Loading

ฟ้าเปิด บ้านมือสอง โล่ง จับตามิ.ย.-ก.ค.ขายกระฉู

วันที่ : 1 กรกฎาคม 2557
ฟ้าเปิด บ้านมือสอง โล่ง จับตามิ.ย.-ก.ค.ขายกระฉูด

         เรียลตี้เวิลด์ฯ เผยจับตา 2 เดือน มิ.ย.-ก.ค. ยอดขายบ้านมือสองพุ่ง หลังสถานการณ์กลับสู่ปกติ ชี้ดีมานด์-กำลังซื้อลูกค้าอั้นตั้งแต่ปี 56 บวกแรงหนุนนโยบาย คสช.ผ่านแบงก์ ธอส.เปิดวงเงินปล่อยกู้สินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ 3.9% คงที่ 3 ปี 5,000 ล้านบาท ชี้ปัจจัยบวกปลายปี เอกชน-รัฐบาลลงทุนโครงการใหม่เสริมความเชื่อมั่นช่วยผู้บริโภคตัดสินใจ ซื้อเร็วขึ้น คาดทั้งปียอดขายตลาดรวม 60,000-70,000 หน่วย ทาวน์เฮาส์ 1.8-3 ล้านบาทยังแชมป์ยอดขายสูงสุด คาดส่วนแบ่งการตลาดที่ 40% คอนโดฯ แชร์ 30-35% ขณะที่บ้านเดี่ยวแชร์ 20-25%

          นายวิศิษฐ์ คุณาทรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรียลตี้เวิลด์ อัลไลแอนซ์ จำกัด ผู้ให้บริการซื้อขายบ้านมือสอง เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดบ้านมือสอง ในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 ที่ผ่านมา มีการหดตัวของยอดขายทั้งระบบ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมือง และการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ส่งผลต่อความเชื่อมั่น และการชะลอการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยของลูกค้า ทำให้ตลาดโดยรวมที่อัตราการขยายตัวของยอดขายลดลงประมาณ 30-40% จากปี 2556 โดยในส่วนของ เรียลตี้เวิลด์ฯ เองก็มียอดขายที่ลดลงเท่าๆ กับตลาดรวมเช่นกัน

          "ในช่วง 5 เดือนแรกของปี ลูกค้ามีการชะลอการตัดสินใจซื้อออกไปเป็นจำนวนมาก เพราะกังวลกับปัญหาที่เกิดขึ้นจนกระทบกับความเชื่อมั่นของผู้ซื้อที่อยู่อาศัย มีเพียงที่อยู่อาศัยบางพื้นที่เท่านั้นที่สามารถขายออกได้ดี โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีซัปพลายน้อยและมีราคาเหมาะสมกับกำลังซื้อของผู้บริโภค ส่วนกลุ่มที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันคือ ขายออกยาก"

          อย่างไรก็ตาม หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศทำให้บรรยากาศของตลาดบ้านมือสองและอสังหาริมทรัพย์โดยรวมมีทิศทางที่ปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากประเทศเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะสงบ ขณะเดียวกัน การดำเนินงานของ คสช.ที่เน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และใส่เม็ดเงินเข้าสู่ระบบ เช่น การจ่ายเงินค่าจำนำข้าวให้แก่ชาวนา ทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น ลูกค้าที่เคยชะลอการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยก็กลับมาตัดสินใจเร็วขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ตลาดรวมทั้งในส่วนของตลาดอสังหาฯ และบ้านมือสองเรียกได้ว่าปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

          สำหรับแนวโน้มตลาดบ้านมือสองในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ คาดว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ไม่น่าจะมีการขยายตัวอย่างโดดเด่นมากกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากกลุ่มลูกค้าบ้านมือสองเป็นกลุ่มลูกค้าคนไทย ทำให้ไม่มีปัจจัยจากลูกค้าต่างชาติเข้ามามีส่วนสร้างความแตกต่างเช่นกับตลาดบ้านใหม่ อย่างไรก็ดี ในช่วงเดือนมิ.ย.-ก.ค. นี้น่าจะเป็นเดือนที่ตลาดอาจจะมีอัตราการขยายตัวสูงกว่าปกติ เนื่องจากกำลังซื้อของลูกค้าที่อั้นมาจากปี 2556 จะมีการตัดสินใจซื้อในช่วง2เดือนดังกล่าวมากกว่าปกติ

          นอกจากนี้ นโยบายของ คสช.ที่มีการ กระตุ้นตลาดที่อยู่อาศัยผ่าน สถาบันการเงินที่อยู่ในความดูแลของภาครัฐ เช่น ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) ซึ่งได้เปิดวงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำในอัตรา 3.9% คงที่นาน 3 ปี ให้แก่ลูกค้าที่กู้เพื่อซื้ออยู่อาศัยรายย่อยจำนวนกว่า 5,000 ล้านบาท จะเป็นตัวกระตุ้นให้ลูกค้าที่ชะลอการตัดสินใจซื้อในช่วงครึ่งปีแรกเร่งการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นตัวเร่งให้ยอดขายของตลาดรวมที่อยู่อาศัยมือสองในช่วงเดือน มิ.ย.และก.ค.นี้ปรับตัวสูงกว่าในช่วงปกติได้

          นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า สำหรับปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อการขยายหรือ ชะลอตัวของตลาดรวมในปีนี้จะมีอยู่ 2-3 ตัวหลักๆ โดยในส่วนของปัจจัยบวกที่จะช่วยให้ตลาดขยายตัว คือ อัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับต่ำ และนโยบายการสนับสนุนตลาดอสังหาฯเพื่อกระตุ้นภาคเศรษฐกิจของประเทศของ คสช. เช่น นโยบายดอกเบี้ยต่ำเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยรายย่อย นอกจากนี้ต้องรอดูอีกว่าในช่วงถัดไป คสช.จะมีการผลักดันนโยบายใหม่ๆ ที่ช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาฯจากนี้ออกมาอีกหรือไม่

          นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนของผู้ประกอบการอสังหาฯและธุรกิจต่างๆ ในปลายปี 2557 เพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับการขยายตัวของตลาดภายหลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในช่วงต้นปี2558 รวมถึงการลงทุนผ่านโครงการของภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งแน่นอนว่าจะช่วยให้เกิดการลงทุนจำนวนมาก และทำให้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบเร็วขึ้น หลังจากที่ในช่วงที่ผ่านมาไม่มีการอนุมัติโครงการใหม่ๆ จากภาครัฐเข้าสู่ตลาดมากนานกว่า1ปี

          ส่วนปัจจัยลบ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจและกำลังซื้อของผู้บริโภค คือ กระชะลอตัวของภาคการส่งออก ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาค่าเงินบาทแข็งตัว การฟื้นตัวของตลาดท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าในช่วงไตรมาส 3 นี้ จะยังไม่เห็นชัดเจน แต่คาดว่าจะมีการฟื้นตัวชัดเจนในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี ทำให้ในช่วงไตรมาสที่ 3 นี้ตลาดท่องเที่ยวจะยังไม่ดีเท่าที่ควร จำเป็นต้องอาศัยการท่องเที่ยว ของคนในประเทศในการพยุงตัวไปก่อน ส่วนในไตรมาส 4 ที่คาดว่าการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวก็ต้องจับตาดูว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามามากหรือน้อยเพียงใด

          กรรมการผู้จัดการ เรียลตี้เวิลด์ฯ กล่าวต่อว่า สำหรับที่ยอดขายอยู่อาศัยมือสองในตลาดรวมในปี 2557 นี้คาดว่าจะอยู่ที่ 60,000-70,000 หน่วย โดยแบ่งออกเป็นที่อยู่อาศัยประเภท ทาวน์เฮาส์ 40% ที่อยู่อาศัยประเภท คอนโดมิเนียม 30-35% ที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว 20-25% และอาคารพาณิชย์ บ้านแฝด ที่ดินเปล่า 5-10%  ส่วนระดับราคาเฉลี่ยของที่อยู่อาศัยที่คาดว่าจะได้รับความนิยมคือ ทาวน์เฮาส์ระดับราคา 1.8-3 ล้านบาท บ้านเดี่ยว 4-6 ล้านบาท คอนโดมิเนียมระดับราคา 1.5-2.5 ล้านบาท

ที่มา : ASTV ผู้จัดการรายวัน

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ