Loading

หนุนร.ฟ.ท.เดินรถสีแดงบางซื่อ-รังสิต

วันที่ : 5 มีนาคม 2559
หนุนร.ฟ.ท.เดินรถสีแดงบางซื่อ-รังสิต

เร่งรฟม.เคาะรูปแบบ-วงเงิน สายสีเหลือง-ชมพู

"อาคม" หนุน ร.ฟ.ท.เดินรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต ชี้เป็นปัจจัยบวกดันแผนฟื้นฟูเพิ่มรายได้ เตรียมแจงคนร.15 มี.ค.นี้ ไฟเขียว ร.ฟ.ฟ.ท. เดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ต่อหลังเห็นสัญญาณพลิกทำกำไร

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ผลการประชุมพิจารณาดำเนินการตามคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.) และคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐฯ (คณะกรรมการพีพีพี)เกี่ยวกับโครงการพัฒนารถไฟสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต  โครงการแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง  และรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี  เบื้องต้นกระทรวงเห็นชอบตามแนวทางที่ ร.ฟ.ท.เสนอมาในส่วนที่ขอบริหารการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงเองแม้ว่าก่อนหน้านี้ คนร.จะมีมติเปิดให้เอกชนเข้าร่วมทุน (พีพีพี) โดยจะเสนอเรื่องนี้ให้ที่ประชุม คนร.พิจารณาอีกครั้งในวันที่ 15 มี.ค.นี้

"ตอนนี้กระทรวงได้แจ้งความเห็นที่ ร.ฟ.ท.เสนอมาให้กับ คนร.รับทราบแล้ว แต่หลังจากนี้ ร.ฟ.ท.จะต้องกลับไปทำรายละเอียด และความจำเป็นที่จะต้องทำการเดินรถเองเสนอให้กับ คนร.พิจารณา เบื้องต้นจากการวิเคราะห์ข้อมูลแล้ว มั่นใจว่า ร.ฟ.ท.จะสามารถบริหารเดินรถสายสีแดงได้เองอย่างแน่นอน เนื่องจากฐานะทางการเงิน ของ ร.ฟ.ท.จะดีขึ้นตามแผนฟื้นฟู โดยจะมีการปลดหนี้ได้ประมาณ 8.7 หมื่นล้าน หลังจากมีการโอนที่ดินมักกะสันแลกหนี้กับกระทรวงการคลัง 6 หมื่นล้าน และจะสามารถปลดหนี้ของบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (ร.ฟ.ฟ.ท.) ซึ่งเป็นบริษัทลูกบริหารการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ได้อีก 2.7 หมื่นล้าน หลังจากจะแยกการบริหารงาน ออกจาก ร.ฟ.ท. เร็วๆนี้" หากร.ฟ.ท.บริหารการเดินรถของรถไฟฟ้าสายสีแดงเอง จะส่งผลให้เกิดรายได้ร.ฟ.ท. เพิ่มมากขึ้น เพราะจะเป็นการเปิดเส้นทางเดินรถใหม่ อีกทั้งโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงมีการใช้เงินกู้จากไจก้าทั้งหมด ซึ่งการที่ไจก้ายอมปล่อยกู้ก็เท่ากับว่าโครงการมีความเป็นไปได้ และสัญญา 3 ครม.ก็อนุมัติไปแล้ว ดังนั้น ร.ฟ.ท.ต้องให้ความมั่นใจว่าสามารถเดินรถได้เอง โดยจะต้องส่งข้อมูลทั้งหมดเสนอให้ คนร.พิจารณาอีกครั้ง เพื่อขอให้ปรับแก้มติเดิม เปิดให้ ร.ฟ.ท. เดินรถเอง

ขณะเดียวกัน ปัจจุบัน ร.ฟ.ท. ยังอยู่ระหว่างการว่าจ้างสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ เพื่อศึกษารูปแบบการบริหารการเดินรถที่เหมาะสม ว่าควรจะมีการจัดตั้งเป็นหน่วยธุรกิจ หรือจัดตั้งเป็นบริษัทลูกขึ้นมาบริหารการเดินรถ

ส่วนการย้ายโรงซ่อมมักกะสันออกจากพื้นที่นั้นขณะนี้ได้ให้แนวทางกับ ร.ฟ.ท. ไปจัดทำ เป็นโครงการศูนย์ซ่อม และประกอบรถไฟเพื่อเปิดให้บริการซ่อมรถไฟภายในองค์กร และเปิดรับซ่อมรถไฟ และรถไฟฟ้าจากภายนอกได้ด้วย โดยแนวทางดำเนินการเบื้องต้นจะเปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในโครงการเพื่อเป็น ส่วนช่วยในการลงทุน

นอกจากนี้ ในส่วนของ ร.ฟ.ฟ.ท. ยังเตรียมที่จะจัดทำรายละเอียดข้อมูลเสนอขอเดินรถต่อเนื่องในโครงการปัจจุบัน เพื่อให้ คนร.พิจารณาในการประชุมวันที่ 15 มี.ค.นี้เช่นกัน  เนื่องจาก ร.ฟ.ฟ.ท.เล็งเห็นสัญญาณการเติบโตของรายได้ คาดว่าภายใน 2 ปีบริษัทจะเข้าสู่จุดคุ้มทุน

โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย- มีนบุรี มูลค่า 5.6 หมื่นล้านบาท และโครงรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง มูลค่า 5.4 หมื่นล้านบาท ขณะนี้คณะกรรมการพีพีพีเห็นชอบ ในหลักการแล้ว แต่ขอให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน แห่งประเทศไทย (รฟม.)  กลับไปจัดทำคำชี้แจง เพิ่มเติมเกี่ยวกับความชัดเจนในประเด็นต่างๆ ได้แก่ 1.รูปแบบก่อสร้างจะเป็นรูปแบบโมโนเรลซึ่งเป็นรางเดี่ยว หรือไลท์เรล ซึ่งเป็นรางคู่  2.ขอให้ มีการปรับกรอบวงเงินให้เป็นปัจจุบัน 3. ขอให้พิจารณาปรับลดค่าใช้จ่ายเผื่อเหลือเผื่อขาดลง และ 4.เพิ่มเติมรายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบการขอการอุดหนุนจากรัฐบาล โดยเสนอให้กระทรวงพิจารณาในวันที่ 10 มี.ค.

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ