Loading

เล็งพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ รฟม.ขอแก้ผังเมืองรอบสถานี/อ้างให้อปท.มีส่วนร่ว

วันที่ : 4 กันยายน 2557
เล็งพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ รฟม.ขอแก้ผังเมืองรอบสถานี/อ้างให้อปท.มีส่วนร่วม

          รฟม.เตรียมเสนอแก้ผังเมืองใหม่เฉพาะพื้นที่ เน้นรอบสถานีรถไฟฟ้าและศูนย์ซ่อม หวังเปิดทางให้อปท.พัฒนาเชิงพาณิชย์  ครึ่งปีหลังลุ้นเปิดประมูลสายสีชมพู-สีส้ม-แอร์พอร์ตลิงค์ส่วนต่อขยายพญาไทดอนเมือง และสายสีแดง เชื่อมโยงบางซื่อ-พญาไท-หัวหมาก-หัวลำโพง ส่วนสายสีม่วงใต้คาดลากยาวข้ามปี

          นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประ เทศไทย (รฟม.) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า หลังจากรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าบริหารประเทศ กระทรวงคมนาคม ได้เร่งขับเคลื่อนโครงการระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลให้เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับการขยายตัวของระบบรถไฟฟ้า รฟม.มีแนวคิดนำเสนอกระ ทรวงคมนาคมนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขอปรับปรุงผังเมืองใหม่ เน้นเฉพาะพื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟฟ้า อาคารจอดรถและศูนย์ซ่อมบำรุงให้เป็นผังเฉพาะกิจ เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) นั้นๆ หรือรฟม.สามารถพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่โครงการรถไฟฟ้าในแต่ละเส้นทางได้มากขึ้น

          ขณะเดียวกันรฟม. ยังจะเสนอแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.รถไฟฟ้าขนส่งมวล ชนแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2543 เพื่อเพิ่มอำนาจให้ รฟม. สามารถหารายได้จากแหล่งอื่นๆ เพราะ พ.ร.บ. ปัจจุบันมีข้อจำกัดมากมาย เช่น การให้เช่าที่ดินของ รฟม. ที่มีมูลค่ามากกว่า 10 ล้านบาทต้องเสนอเรื่องให้ ครม. อนุมัติ ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่เคยผ่านการพิจารณาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรฟม. ก็ต้องการเป็นผู้ออกแบบแผนแม่บทของรถไฟฟ้าเองเพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ จากปัจจุบันที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จะเป็นผู้ทำแผนแม่บท ซึ่งทำให้การพัฒนาเชิงพาณิชย์ทำได้ยาก

          "รฟม. ต้องการนำโมเดลพัฒนาเชิงพาณิชย์ในต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จมาใช้ เช่น ฮ่องกงที่พัฒนาเชิงพาณิชย์ควบคู่ไปตั้งแต่เริ่มต้นออกแบบจนถึงเปิดให้บริการ ทำให้มีผู้ใช้บริการมากขึ้นและได้รับค่าโฆษณา ส่งผลให้การรถไฟฟ้าของฮ่องกงในปัจจุบันมีรายได้ถึง 3 แสนล้านบาท/ปี กำไร 1 แสนล้านบาท/ปี และมีมูลค่าการตลาดถึง 1 ล้านล้านบาท/ปี ซึ่งเป็นรายได้ที่เพียงพอจะ นำมาอุดหนุนราคาค่าโดยสารให้ลดลงเหลือเฉลี่ย 20 บาท/เที่ยว" ผู้ว่าการรฟม. กล่าวและว่า

          ปัจจุบันรายได้ของ รฟม. มี 2 ส่วนหลักคือ รายได้จากค่าโดยสาร และกิจการเชิงพาณิชย์จากส่วนแบ่งค่าสัมปทานบริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน)(บีเอ็มซีแอล) ในปี 2556 ประมาณ 70 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัดส่วนการแบ่งค่าโดยสาร 10 ปีแรก ที่บีเอ็มซีแอลจะแบ่งให้ รฟม. 1% ส่วนในปี 2558 ทาง รฟม. จะได้ส่วนแบ่งค่าโดย สารเพิ่มเป็น 5% หรือประมาณ 80 ล้านบาท/เดือน เมื่อรวมกับกิจการเชิงพาณิชย์ที่มีอัตราคงที่ปีละ 50 ล้านบาท จะทำให้รฟม.มีรายได้จากบีเอ็มซีแอลปีหน้าประมาณ 1,000 ล้านบาท/เดือน ขณะที่มีรายได้จากค่าโดยสารเทียบกับที่ไม่ใช่ค่าโดยสารเป็นสัดส่วน 80% ต่อ 20%  แต่ในอนาคตวางแผนให้รายได้ที่ไม่ใช่ค่าโดยสารเพิ่มสัดส่วนมาก กว่า 50% ของรายได้รวม

          ทั้งนี้ ตามผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ระบุว่า หาก รฟม. ตั้ง 5 บริษัทลูกเพื่อรูปแบบหน่วยธุรกิจคือ หน่วยธุรกิจเดินรถ หน่วยธุรกิจบริหารสถานี หน่วยธุรกิจโฆษณา หน่วยธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และหน่วยธุรกิจระบบตั๋วร่วมและขนส่ง เพื่อรองรับเครือข่ายรถไฟฟ้าครบ 10 สายในปี 2562 จะส่งผลให้รายได้อื่นๆ ที่ไม่ใช่ค่าโดย สารของ รฟม. ค่อยๆ ทยอยเพิ่มขึ้นในช่วง 5 ปีถัดไปจนถึง 20,000 ล้านบาท ในปี 2567

          "ในระหว่างนี้ได้ศึกษาข้อมูลเพื่อเสนอแผนการจัดตั้งบริษัทลูกเสนอครม.อนุมัติการจัดตั้งได้ภายในสิ้นปีนี้ ช่วงเริ่มต้นอาจจะใช้ทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท ตามผลการศึกษาของ มธ. อย่าง ไรก็ตาม ระหว่างที่ยังไม่ได้ตั้งบริษัทลูกรฟม. ได้มีการแยกธุรกิจออกเป็น 2 หน่วยธุรกิจก่อนเพื่อเตรียมความพร้อม ได้แก่ 1. หน่วยธุรกิจตั๋วร่วม และ 2. หน่วยธุรกิจเดินรถ"

          ด้านพล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ ประธานกรรมการบอร์ด รฟม. กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าที่อยู่ในความรับผิดชอบของรฟม.ว่า โครง การรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ ช่วงหมอชิตสะพานใหม่-คูคต มูลค่ากว่า 2.6 หมื่นล้านบาท กำหนดให้ผู้ซื้อเอกสารทีโออาร์ทั้ง 31 รายยื่นซองเอกสารประกวดราคาวันที่ 30 กันยายนนี้ และคาดว่าจะเปิดเดินรถได้ในปลายปี 2561 หรือต้นปี 2562 ส่วนสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และสายสีส้ม ช่วงตลิ่งชัน-มีนบุรี (ที่ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี จะเปิดประมูลในช่วงแรกก่อนนั้น) อยู่ระหว่างรอการอนุมัติของ ครม.ใหม่ ซึ่งรฟม. ก็พร้อมดำเนินการทันที ส่วนสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ที่อยู่ระหว่างการเร่งสรุปผลการศึกษาออก แบบรายละเอียดก็จะเร่งดำเนินการนำเสนอกระทรวงคมนาคมนำเข้าครม.ต่อเนื่องกันไป ส่วนช่วงอื่นๆ นั้นอยู่ระหว่างการเร่งสรุปผลการศึกษาออกแบบ อาทิ สายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะที่คาดว่าจะเลื่อนไปประมูลในปี 2558

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ