Loading

ไปรษณีย์เขตศก.พิเศษชายแดนไทย-กัมพูชาโต

วันที่ : 22 สิงหาคม 2558
ไปรษณีย์เขตศก.พิเศษชายแดนไทย-กัมพูชาโต

นายปิยะวัตร์ มหาเปารยะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ อาวุโส รักษาการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดเผยว่า การเติบโตของไปรษณีย์ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ด้านการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีการเติบโตเพิ่มขึ้นในตลาดขนส่ง ไปรษณีย์ด่วนพิเศษในประเทศ (EMS) และบริการไปรษณีย์โลจิสโพสต์ โดย ปจ.สระแก้ว ปณ.อรัญประเทศ ปณ.ตลาด โรงเกลือ มีรายได้รวมในช่วงครึ่งปีแรก 2558 กว่า 45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12 ล้านบาท จากปี 2557 หรือคิดเป็น 35%

โดยรายได้ดังกล่าวแบ่งเป็น บริการ ส่ง EMS 28 ล้านบาท บริการส่งพัสดุไปรษณีย์ 6 ล้านบาท และบริการโลจิสติกส์โพสต์ 470,000 บาท และอื่นๆ 10.5 ล้านบาท คาดว่า ภายใน สิ้นปี 2558 นี้ จะมีรายได้รวมในไปรษณีย์พื้นที่นี้ประมาณ 100 ล้านบาท

ทั้งนี้ ปณ.อรัญประเทศ และปณ.ตลาดโรงเกลือ มีอัตราการเติบโตในแต่ละบริการที่สูงขึ้นมาก จากการส่งสินค้าของผู้ประกอบธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ที่สั่งซื้อสินค้าจากร้านค้าในตลาดโรงเกลือ โดยส่วนใหญ่ เป็นสินค้าประเภทเครื่องแต่งกาย สินค้าสตรีต่างๆ เมื่อเปรียบเทียบการเติบโตของรายได้ในแต่ละไปรษณีย์ของพื้นที่สระแก้วในช่วงเดียวกันของปี 2557 จะพบว่า ปณ.อรัญประเทศ มีอัตราการเติบโตสูงที่สุด คือ มีรายได้ในปี 2557 อยู่ประมาณ 10.81 ล้านบาท จากปี 2556 ที่มีรายได้ 15.49 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโต 43.18%

ส่วน ปณ.ตลาดโรงเกลือ ปี 2557 มีรายได้ 14.53 ล้านบาท ในปี 2558 น่ามีรายได้อยู่ที่ 22.23 ล้านบาท เติบโต 52.96% โดย ปณ.ตลาดโรงเกลือจัดตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับการค้าบริเวณชายแดน อัตราการเติบโตดังกล่าวเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอด 3 ปีที่ผ่านมา บริการหลักที่สร้างรายได้คือ ส่งพัสดุไปรษณีย์ และบริการส่งแบบ EMS

อย่างไรก็ตาม ปณท มีแผนที่จะขยายพื้นที่ให้บริการของ ปณ.ตลาดโรงเกลือภายในปี 2559 โดยจะตั้งงบในการซื้อที่ดิน 3-5 ไร่ เพื่อใช้เป็นจุดคัดแยกพัสดุประมาณ 60 ล้านบาท ซึ่งจะมีการเพิ่มบุคลากรงานเคาน์เตอร์ให้มากขึ้น รวมถึงการจัดระบบขนส่งใหม่เพื่อความรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังมีแผนจะจัดตั้งศูนย์ไปรษณีย์กบินทร์บุรี ใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของปริมาณงานไปรษณีย์ในพื้นที่ภาคตะวันออก 4 จังหวัด คือ ชลบุรี นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว คาดว่าเปิดให้บริการได้ในปี 2559 ทั้งนี้จะใช้เป็นศูนย์กระจายสินค้าทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ของอาเซียนอีกด้วย

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

 

 

 

ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ