Loading

จ่อไฟเขียวแผนกระตุ้นอสังหา ค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนองเหลือ 0.01%

วันที่ : 13 ตุลาคม 2558
จ่อไฟเขียวแผนกระตุ้นอสังหา ค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนองเหลือ 0.01%

"สมคิด"เผยขอคุย"บิ๊กตู่"ก่อนชงมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์เข้า ครม.มีทั้งลดค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนองเหลือ 0.01% ของราคาประเมิน คาดสัปดาห์นี้ไฟเขียวได้แน่ ส่วนมาตรการสนับสนุนเอสเอ็มอีเฟส 2 จ่อคิวชง ครม.สัปดาห์หน้าพร้อมสั่งทำงบเน้นยุทธสาสตร์ ขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศมากขึ้น ขณะที่ภาคเอกชนเชียร์สุดแรง

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับรัฐมนตรีด้านเศรษบกิจ เมื่อเช้าวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ได้เสนอมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์มาให้พิจารณาเรียบร้อยแล้ว และตนจะรายงานให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)พิจารณาก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาต่อไป

ด้านนางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรมกล่าวว่า ได้หารือมาตรการสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี)ระยะที่ 2 ร่วมกับนายสมคิด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้ข้อสรุปชัดเจนแล้วสำหรับมาตรการสนับสนุนเอสเอ็มอีเฟส2 จากนี้จะหารือกับกระทรวงการคลัง กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.)เพื่อจัดทำรายละเอียดก่อนเสนอให้ ครม.พิจารณาวันที่ 20 ต.ค.นี้

ขณะที่นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า นายสมคิดได้มอบนโยบายการจัดทำงบประมาณ โดยเฉพาะปี 2560 ที่ต้องวจัดสรรให้สอดคล้องกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของรัฐบาล ที่ต้องการให้เกิดการปฏิรูปประเทศมากขึ้น เช่น ยุทธศาสตร์เศรษบกิจชุมชน หรือโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เพื่อลดภารกิจที่ซ้ำซ้อนจากเดิมสที่การจัดสรรงบประมาณเน้นตามภารกิจรายกระทรวงทบวง กรม ขณะเดียวกันเน้นการจัดสรรงบลงพื้นที่ให้มากขึ้น โดยให้หน่วยงานท้องถิ่นมีส่วนเสนอคำของบประมาณในเชิงยุทธศาสตร์ผ่านทางจังหวัดและกลุ่มจังหวัดทั้ง18กลุ่ม ซึ่งมีงบประมาณสนับสนุน 28,000 ล้านบาท เฉลี่ยจังหวัดละ 300-400 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คาดว่ารัฐบาลจะนำมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์เข้าสู่การพิจารณาของครม.วันที่ 13 ต.ค.นี้ เพื่อให้มาตรการมีผลโดยเร็วเพราะในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้สถาบันการเงินเข้มงวดในการให้สินเชื่อแก่ลูกค้า รัฐบาลจึงออกมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ เพื่อเป็นการบรรเทาและสร้างความเชื่อมั่นให้เศรษฐกิจของประเทศ โดยจะช่วยผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ด้วยการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง เป็นระยะเวลา 6 เดือน

สำหรับมาตรการที่สำคัญประกอบด้วย การลดค่าธรรมเนียมสการโอน ที่ปัจจุบัน คิดในอัตรา 2% ของราคาประเมิน และลดค่าธรรมเนียมการจดจำนอง จากปัจจุบันในอัตรา1% ของราคาประเมินให้เหลือเพียง 0.01% ของราคาประเมิน ซึ่งการลดค่าธรรมเนียมทั้ง 2 ประเภทนั้น ที่อยู่อาศัย ที่จะได้รับประโยชน์ จะมีระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ต้องการซื้อล้านที่มีฐานะปานกลางลงมา ซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่

ส่วนข้อเสนอของภาคเอกชนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่ต้องการให้กระทรวงการคลัง ลดภาษีธุรกิจเฉพาะ ลงเหลือ 0.1% จากอัตราปัจจุบันที่ 3.3% นั้น กระทรวงการคลังไม่เห็นด้วย เพราะมองว่าภาคอสังหาริมทรัพย์ ยังไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤติเหมือนช่วงปี 40 ที่เกิดภาวะฟองสบู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และอีกประการหนึ่ง กระทรวงการคลัง ต้องการให้มาตรการช่วยเหลือดังกล่าวถึงมือผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยที่แท้จริง ไม่ต้องการให้เป็นเครื่องมือในการเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ กระทรวงการคลัง ยังให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.)ออกมาตรการผ่อนปรนในการพิจารณาสินเชื่อที่สำคัญคือ การเพิ่มอัตราการคำนวณเงินงวดผ่อนบ้าน จากปกติที่คิดในอัตรา 30% ของรายได้ เพิ่มขึ้นเป็น 50% เพื่อให้คนเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้นและช่วยกระตุ้นเสรษบกิจอีกทางหนึ่งด้วย

ขณะที่นายเลอศักดิ์ จุลเทศ รองประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด(มหาชน) กล่าวถึงมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลมีประโยชน์ต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และลูกค้าอย่างแน่นอน และจะช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์และลูกค้าอย่างแน่นอน และจะช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ได้อีกทั้งยังส่งผลให้เศรษบกิจของประเทศเติบโตอีกด้วย เพราะลูกค้าจะตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น เจ้าของโครงการจะลงทุนเพิ่มขึ้น เกิดการหมุนเวียน ทั้งการซื้อสินค้าก่อสร้าง การจ้างงาน และที่สำคัญหากรัฐประกาศมาตรการดังกล่าว ควรจะมีผลบังคับใช้ทันที มิเช่นนั้นลูกค้าจะไม่ยอมโอนจนกว่ามาตรการจะมีผลบังคับใช้

ด้านนายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน)หรือ SIRI กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องที่ดี และเป็นประโยชน์ กับทั้งฝ่ายลูกค้าผู้ซื้อ และบริษัทฯที่เป็นผู้ขาย ซึ่งต้องการให้มาตรการนี้มีผลบังคับใช้โดยเร็วและส่งผลให้การขายโครงการภาคอสังหาริมทรัพย์กระเตื้องมากขึ้น สำหรับบริษัทฯ ในช่วงไตรมาส 3 โครงการคอนโดมิเนียม ได้รับผลกระทบจากลูกค้าไม่ยอมโอน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% หรือมีมูลค่าประมาณ 100-200 ล้านบาท ส่วนบ้านเดี่ยวไม่ค่อยมีผลกระทบ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ซื้อด้วยเงินสด

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ