Loading

ธปท.เผยแบงก์เข้มปล่อยกู้เพิ่มอสังหาฯ-รถ-SMEกระทบหนั

วันที่ : 2 กุมภาพันธ์ 2558
ธปท.เผยแบงก์เข้มปล่อยกู้เพิ่มอสังหาฯ-รถ-SMEกระทบหนัก

แบงก์ชาติเผยไตรมาสแรกของปีนี้ สถาบันการเงินยังคงรักษาความเข้มงวดปล่อยกู้ภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ รวมถึงธุรกิจเอสเอ็มอี แต่ผ่อนคลายให้ธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่ความต้องการสินเชื่อทุกประเภทเพิ่มขึ้น ยกเว้นเช่าซื้อรถยนต์ คาดตลาดอสังหาฯ ถูกกระทบถูกปฏิเสธสินเชื่อ ประเมินผู้มีรายได้สูงจะเริ่มใช้จ่ายในไตรมาส 2 ส่วนกำลังซื้อระดับล่างกลับสู่ภาวะปกติในครึ่งหลังของปี

รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แจ้งว่า ธปท.ได้เผยแพร่รายงานผลการสำรวจภาวะและแนวโน้มสินเชื่อ ซึ่งสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารระดับสูงของสถาบันการเงินที่ดูแลงานสินเชื่อ พบว่า ไตรมาสแรกของปี 58 ส่วนใหญ่สถาบันการเงินยังคงรักษาความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อภาคครัวเรือน และยิ่งเพิ่มความเข้มงวดสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มากขึ้น รวมถึงสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ซึ่งเป็นสินเชื่อภาคธุรกิจ แต่จะผ่อนคลายให้แก่สินเชื่อแก่ธุรกิจขนาดใหญ่ ส่วนหนึ่ง การแข่งขันสูงขึ้นและทางเลือกระดมทุนในตลาดทุนมีมากขึ้น

ทั้งนี้ ในไตรมาส 1 ของปี 58 คาดว่าความต้องการ สินเชื่อภาคครัวเรือนเกือบทุกประเภทจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ยกเว้นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สะท้อนผ่านมุมมองต่อแนวโน้มการบริโภคภาคเอกชนที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการบริโภคสินค้าไม่คงทน จากไตรมาสก่อนความต้องการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นมาก อีกทั้งสถาบันการเงินคาดว่าธุรกิจขนาดใหญ่และเอสเอ็มอีจะต้องการสินเชื่อเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจเน้นตลาดในประเทศ อาทิ การผลิตอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีก ภาคอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจวัสดุก่อสร้าง

สินเชื่อบ้านจะถูกปฏิเสธส่งผลลบตลาด

นอกจากนี้ ธปท.เปิดเผยรายงานแนวโน้มธุรกิจในไตรมาสแรกของปีนี้เช่นกัน พบว่า กำลังซื้อของผู้บริโภคจะฟื้นตัวเต็มที่ในช่วงครึ่งหลังของปี 58 อย่างไรก็ตาม แม้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คาดว่าจะดีขึ้นจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคและผู้ประกอบการทยอยดีขึ้น แต่กำลังซื้อที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ทำให้อัตราการปฏิเสธการให้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยลบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ในระยะต่อไป

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการมองว่าการฟื้นตัวในภาพรวมช้ากว่าที่คาด เพราะผู้บริโภคระดับบนยังคงระมัดระวังในการใช้จ่าย แม้กำลังซื้ออยู่ในเกณฑ์ที่ดี ทำให้ธุรกิจต้องเร่งทำกิจกรรม ส่งเสริมการขายต่อเนื่อง ขณะที่กำลังซื้อของกลุ่มผู้มีรายได้น้อยยังคงอ่อนแอ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่คาดว่าผู้มีรายได้ระดับบนน่าจะเริ่มกลับมาใช้จ่ายได้เป็นปกติในไตรมาส 2 หลังความเชื่อมั่นของผู้บริโภคฟื้นตัวเต็มที่ ส่วนกำลังซื้อระดับล่างน่าจะกลับสู่ภาวะปกติได้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จากการฟื้นตัวของรายได้ภาคเกษตรเป็นสำคัญ

ส่วนราคาน้ำมันลดลงจะเริ่มส่งผลให้ต้นทุนโดยรวมลดลงชัดเจนขึ้นในไตรมาสแรก ทำให้ผู้ประกอบการส่งผ่านต้นทุนถูกลงผ่านราคาได้บ้าง ทั้งนี้  ผู้ประกอบการธุรกิจปิโตรเลียมคาดว่า ราคาน้ำมันจะอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 3-6 เดือน ส่วนผู้ประกอบการในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เห็นว่าต้นทุนวัสดุก่อสร้างและที่ดินจะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามสัญญาณการฟื้นตัวของภาคก่อสร้างเป็นสำคัญ

การลงทุน ทางผู้ประกอบการธุรกิจเครื่องดื่ม ปิโตรเลียม และชิ้นส่วนยานยนต์มีแผนการลงทุนสร้างโรงงานใหม่ ในประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนผู้ประกอบการธุรกิจชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และธุรกิจเครื่องจักรสำนักงานมีแผนการลงทุนขยายอาคารและโรงงาน เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตในระยะต่อไป อีกทั้งผู้ประกอบการ เห็นว่าภาคการผลิตมีแผนจะนำเครื่องจักรมาใช้ทดแทนแรงงานมากขึ้น เพื่อลดต้นทุนด้านแรงงานและการจัดหาแรงงานใหม่

ทิศทางการฟื้นตัวของภาคส่งออกไทยในระยะต่อไปจะยังไม่ชัดเจนจากภาวะเศรษฐกิจโลกเปราะบาง อีกทั้งการ ส่งออกไปตลาดตะวันออกกลางและประเทศรัสเซียมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เพราะอุปสงค์เริ่มชะลอลงตามภาวะราคาน้ำมันที่ลดลง และคาดว่านักท่องเที่ยวจีนน่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ประคับประคองการท่องเที่ยวไทยในระยะต่อไป

ที่มา : ASTV ผู้จัดการรายวัน

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ