Loading

อิคาโน่กางแผนบุกอาเซียนลั่น7ปีเปิดครบ12สาขา

วันที่ : 19 กุมภาพันธ์ 2559
อิคาโน่กางแผนบุกอาเซียนลั่น7ปีเปิดครบ12สาขา

หลังจากได้สิทธิในการดำเนินธุรกิจร้านอิเกียใน 3 ประเทศของภูมิภาคอาเซียน ประกอบด้วย ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ส่งผลให้ปัจจุบันมีจำนวนสาขาเปิดให้บริการทั้งหมด 5 สาขา ซึ่งแต่ละสาขาที่เปิดให้บริการในแต่ละประเทศต่างประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ส่งผลให้ บริษัท อิคาโน่ มีแผนที่จะเดินหน้าขยายธุรกิจใน 3 ประเทศอาเซียนต่อเนื่อง เพื่อให้ร้านอิเกียมีจำนวนสาขาเปิดให้บริการครบ 12 สาขาในอีก 7 ปีนับจากนี้

เซบาสเตียน ฮิลวิง ผู้อำนวยการฝ่ายขยายธุรกิจ บริษัท อิคาโน่ เปิดเผยว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ บริษัทมีแผนจะเปิดร้านอิเกียปีละประมาณ 1-2 สาขาต่อเนื่อง เนื่องจากอาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพ ซึ่งนอกจากจะให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจร้านอิเกียแล้ว ยังมีแนวคิดที่จะนำโมเดลธุรกิจจากบริษัทแม่เข้ามาเปิดให้บริการในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบช็อปปิ้งเซ็นเตอร์หรือโครงการมิกซ์ยูส

ทั้งนี้ ในส่วนของธุรกิจช็อปปิ้งเซ็นเตอร์ ล่าสุด บริษัทได้เริ่มนำเข้ามาเปิดให้บริการแล้วที่ประเทศมาเลเซียภายใต้ชื่อมายทาวน์ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการภายในปี 2559 นี้ ส่วนโครงการในรูปแบบมิกซ์ยูสมีความเป็นไปได้ที่จะนำมาเปิดให้บริการในประเทศไทยและมาเลเซีย เนื่องจากทั้งสองประเทศต่างมีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ

สำหรับในประเทศไทย ปัจจุบันได้นำธุรกิจ 2 รูปแบบมาเปิดให้บริการแล้ว คือ ร้านอิเกีย สาขาบางนา และศูนย์บริการสั่งซื้อและรับสินค้าอิเกีย พิก-อัพพอยต์ สาขาภูเก็ต โดยในส่วนของร้านอิเกีย ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมก่อสร้างสาขาที่ 2 ในย่านบางใหญ่ คาดว่าประมาณเดือน มิ.ย.นี้ จะเริ่มดำเนินการก่อสร้าง หลังจากนั้นคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการในปี 2560

เซบาสเตียน กล่าวต่อว่า โครงการอิเกีย บางใหญ่ จะตั้งอยู่บนพื้นที่ 3.6 หมื่นตารางเมตร (ตร.ม.) ไม่นับรวมพื้นที่เชื่อมต่อที่ได้ซื้อต่อจากบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา หรือซีพีเอ็น อีกประมาณ 1.43 หมื่น ตร.ม. เพื่อให้ทั้งสองโครงการ คือ ศูนย์การค้าเวสต์เกต บางใหญ่ และอิเกีย สามารถเชื่อมต่อเดินถึงกันได้ นอกจากนี้ยังได้ทำทางเชื่อมระหว่างรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ซึ่งในส่วนของโครงการดังกล่าวบริษัทได้เตรียมงบลงทุนก่อสร้างพร้อมซื้อที่ดินไปประมาณ 6,200 ล้านบาท

หลังจากเปิดให้บริการอิเกีย บางใหญ่ บริษัท อิคาโน่ คาดว่าจะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการใกล้เคียงกับอิเกีย บางนา ที่มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการต่อปีอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านคน เนื่องจากมีจุดเด่นในด้านของทางเชื่อมเข้า-ออกหลายช่องทาง และมีพื้นที่จัดแสดงเฟอร์นิเจอร์กลางแจ้ง พร้อมกันนี้ลูกค้ายังสามารถชำระเงินได้ทุกชั้นจากพื้นที่ขายทั้งหมด 3 ชั้น

ขณะที่ศูนย์บริการสั่งซื้อและรับสินค้าอิเกีย พิก-อัพพอยต์ มีแผนที่จะเปิดให้บริการเพิ่มเติมเช่นกัน หลังจากทดลองเปิดให้บริการไปแล้ว 1 สาขาที่ จ.ภูเก็ต ได้ผลการตอบรับเป็นที่น่าพอใจ แต่ก่อนที่จะมีการเปิดสาขาใหม่ บริษัท อิคาโน่ ขอทดลองที่สาขาภูเก็ตไปอีกระยะหนึ่งก่อน

เมื่อมองเฉพาะประเทศไทยแล้ว การเปิดอิเกียสาขาขนาดใหญ่มีความเป็นไปได้ว่าจะมีอีก 3-4 สาขา ซึ่งแต่ละสาขาจะใช้งบลงทุนเท่าไหร่นั้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะต้องขึ้นอยู่กับราคาที่ดินและขนาดของโครงการ โดยในส่วนของสาขาบางนามีความเป็นไปได้ที่จะเข้าไปร่วมพัฒนาโครงการในเฟสที่ 2 ร่วมกับโครงการเมกาบางนา เนื่องจากมีความสัมพันธ์ที่ดีกับบริษัท เอสเอฟ ดีเวลอปเมนท์ และตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ทำธุรกิจร่วมกันมา บริษัทมียอดขายเติบโตที่ 3% ต่อเนื่องทุกปี แม้ว่าจะเป็นอัตราการเติบโตที่ไม่มาก แต่ก็เป็นอัตราการเติบโตที่น่าพอใจ

ปัจจัยที่ทำให้ บริษัท อิคาโน่ มั่นใจว่าไทยยังคงเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการลงทุน ส่วนหนึ่งเกิดจากตลอดระยะเวลาที่ทำธุรกิจในประเทศไทยเจอวิกฤตมาโดยตลอด เริ่มจากปี 2554 ที่เปิดให้บริการเจอปัญหาน้ำท่วม ต่อมาเจอปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง แต่ก็สามารถผ่านวิกฤตด้วยการมีรายได้ที่เติบโต 3% ต่อเนื่องทุกปี สวนกระแสปัจจัยลบทางเศรษฐกิจและการเมืองที่เกิดขึ้นในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

 

 

ข่าววัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ อื่นๆ