Loading

อสังหาวิพากษ์ภาษีมรดกกฎหมายนี้ไม่น่ากลัวอย่างที่คิ

วันที่ : 2 ตุลาคม 2557
อสังหาวิพากษ์ภาษีมรดกกฎหมายนี้ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

          ประเด็นร้อนที่สุดในวงการอสังหาฯ ตอนนี้คงไม่พ้นเรื่อง "ร่าง พ.ร.บ. ภาษีมรดก" และ "พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง" ที่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หยิบมาพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งส่งผลกระทบในวงกว้างทั้งประชาชนทั่วไปและผู้ประกอบธุรกิจอสังหาฯ

          ล่าสุดสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยจัดเวทีเสวนาสร้างความเข้าใจ เพื่อให้ ผู้ประกอบการเตรียมความพร้อม โดยมี "เสิศมงคล วราเวณุชย์" อุปนายกและเลขาธิการสมาคมฯ

          ทองคำ-เพชรไม่เสียภาษีเปิดประเด็นด้วยการให้ข้อมูลภาษีมรดก ที่เรียกเก็บจากผู้ที่ได้รับมรดกสุทธิเกินกว่า 50 ล้านบาท ในอัตราเดียว คือ 10%

          โดยเก็บจากทรัพย์สินที่ขึ้นทะเบียนหรือมีหลักฐานทางราชการที่พิสูจน์ความเป็นเจ้าของได้ ได้แก่ เงินสด ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ส่วนทรัพย์สินที่เข้าข่ายไม่ต้องเสียภาษี เช่น เครื่องประดับ ทองคำ เพชร  รูปภาพ ฯลฯ อย่างไรก็ตาม การเสียภาษียังนับรวมถึงการโอนทรัพย์สินให้ทายาทหรือผู้ได้รับมรดกก่อนเสียชีวิต 5 ปี

          "เลิศมงคล" ให้มุมมอง ภาษีมรดกเป็นภาษีที่รัฐบาลเรียกเก็บในเชิงสัญลักษณ์ของการลดความเหลื่อมล้ำด้านการกระจายรายได้ เพราะไม่ได้มีผลกระทบกับคนจำนวนมาก แต่อาจกระทบต่อแรงจูงใจการสะสมทรัพย์สินเพื่อสร้างความมั่งคั่งอยู่บ้าง

          หวั่นเศรษฐีย้ายสินทรัพย์ไป ตปท.

          เพราะโดยทั่วไปแล้ว การเก็บภาษีมรดกในอัตราสูง จะไม่จูงใจให้เกิดการออมทรัพย์สินและการลงทุน ทั้งอาจก่อให้เกิดการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินบางอย่างไปไว้ในประเทศที่ไม่มีกฎหมายภาษีมรดก เช่น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย สวีเดน ฯลฯ เป็นต้น โดยปี'51 เคยมีกรณีตัวอย่างที่ประเทศสิงคโปร์ยกเลิกการเก็บภาษีมรดก ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินจากประเทศจีนและมาเลเซียเข้าสู่สิงคโปร์จำนวนมาก

          นอกจากนี้ ภาษีมรดกอาจผลักดันให้บุคคลขายทรัพย์สินในกองมรดกที่มีมูลค่าเกินกว่า 50 ล้านบาท ให้กับบริษัทหรือนิติบุคคลที่มีลูกหลานถือหุ้นอยู่ แทนที่จะโอนให้เป็นมรดกโดยตรง เพื่อให้เป็นเจ้าของทรัพย์สินแทนทายาท และจะไม่ถูกนำมาคิดรวมเป็นกองมรดก

          หวั่นเกิดปัญหาไม่มีเงินจ่ายภาษี

          อย่างไรก็ตาม ตั้งข้อสังเกตว่าร่าง พ.ร.บ.ภาษีมรดกในปัจจุบันยังมีความคลุมเครือ อาทิ กรณีที่ได้รับมรดกเป็น "ที่ดิน" แต่ผู้รับไม่มีเงินชำระภาษีได้ทั้งหมด ทางภาครัฐจะมีวิธีจัดเก็บภาษีอย่างไร หากจะต้องนำที่ดินแปลงนั้นมาขายทอดตลอดเพื่อนำเงินมาจ่ายภาษี และระหว่างรอขายทอดตลาดจะต้องเสียภาษีที่ดินฯด้วยหรือไม่

          อย่างไรก็ตาม การผลักดันร่าง พ.ร.บ.ภาษีมรดกเป็นสัญญาณที่ดีว่าประเทศไทยจะมีระบบกระจายรายได้ที่ดีขึ้น อาจช่วยลดความเหลื่อมล้ำคนจน-คนรวย ภาครัฐ จะมีรายได้มาพัฒนาประเทศเพิ่มขึ้น

          ส่วนการหลีกเลี่ยงภาษีไม่เกิดผลดีในระยะยาว เพราะหากมีการตรวจพบ ย่อมจะต้องจ่ายภาษีย้อนหลังและมีโทษทางอาญาทั้งจำทั้งปรับ

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ