Loading

คลัสเตอร์วัสดุฯ ขอพื้นที่เขต ศก.พิเศษเปิดประตูการค้าชายแดนรับมือเออีซี

วันที่ : 1 พฤศจิกายน 2558
คลัสเตอร์วัสดุฯ ขอพื้นที่เขต ศก.พิเศษเปิดประตูการค้าชายแดนรับมือเออีซี

คลัสเตอร์กลุ่มวัสดุก่อสร้าง ส.อ.ท. เตรียมเสนอรัฐขอใช้พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ เปิดประตูการค้าเชื่อมโยงเมียนมาลาว-กัมพูชา-เวียดนาม หวังรุกส่งออกประเทศเพื่อนบ้าน รับเออีซี ยึดนครพนมโมเดลต้นแบบก่อนขยายสู่หนองคายอำนาจเจริญ-สระแก้ว  มั่นใจปี 59 ยอดขายโต 100% ด้านสมาร์ทคอนกรีตปี 59 ทุ่ม 200 ล้านเพิ่มศักยภาพการผลิตเป็น 6 ล้านก้อน/ปีพร้อมลุยกลุ่ม CLMV

นายกมล วรรธนคณิณ กรรมการผู้จัดการหน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์คอนกรีต บริษัทไทย เนชั่นแนล โปรดัคท์ จำกัด และเลขานุการคลัสเตอร์กลุ่มวัสดุก่อสร้าง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงยุทธศาสตร์เชิงรุกด้านวัสดุก่อสร้างอีกรูปแบบหนึ่งคือ การขอใช้พื้นที่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษให้เป็นประตูการค้าชายแดนไปสู่กลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศเมียนมา สปป.ลาว  และกัมพูชา จึงเร่งยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลพิจารณาการสนับสนุน อาทิ การให้พื้นที่สร้างอาคาร หรือรูปแบบปลอดค่าเช่าระยะยาว ซึ่งปัจจุบันมีรูปแบบนำร่องที่จังหวัดนครพนม เป็นการใช้งบของจังหวัดเข้าไปดำเนินการ หลังจากนั้นจะหารือร่วมกับสมาชิก เพื่อสรุปและนำเสนอรัฐบาลให้ความช่วยเหลือต่อไป

ทั้งนี้ เพื่อมุ่งเสริมสร้างศักยภาพทางการตลาดให้มากขึ้น ซึ่งจังหวัดหนองคาย และอำนาจเจริญ คาดว่าจะสามารถดำเนินการให้เป็นรูปธรรมได้เร็ว เพื่อเปิดตลาดสู่ สปป.ลาว  ส่วนสระแก้วจะเปิดตลาดสู่กัมพูชาและเวียดนามได้ เช่นเดียวกับแม่สอด จังหวัดตาก ประตูสู่เมียนมาก็น่าสนใจอย่างมาก ส่วนโซนภาคใต้เป็นระยะต่อไปเพื่อมุ่งสู่มาเลเซียและสิงคโปร์  ประการสำคัญยังเชื่อมั่นว่าในปี 2559 ยอดขายในภาพรวมจะเติบโต 100% อย่างแน่นอน โดยเฉพาะพื้นที่นครพนมซึ่งเริ่มดำเนินการมาได้ไม่ถึง 1 ปี พบว่ามีแนวโน้มดีอย่างต่อเนื่อง

"จากการจัดทำแผนโดยสังเขป พบว่าสามารถช่วยขยายศักยภาพตลาดส่งออกวัสดุก่อสร้างได้ไม่น้อยกว่า 35% เป็นการเพิ่มความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยมากขึ้นด้วย ซึ่งนครพนมถือได้ว่าเป็นโมเดลสำคัญที่เป็นความร่วมมือต่อกัน"

ด้านนายรังสี ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมาร์ทคอนกรีต จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายอิฐมวลเบาใช้ในงานก่อสร้าง และงานกั้นผนังอาคาร กล่าวว่า ช่วงครึ่งปีหลังนี้ แนวโน้มความต้องการใช้งานอิฐมวลเบาปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  เป็นผลจากการเร่งงานก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบต่างๆให้แล้วเสร็จ กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ในภาคกลาง ตะวันออก กรุงเทพฯ ปริมณฑล และการรับงานโครงการของภาครัฐ  อีกทั้ง SMART บล็อกเย็น เป็นที่รู้จักและยอมรับในด้านคุณภาพจากผู้ประกอบการมากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณการผลิตและจำหน่ายช่วงไตรมาส 3 ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

"ราคาจำหน่ายอิฐมวลเบาในปีนี้ลดลงค่อนข้างมาก ส่งผลให้ยอดขายทรงตัวแม้จะมีปริมาณการจำหน่ายที่สูงขึ้น ซึ่งบริษัทได้ศึกษาแนวทางลดต้นทุน ทั้งด้านกระบวนการผลิต วัตถุดิบ และการขนส่ง เพื่อรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม พร้อมทั้งศึกษาตลาดในกลุ่มประเทศ CLMV มากขึ้น เนื่องจากงานก่อสร้างขยายตัวสูง ที่ผ่านมาได้เข้าไปทำตลาดในประเทศลาว โดยนำสินค้าเข้าผ่านทางดีลเลอร์ในพื้นที่ และล่าสุดอยู่ระหว่างการเจรจากับดีลเลอร์ในกัมพูชา คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในไตรมาสที่ 4 นี้"

สำหรับเป้าหมายรายได้ปี 2558 คาดว่าจะมีรายได้รวมไม่ต่ำกว่า 380 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าปีที่แล้วประมาณ 5% และในปี 2559 เตรียมทุ่มงบประมาณอีก 200 ล้านบาทเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตจาก 4.5 ล้านก้อนต่อปีเป็น 6 ล้านก้อนต่อปี คาดว่ามีรายได้รวมไม่ต่ำกว่า 420 ล้านบาท เติบโต 10% ซึ่งจะเติบโตมากกว่าปีนี้ ซึ่งผลมาจากการขยายตลาดไปยังตลาด CLMV และนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริมภาคอสังหาริมทรัพย์ และจากงบลงทุนของภาครัฐในปี 2559 ซึ่งจะกระตุ้นภาคเอกชนลงทุน รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างต่ำ

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

 

ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ