบสัญญาเช่าที่ให้4ชุมชนวันนี้ปลูกบ้านมั่นคงเลิกอยู่ริมคลอง

วันที่ : 13 มีนาคม 2559
ธนารักษ์มอบสัญญาเช่าที่ให้4ชุมชนวันนี้ปลูกบ้านมั่นคงเลิกอยู่ริมคลอง

กรมธนารักษ์ มอบสัญญาเช่าที่ดินสร้างบ้านมั่นคง ชาวบ้าน 4 ชุมชนริมคลอง "ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ-ชุมชนเพิ่ม สินร่วมใจ-ชุมชนหลังกรมวิทยาศาสตร์ ทหารบก-ชุมชนวังหิน" 13 มี.ค. หลังเจรจาราบรื่น ชาวบ้านพร้อมยกพลขึ้นบก เคลียร์พื้นที่ส่งมอบ กทม. ลุยสร้างเขื่อนปรับพื้นที่ได้ ด้าน "สิระ" อดีต สปช. ยินดี ร่วม พอช. ดูแลชุมชนริมคลอง เน้นต้องโปร่งใส เป็นธรรม แนะสร้างอาคารสูงรองรับ พร้อมปรับระยะเวลาผ่อน 30 ปี ช่วยคนรายได้น้อย "การเคหะ" เผยใช้เกณฑ์ตึกมาตรฐาน ดูแลชาวแฟลตดินแดง หลังย้ายที่อยู่ใหม่ ระบุ ก่อสร้างรวม 36 อาคาร รองรับครอบครัวขยาย-ครอบครัวใหม่ ได้เกือบ 2 หมื่นครอบครัว พร้อมจัดสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน

เมื่อวันที่ 12 มี.ค. นางวิภารัตน์ ไชยานุกิจ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคมกรุงเทพ มหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า หลังจากที่รัฐบาลได้มีนโยบายบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ พร้อมทั้งอนุมัติงบประมาณก่อสร้างเขื่อนริมคลองลาดพร้าว เป็นโครงการแรกในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งในส่วนของสำนักพัฒนาสังคม ที่ร่วมดูแลในส่วนของชุมชน ต่าง ๆ ที่จะต้องมีการรื้อย้ายออกจากแนวคลองนั้น ทางฝ่ายพัฒนาชุมชนของสำนักงานเขตพื้นที่ทั้ง 8 เขต  ตลอดแนวคลองลาดพร้าวพาดผ่าน ได้ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนทุกจุดแล้วและเตรียมดำเนินการในส่วนของการจัดหาพื้นที่อยู่อาศัย โดยตามนโยบายของทางรัฐบาล  ได้มอบให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) เป็นผู้ดำเนินการจัดหาพื้นที่รองรับประชาชน ซึ่งจากชุมชนทั้ง 43 ชุมชน ที่อยู่ในแนวคลอง มีหลายชุมชนที่อยู่ระหว่างดำเนินการวางแผนการจัดหาพื้นที่ ทั้งนี้ริมคลองลาด พร้าวทั้งหมด เป็นพื้นที่ของกรมธนารักษ์ ที่ ได้มีการแก้ปัญหาการบุกรุกที่ดินก่อนหน้านี้แล้ว โดยได้เริ่มดำเนินการสร้างบ้านมั่นคงแล้วหลายชุมชน ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่ในแนวคลองลาดพร้าว อาทิ ชุมชนเชิงสะพานไม้ 1 เขตหลักสี่ ชุมชนริมคลองบางบัว เขตบางเขน เป็นต้น

โดยล่าสุด จะมีอีก 4 ชุมชน ที่ได้ข้อสรุปในการย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำลำน้ำขึ้นมาอยู่บนฝั่ง ซึ่งจะมีพิธีมอบสัญญาเช่าที่ดิน แก่ชุมชนเพื่อก่อสร้างบ้านในโครงการบ้านมั่นคง ในวันที่ 13 มี.ค.นี้ ประกอบด้วย ในพื้นที่เขตสายไหม 2  ชุมชน คือ ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ และชุมชนเพิ่มสินร่วมใจ และเขตจตุจักร  2 ชุมชน คือ ชุมชนหลังกรมวิทยาศาสตร์ทหารบก และชุมชนวังหิน โดยในงานจะมี ผู้ช่วย ผบ.ทบ. อธิบดีกรมธนารักษ์ แล ผอ.พอช. ทำพิธีมอบสัญญาเช่าแก่ชุมชนทั้ง 4 ชุมชนดังกล่าว ซึ่งเมื่อได้พื้นที่สร้างบ้านแล้ว ก็จะเริ่มดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเพื่อให้สำนักการระบายน้ำ กทม. ได้เข้ามาดำเนินการก่อสร้างเขื่อนต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับขั้นตอนการรื้อย้ายชุมชนออกจากแนวเขตคลองนั้น ทางรัฐบาลได้ให้นโยบายในการช่วยเหลือให้ชุมชนสามารถอยู่อาศัยอย่างถูกต้อง และไม่สร้างปัญหาต่อการระบายน้ำ อีกทั้งยังทำให้ชาวบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีความมั่นคงมีสิ่งแวดล้อมที่ดี โดยทางเลือกแรกคือ ถ้ามีที่ดินบนฝั่งเหลือพอ จะจัดทำบ้านมั่นคงให้ชุมชนอยู่ในบริเวณเดิมได้ กรณีที่ที่ไม่เพียงพอ พอช. ก็จะพิจารณาจัดหาที่ดินของเอกชน หรือที่ดินที่ติดอยู่ในธนาคารต่าง ๆ เพื่อก่อสร้างบ้าน และกรณีที่ไม่สามารถจัดหาพื้นที่ได้ ก็จะมีบ้านในโครงการต่าง ๆ ของการเคหะแห่งชาติเป็นทางเลือกสุดท้าย สำหรับชุมชนที่ได้ทำข้อตกลงในการย้ายขึ้นมาอยู่ในโครงการบ้านมั่นคงนั้น พอช. ได้ออกแบบเป็นบ้านแนวราบทั้งหมด ให้ชุมชนจัดสรรพื้นที่จัดรูปแบบที่ อยู่อาศัยร่วมกัน โดยที่ พอช. สนับสนุนงบประมาณในการสร้างสาธารณูปโภคให้แต่ละชุมชน โดยจัดสรรเงินให้ตามจำนวนครัวเรือน ครัวเรือนละ 50,000 บาท และให้สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำไม่เกินครัวเรือนละ 3 แสนบาท

ด้าน นายสิระ เจนจาคะ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านสังคม และประธานเครือข่ายชาวบ้านริมคลอง กล่าวถึงโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองว่า ตามที่ ผอ.พอช. ระบุว่า ยินดีให้ตนเองร่วมดูแลในบางพื้นที่นั้น ส่วนตัวยินดีเข้ามาช่วยเหลือเพื่อให้โครงการบรรลุเป้าหมาย อุดช่องโหว่ของปัญหา ประชาชนไม่โดนเอาเปรียบ เพราะที่ผ่านมาประชาชนเขาไม่ไว้วางใจ เนื่อง จากปัญหาต่าง ๆ ส่วนตัวเห็นว่าต้องมีการปรับแก้ในหลายด้าน เช่น งบสาธารณูปโภคควรมีการตั้งงบไว้ แล้วให้ชุมชนทำโครงการเข้ามาขอพิจารณาเป็นราย ๆ ไป แทนการส่งเงินตรงลงไปยังชุมชน ที่มีประธานชุมชนเป็นผู้มีอำนาจสูงสุด ต้องลดอำนาจตรงนี้ลง ที่ผ่านมาก็เห็นแล้วว่ามีปัญหา นอกจากนี้การสร้างสาธารณูปโภคจะต้องมีการจัดซื้อจัดจ้างตามมติ ครม. อย่างชัดเจน เชื่อว่าประชาชนสามารถรับได้ หากไม่มีปัญหาเรื่องการทุจริต การสวมสิทธิ และมีความชัดเจน ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้ชาวบ้านไม่ยอม และปล่อยให้มีการฟ้องขับไล่ออกจากพื้นที่ ซึ่งต้องใช้เวลานานเป็น 10 ปี รัฐต้องเสียหายไม่สามารถดำเนินการเรียกคืนคลอง และสร้างเขื่อนได้

นายสิระ เปิดเผยต่อว่า สำหรับพื้นที่รองรับการเคลื่อนย้ายของชาวบ้าน ที่ พอช. จัดหามา 3 พื้นที่ คือกรมทหารราบ 11 รักษาพระองค์ พื้นที่ว่างของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และ พื้นที่ว่างในชุมชนเดิมนั้น เห็นว่ามีความเหมาะสมแล้วเพราะอยู่ไม่ไกลจากพื้นที่เดิมมากนัก แต่ถ้าไม่พอ จึงอยากให้ดำเนินการสร้างเป็นลักษณะตึกสูงเพื่อผู้มีรายได้น้อย และปรับสัญญา ผ่อนจาก 15 ปี มาเป็น 30 ปี เพื่อที่ จะได้แบกรับค่าผ่อนบ้านในราคาไม่สูง หรือประมาณเดือนละ 1,000 บาท สำหรับความ คืบหน้าการติดตามความไม่ชอบมาพากลในโครงการบ้านมั่นคงที่ผ่านมา ทราบว่าล่าสุด ทาง พอช. ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบเจ้าหน้าที่ของตัวเองแล้ว

ขณะที่ น.ส.อุบลวรรณ  ยุบล รักษาการผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในการพัฒนาเมืองชุมชนแฟลตดินแดง ซึ่งจะมีการสร้างอาคารใหม่ลักษณะเป็นตึกสูงนั้น  จะมีการก่อสร้างรวมทั้งหมด 36 อาคาร รวม 20,290 ยูนิต เพื่อรองรับครอบครัวเดิม ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษา ยังไม่ทราบจำนวนที่ชัดเจน ครอบครัวขยายประมาณ 6,500 ครัวเรือน และผู้เช่ารายใหม่ประมาณ 13,000 ครอบครัว โดยอาคารแรกที่จะสร้างนั้น เบื้องต้นจะรองรับเฉพาะครอบ ครัวเดิม และครอบครัวขยายก่อน อย่างไรก็ตามเนื่องจากเป็นโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ มีรายได้น้อย จึงไม่มีสระว่ายน้ำ ฟิตเนส ไว้อำนวยความสะดวก แต่จะเน้นเรื่องสาธารณูป โภคที่จำเป็นเป็นหลัก เช่น สนามกีฬาขนาดเล็ก ลานกิจกรรมอเนกประสงค์ สวน พื้นที่สีเขียว ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ร้านค้าขนาดย่อย ลิฟต์ เป็นต้น สำหรับการขนย้ายจะย้ายครั้งเดียว และคิดว่าจะมีการชดเชย โดยผนวกไว้กับต้นทุนโครงการ

น.ส.อุบลวรรณ เปิดเผยต่อว่า ส่วนกติกาในการพักอาศัยร่วมกันจะอิงตามหลักเกณฑ์มาตรการที่อยู่อาศัยบนตึกสูงเป็นหลัก ทั้งเรื่องความร่วมมือในการรักษาความสะอาด รักษาทัศนียภาพส่วนรวม การเลี้ยงสัตว์ อาทิ สุนัข แมว เป็นต้น ซึ่งเป็นข้อห้าม เพื่อความสงบสุขของส่วนรวม แต่ปัจจุบันยังพบว่ามีการเลี้ยงสัตว์อยู่ โดยพบว่ามีการเลี้ยงแมวมากถึง 25 ตัว ภายในห้องเดียว และไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลเรื่องความสะอาดภายใน แต่เมื่อมีการเข้ามาพักอาศัยในอาคารใหม่แล้ว คงต้องมีการหารือ ทำความเข้าใจกันเกี่ยวกับการดูแลส่วนรวม เบื้องต้นระหว่างที่มีการก่อสร้างอยู่นี้ ก็ได้มีความพยายามในการเข้าไปพูดคุย ทำความเข้าใจกับชาวบ้านเรื่อย ๆ อยู่แล้ว

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

 

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ