Loading

แบงก์ชี้แนวโน้มอสังหาฯฟื้นลุ้นรัฐคลอดมาตรการกระตุ้นNP

วันที่ : 12 สิงหาคม 2557
แบงก์ชี้แนวโน้มอสังหาฯฟื้นลุ้นรัฐคลอดมาตรการกระตุ้นNPA

แบงก์กรุงไทยลุ้นหากภาครัฐคลอดมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและภาษี จะช่วยกระตุ้นตลาดทั้งทางตรง และเป็นผลดีต่อตลาดในวงกว้าง หนุนเศรษฐกิจให้เติบโต เผยแนวโน้มตลาดเริ่มฟื้นตัวหลัง มิ.ย.ที่ผ่านมา บวกกับนโยบาย คสช.ให้ ธอส.ปล่อยกู้สินเชื่อบ้าน ตัวเร่งให้ลูกค้าตัดสินใจ เร็วขึ้น

นายสุชาติ เดชิทธิรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารกลุ่มทรัพย์สินพร้อมขาย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTB) เปิดเผยถึงสถานการณ์ตลาดทรัพย์สินรอการขาย(เอ็นพีเอ) ว่า หลังสถานการณ์การเมืองสงบ แนวโน้มกำลังซื้อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาปรับตัวดีขึ้น ความเชื่อมั่นผู้บริโภค เริ่มฟื้น เนื่องจากกำลังซื้ออั้นมาจากช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอุปสงค์ในตลาดยังมีอยู่ ผู้บริโภคหรือภาคธุรกิจบางส่วนไม่ได้มีปัญหาเรื่องกำลังซื้อ เพียงแต่มีความกังวลและรอดูความชัดเจนทางการเมือง ส่งผลให้ความต้องการลงทุน ของทุกภาคส่วนเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น

ประกอบกับนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มีการกระตุ้นตลาดที่อยู่อาศัยผ่านสถาบันการเงินที่อยู่ในความดูแลของภาครัฐด้วย อาทิ ธอส. ได้เตรียมวงเงินกู้ 5,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยพิเศษคงที่ 2 ปี 3.50% ต่อปี ครอบคลุมการกู้เพื่อที่อยู่อาศัยทุกประเภท (ตั้งแต่วนนี้ถึง 15 ส.ค. 57 และทำนิติกรรมภายใน 30 ก.ย. 57 เท่านั้น) ซึ่งจะเป็นตัวกระตุ้นให้ลูกค้าที่ชะลอการตัดสินใจซื้อในช่วงครึ่งปีแรกเร่งการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนของผู้ประกอบการอสังหาฯและธุรกิจต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการขยายตัวของตลาดภายหลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 ซึ่งในการขยายตัวดังกล่าวในด้านอสังหา- ริมทรัพย์ใหม่ จะมีราคาต้นทุนเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องมีแคมเปญกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซึ่งอาจจะกระทบกับบ้านมือสองบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าบ้านมือสองยังคงเป็นทางเลือกที่ดี เนื่องจากราคาที่ถูกกว่าและทำเลที่มีศักยภาพ

"หากภาครัฐมีมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและภาษี จะส่งผล กระทบทางตรงและเป็นวงกว้างต่อกลุ่มลูกค้าที่ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ ทุกระดับราคาได้ชัดเจนกว่ามาตรการอื่นๆ รวมทั้งนโยบายดอกเบี้ยต่ำเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยรายย่อย จะเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของประชาชนให้เร็วขึ้น รวมถึงการลงทุนผ่านโครงการของภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จะช่วยให้เกิดการลงทุนจำนวนมาก ซึ่งนอกจากจะทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ดีขึ้นกว่าเดิมแล้ว ยังส่งผลให้ภาคเศรษฐกิจของประเทศเติบโตขึ้นได้"

สำหรับนโยบายในการบริหารและขายทรัพย์เอ็นพีเอของธนาคารกรุงไทยในช่วงครึ่งปีหลังนั้น นายสุชาติกล่าวว่า จะกำหนดแผนการขายทุกช่องทางเพื่อให้ NPA เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ในวงกว้าง โดยให้เครือข่าย/สมาชิกนักขายช่วยขายทรัพย์ที่เน้นในรูปของนิติบุคคล และมีการใช้กิจกรรมทางการตลาดที่หลากหลาย อาทิ จัดโครงการ KTB NPA CHAMPION และ KTB NPA PLUS

โดยร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจ เช่น คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ลาดกระบัง ปรับปรุงภาพลักษณ์ของทรัพย์ให้น่าสนใจขึ้น เพื่อให้มีมูลค่าเพิ่ม และรับชำระเงินทางประกันการซื้อทรัพย์ผ่านบัตรเครดิต KTC ซึ่งสร้างความสะดวกแก่ผู้ซื้อทรัพย์และความทันสมัยรวมทั้งพันธมิตรธุรกิจให้การซื้อสินค้าในราคาพิเศษ เป็นต้น

ทั้งนี้ พอร์ตเอ็นพีเอของธนาคารกรุงไทยส่วนใหญ่เป็นทรัพย์ที่เหมาะแก่การลงทุน และมียอดขายทรัพย์เพื่อการลงทุนก็มียอดขายสูงเช่นกันคิดเป็น 60% ของยอดขายทั้งหมด ทั้งนี้ เป็นการซื้อเพื่อการลงทุนกว่า 50% ซื้อเพื่อใช้ประกอบธุรกิจโรงงาน 30% และซื้อเพื่อเก็บไว้ใช้หรือขายในอนาคต 20% โดยยอดขายทรัพย์เพื่อการลงทุน (มูลค่ามากกว่า 50 ล้านบาท) งวดครึ่งปีแรก 2557 มีจำนวน 15 รายการ ยอดขาย 2,052.07 ล้านบาท คิดป็น 63.20 % ของยอดขายรวม

ที่มา : ASTV ผู้จัดการรายวัน

 

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ