Loading

5จ.ชายแดนรุกขออัพเกรดผุดเขตศก.พิเศษพร้อมเฟส1

วันที่ : 2 ตุลาคม 2557
5จ.ชายแดนรุกขออัพเกรดผุดเขตศก.พิเศษพร้อมเฟส1

จังหวัดชายแดนบัญชี 2 เขตเศรษฐกิจพิเศษ แห่ชงสภาพัฒน์ ขอเลื่อนขึ้นมาพัฒนาพร้อม 5 จังหวัดเฟสแรก ลุ้นใช้งบพัฒนาปี 2558 ผู้ว่าฯกาญจนบุรี ส่งหนังสือขอพ่วงกลุ่ม 5+1 ยกทั้งจังหวัด 13 อำเภอ อ้างรองรับการพัฒนาโครงการทวายของเมียนมาร์  นครพนม-หนองคายชี้มีความพร้อมแถมกำหนดพื้นที่ได้แล้ว ด้านสศช.เตรียมเสนอ คนพ.ชี้ขาด

นายชาญวิทย์ อมตะมาทุชาติ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรม การพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ขณะนี้มีจังหวัดที่ถูกคัดเลือกให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 2 รวม 5 จังหวัด 7 พื้นที่  ซึ่งจะเริ่มดำเนินโครงการในปีงบประ มาณ 2559 (ต.ค. 58-ก.ย. 59) ประกอบด้วย จ.กาญจนบุรี เชียงราย หนองคาย นครพนม และนราธิวาส ได้ทำหนังสือมายังสศช.เพื่อพิจารณา ให้จังหวัดดังกล่าว ขยับขึ้นมาพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ พร้อมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไปพร้อมกันกับ 5 จังหวัด 6 พื้นที่นำร่องในระยะแรก ที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558 ทั้งนี้แต่ละจังหวัดระบุว่า มีความพร้อมและมีศักยภาพที่น่าจะดำเนินการได้ทันที และหากล่าช้าก็จะเสียโอกาสทางการค้าชายแดน รวมถึงการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ที่จะมาถึงในช่วงปลายปี 2558

ขณะเดียวกัน สศช.เปิดกว้างที่จะให้แต่ละจังหวัดในระยะที่ 2 สามารถเสนอแผนพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจเข้ามาให้พิจารณาหากมีความพร้อม ต่อข้อถามที่ว่า ทำไมไม่พัฒนาไปพร้อมๆ กันทั้งหมดทุกแห่ง  แหล่งข่าวกล่าวว่า เบื้องต้นมองว่า น่าจะนำร่องก่อน 6 พื้นที่ 5 จังหวัดที่มีมูลค่าการค้าชายแดนที่สูงและสำคัญๆก่อน และหาก 5 จังหวัดในเฟสแรกเดินหน้าพัฒนา ก็จะตามด้วยจังหวัดในระยะที่ 2 ทันทีในปีงบประมาณถัดไป

อย่างไรก็ดี สศช.จะเสนอแผนจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษของจังหวัดระยะที่ 2 เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายเขต เศรษฐกิจพิเศษ(คนพ.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อพิจารณาเห็นชอบต่อไป

นายธีรชัย ชุติมันต์ ประธานหอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี มีมติให้จังหวัดกาญจนบุรี ขยับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ จากเฟส 2 ขึ้นมาเป็นเฟสแรก และขอทั้งจังหวัด 13 อำเภอ เนื่องจากแต่ละพื้นที่มีความหลากหลาย และใกล้กับท่าเรือน้ำลึกทวาย เขตอุตสาหกรรม และเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายที่จะพัฒนาในเร็วๆ นี้

ขณะที่นายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ได้ทำหนังสือถึงสศช.และกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 29 กันยายน ก่อนเกษียณอายุราชการ ขอให้จังหวัดกาญจนบุรี เลื่อนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ จากระยะที่ 2 เป็นระยะแรก หรือภายในปีงบประมาณ 2558 ในลักษณะ 5+1 คือเพิ่มพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ระยะแรก 5 จังหวัดนำร่อง ให้บวกเพิ่มจังหวัดกาญจนบุรี อีก 1 จังหวัด เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ และให้เชื่อมโยงกับทางเมียนมาร์ ที่ได้เร่งรัดพัฒนาโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย นิคมอุตสาหกรรมทวาย พร้อมทั้งการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ รองรับการเปิดเออีซี

ขณะที่กาญจนบุรีมีด่านค้าชายแดนกับเพื่อนบ้านอยู่แล้ว คือ ด่านเจดีย์สามองค์ ที่อำเภอสังขละบุรี และด่านใหม่ที่จะพัฒนา คือด่านบ้านพุน้ำร้อน ตำบลบ้านเก่า อำเภอเมือง ซึ่งจังหวัดได้ขอพัฒนาทางหลวงระหว่างเมือง เชื่อมต่อไปจนถึงบ้านพุน้ำร้อน เพื่อการขนส่งจากท่าเรือน้ำลึกทวาย ไปตามเส้นทางมอเตอร์เวย์สู่ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

ด้านนายชาญยุทธ อุปพงษ์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครพนม กล่าวว่า ได้เสนอต่อสศช.ตามที่มีนโยบายให้จังหวัดที่มีความพร้อม ทั้งด้านที่ดินและรูปแบบการพัฒนาที่ชัดเจน ตลอดจนสิทธิประโยชน์ต่างๆ แม้จะอยู่ในเฟสที่ 2 ก็สามารถเสนอพื้นที่เข้ามา เพื่อพัฒนาควบคู่ไปกับจังหวัดในเฟสแรกได้ ซึ่งนครพนมมั่นใจว่ามีความพร้อม ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน การกำหนดพื้นที่และที่ดิน ประกอบด้วย 4 อำเภอติดเขตชายแดน ได้แก่ พื้นที่ตำบลในเมือง ตำบลขามเฒ่า ตำบลอาจสามารถ ในเขตอำเภอเมือง, ตำบลธาตุพนม ตำบล, บ้านกล่ำ ตำบลบ้านกร่ง ตำบลนาถ่อน อำเภอธาตุพนม, อำเภอบ้านแพง และอำเภอท่าอุเทน

โดยได้จัดหาที่ดินไว้เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่รอให้สศช.ลงสำรวจพื้นที่เท่านั้น คือ ที่ดินที่อำเภอท่าอุเทน บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 เนื้อที่ 3,000 ไร่ บริเวณสนามบินนครพนม 2,000 ไร่ เขตอำเภอเมือง และตีนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 จำนวน 1,600 ไร่  ซึ่งรูปแบบจะเป็นอุตสาหกรรมแปรรูปเกษตร และอุตสาหกรรมที่นำชิ้นส่วนมาประกอบ ศูนย์กระจายสินค้า ปัจจุบันการค้าขายชายแดนมีมูลค่าส่งออกสูงถึงปีละ 6 หมื่นล้านบาท และหากเขตเศรษฐกิจพิเศษเกิดรองรับเออีซี จะสร้างมูลค่าการค้าเพิ่มขึ้นเป็นกว่าแสนล้านบาท

ด้านนางมนนิภา โกวิทศิริกุล ประธานหอการค้าจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า จังหวัดหนองคายก็มีความพร้อมที่จะร่วมพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ระยะแรก เช่นกัน โดยเสนอพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อำเภอสะไคร จะเป็นด้านเกษตรกรรม เช่น ยางพารา อำเภอรัตนวาปี และอำเภอท่าบ่อ จะเป็นพื้นที่พัฒนาด้านการค้า ศูนย์กระจายสินค้า อุตสาหกรรมปลอดมลพิษ

ขณะที่นายตระสัก ศรีพิพรรณ์ เลขาธิการหอการค้าจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า เชียงรายเสนอไปที่สศช. อยากพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เฟสแรก แต่เนื่องจากมติคณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ (คนพ.) กำหนดให้เชียงรายอยู่ระยะ 2 ก็ต้องยอมรับ ขณะเดียวกันทิศทางของจังหวัดยังไม่ชัดเจน ว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนจะเป็นรูปแบบไหน อาทิ เทรดเดอร์ฮับ นิคมอุตสาหกรรม หรือการได้รับสิทธิพิเศษสำหรับนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในเขตดังกล่าว อย่างไรก็ดีเชียงรายกำหนดเขตเศรษฐกิจไว้ 3 อำเภอ คือ อำเภอเชียงของ เชียงแสน แม่สาย แต่ขณะนี้ยังหาพื้นที่ที่ชัดเจนยังไม่ได้

ส่วนนายศรัณย์ วังสัตตบงกช ประธานหอการค้าจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษของจังหวัดนราธิวาส อยู่ในเฟส 2 ไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งจังหวัดยังไม่พร้อมในเรื่องของการจัดหาพื้นที่ และต้องการดูจังหวัดนำร่องในเฟสแรกก่อนจะดีกว่า

ที่มา : หนังสือพิมพ์เศรษฐกิจ

 

 

 

ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ