Loading

ผังเมืองกับการก้าวสู่ AEC ลาวจะมี 11 เขต ศก.พิเศษ 'ไทย' ทำอะไรอยู่

วันที่ : 11 ธันวาคม 2557
ผังเมืองกับการก้าวสู่ AEC ลาวจะมี 11 เขต ศก.พิเศษ 'ไทย' ทำอะไรอยู่

สมาคมสถาปนิกผังเมืองไทยร่วมกับพันธมิตรคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ มหาวิทยาลัย มหาสารคาม พร้อมด้วยคณะสถาปัตยกรรม ศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติ สปป.ลาว จัดเสวนาครั้งที่ 1 "วิชาชีพสถาปัตยกรรมผังเมืองกับการก้าวสู่ AEC" เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ถือเป็นหนึ่งในบทบาทเตรียมความพร้อมแบบรู้เขารู้เรา เพื่อจะก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC ไปด้วยกัน

"ภราเดช พยัฆวิเชียร" นายกสมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย เปิดประเด็นว่า ยุคปัจจุบัน แนวโน้มเศรษฐกิจการเมืองที่เปลี่ยนแปลง ทำให้ความเจริญของเมืองต้องขยับตัวตาม โดยเฉพาะการ นับถอยหลังไปสู่ AEC จะเป็นแรงหนุนส่งให้ภูมิภาคเติบโตแบบพลิกโฉมหน้า แต่เดิมกรุงเทพฯเป็นศูนย์กลาง อนาคตต่อไป ศูนย์กลางจะกระจายไปตามหัวเมืองรองหรือ Secondary City เพราะจะเป็นเมืองหน้าด่านที่เปิดประตูไทยสู่สากล

หนึ่งในบทบาทความร่วมมือด้านวิชาการก็คือร่วมกับ สปป.ลาวศึกษาการจัดทำผังเมืองซึ่งกันและกัน และแน่นอนว่าจะขยายผลต่อยอดไปสู่ความร่วมมือกับประเทศอาเซียนอื่น ๆ อาทิ เวียดนาม

ลาวทำเขต ศก.พิเศษ 11 แห่ง

"ผศ.ดาสัก อุเทนทะปันยา" คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย แห่งชาติ สปป.ลาว บรรยายบนเวทีว่า การวางแผนเมืองสมัยใหม่ วางแผนตั้งแต่ระดับจุลภาคไปถึงมหภาค นโยบายของลาวคือสร้างบ้านเล็กเป็นบ้านใหญ่ จากบ้านใหญ่มาเป็นชุมชน มหา'ลัยได้ช่วยเหลือหลายท้องถิ่นในประเทศวางแผนออกแบบผังเมือง การเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจอาเซียน เพราะเราอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ทั้งภัยธรรมชาติ โรคระบาด และอาเซียนกำลังก้าวสู่การเชื่อมโยง AEC เป็นโอกาสและสิ่งท้าทายของสมาชิก จะมีการขยายตัวกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทั้งการศึกษาผังเมือง การพัฒนาอุตสาหกรรม ซึ่งจะต้องคำนึงในการรองรับอนาคต"

ข้อมูลที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ "อ.ดาสัก" บอกว่า สปป.ลาวมีนโยบายลงทุนเขตเศรษฐกิจพิเศษ 11 แห่งทั่วประเทศ แต่ก็ไม่ใช่ทุกแห่งที่สถาบันการศึกษาจะได้เข้าไปมีส่วนร่วม การพัฒนาประเทศจะทำแบบ State Policy ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว มีความเห็นว่าน่าจะมีความร่วมมือหลาย ๆ อย่าง ทั้งสถาบันการศึกษาไปร่วมวางแผนมากกว่านี้ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่แขวงคำม่วน ท่าหลวง (ไจก้าออกแบบให้) บ่อเป็ง (ลงทุนจากจีน) ฯลฯ

อนาคตเมืองคอมแพ็กต์ซิตี้

"อ.เจตกำจร พรหมโยธี" จากสมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย เสวนาในหัวข้อ "ทิศทางการพัฒนาเมืองและชุมชนในบริบทของ AEC" ว่า อาเซียนมี 10 ประเทศ แต่มี 7 ประเทศที่พรมแดนติดต่อกันคือเมียนมาร์ ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ ทำให้พัฒนาระบบถนนและระบบรางเชื่อมโยงถึงกัน

จุดเน้นอยู่ที่ "ระบบราง" ไม่ว่าจะเป็นรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ กรณีทางคู่จะเริ่มจากวิ่งด้วยความเร็ว 150 กม./ชม. จากนั้นค่อยยกระดับความเร็ว 250 กม./ชม. ถ้าพัฒนาได้จริง เมืองที่เกาะตามแนวรถไฟเหล่านี้จะมีการเติบโตค่อนข้างมาก และอาจจะมี "เมืองใหม่" ตามแนวสถานีรถไฟเกิดขึ้นมากมาย เป็นการพัฒนาที่เรียกว่า TOD (Train Oriented Development) เมื่อถึงตอนนั้น ระบบรางไม่ได้หยุดแค่ประเทศไทย แต่จะเชื่อมต่อทั้งอาเซียน โยงไปถึงคุนหมิงในจีน ข้ามเข้าเมียนมาร์

"แนวโน้มอาจจะเกิดชุมชนใหม่ที่เรียกว่าเมืองคอมแพ็กต์ซิตี้ เพราะระบบเมืองในอนาคตเชื่อว่าจะเป็นเมืองคอมแพ็กต์ ตัวอย่าง เราออกแบบเมืองใหม่ คอนเซ็ปต์เมืองคือประชากร 1-2 แสนคน ระยะทางจากพื้นที่หนาแน่น คนสามารถเดินเท้าจากเหนือถึงใต้ใช้เวลาครึ่ง ชม. หรือขับรถถึงกันได้ภายใน 15 นาที ถ้าออกแบบได้อย่างนี้ พื้นที่โดยรอบจะกันเป็น "กรีนแอเรีย" คนในเมืองมาใช้ได้ อนาคตถ้าจะมีการขยายก็จะมีพื้นที่รองรับได้..."

แนะฟื้นเออร์เบินดีไซน์

"อ.วิชัย ตันตราธิวุฒิ" อุปนายกคนที่ 1 สมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย นำเสนอข้อแนะนำว่า โอกาสของเออีซีอย่ามองแค่ระบบถนนและระบบราง ให้มองถึงระบบท่าเรือด้วย เพราะแนวคิดอีสต์-เวสต์คอร์ริดอร์ ในภาพใหญ่ก็คือการเชื่อมท่าเรือ 2 แห่ง ดานัง (เวียดนาม)-ทวาย (เมียนมาร์) แนวเส้นทางเชื่อมสองท่าเรือจะทำให้เกิดชุมชนสำคัญในอนาคต

"ผศ.ดร.สักรินทร์ แซ่ภู่" อาจารย์คณะ สถาปัตย์ มมส. เปิดมุมคิดน่าสนใจว่า ก่อนจะเปิดเออีซี ทั้ง 10 ประเทศมีโจทย์การออกแบบเมืองหรือเออร์เบินดีไซน์ทั้งในไทย เมียนมาร์ สปป.ลาว สิงคโปร์ ฯลฯ จึงมองว่าอาเซียนเป็นเรื่องใหญ่ นาทีนี้เป็นโอกาสดีที่จะสร้าง "อินโดไชน่าดีไซน์เออร์เบิน" ในขณะที่มีสิ่งพึงระวังคือระบบการศึกษาที่ฝังรากเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเมืองมานาน

"เรื่องนี้น่ากลัวมากกับการเปิดเออีซี เราพูดถึงอีโคโนมิกคอร์ริดอร์มากเกินไป เราน่าจะพูดถึงคอร์ริดอร์ทางวัฒนธรรมด้วย"

ใช้ประโยชน์ "หัวเมืองรอง"

สุดท้าย "ดร.เพชรลัดดา เพ็ชรภักดี"สรุปได้อย่างน่าฟังว่า อึดอัดใจมากที่เวลากรมโยธาฯพูดถึงผังเมืองจะพูดถึงกรุงเทพฯอย่างเดียว เวลาพูดเรื่องการใช้พื้นที่ (สเปซ) ก็มุ่งไปที่ชายแดน โดยที่ จิ๊กซอว์ภาพใหญ่นั้น ประเทศไทยยังไม่ได้วางแม่บทผังเมืองของแต่ละเมืองเลย ในที่สุดชายแดนแต่ละแห่งก็จะแข่งขันกันเองและแข่งขันกับเพื่อนบ้าน ทั้ง ๆ ที่การเปิดเออีซีก็เพื่อให้สลายชายแดน

"เราลืมจุดที่ไม่ต้องลงทุน นั่นคือ หัวเมืองรองหรือ Secondary City เช่น ขอนแก่น อุบลฯ เทียบกับญี่ปุ่นก็มีโอซาก้า เป็นหัวเมืองรอง คำถามคือจะแก้ไขตรงนี้ได้อย่างไรที่รัฐและเอกชนจะช่วยกันทำให้เกิดรูปโฉมเมืองที่สวยงามเหมือนอย่างในต่างประเทศ"

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

 

ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ