Loading

ตลาดบ้านมือสองสินค้าล้นมองโอกาสของคนซื้อ-นักลงทุ

วันที่ : 25 กุมภาพันธ์ 2557
ตลาดบ้านมือสองสินค้าล้นมองโอกาสของคนซื้อ-นักลงทุน

สถานการณ์การเมืองและภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและต่อเนื่องไปถึงกำลังซื้อ โดยเฉพาะในสินค้าที่ราคาสูง สร้างภาระผูกพันในการก่อหนี้ระยะยาว เช่น อสังหาริมทรัพย์ จึงทำให้ผู้ประกอบการต่างๆ ออกมาฟันธงว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้น่าจะเติบโตไม่มากนัก ยิ่งหากปัญหาการเมืองยืดเยื้อก็อาจได้รับผลกระทบหนักเช่นเดียวกับอีกหลายธุรกิจ

นางดรุณี รุ่งเรืองผล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดาร์วิด พร๊อพเพอร์ตี้ เซอร์วิส จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มือสองในปี 2557 น่าจะมีความต้องการขายมากกว่าความต้องการซื้อ เนื่องจากมีปัจจัยหลายด้านที่กระทบต่อความต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจ เพราะความต้องการซื้อนั้น อ่อนไหวต่อปัจจัยลบที่ส่งผลเชิงจิตวิทยา ทำให้ผู้ซื้อที่อยู่อาศัยเกิดความลังเลและยังคงรอดูสถานการณ์ของเศรษฐกิจ ซึ่งจากประสบการณ์ทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ เชื่อว่าความต้องการซื้อน่าจะชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด อย่างน้อยในช่วงไตรมาส 1 ของปีนี้

ดังนั้น แนวโน้มการแข่งขันของตลาดในส่วนของผู้ขายน่าจะมีมากกว่าผู้ซื้อ เมื่อความต้องการซื้อ หรือดีมานด์น้อยกว่าสินค้า หรือซัพพลายผู้ประกอบการบ้านมือสองจึงต้องใช้กลยุทธ์การตลาดใหม่ๆ เพื่อดึงดูดให้เกิดการตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น เชื่อว่าผู้ที่ตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยในช่วงจากนี้ไปน่าจะได้รับประโยชน์จากการแข่งขันของตลาด  โดยเฉพาะผู้ซื้อที่มีเงินสดในมือหรือนักลงทุน ซึ่งจะมีโอกาสได้เลือกซื้อทรัพย์สินที่ต้องการขายในท้องตลาดมากขึ้น

ขณะที่ผู้ซื้อที่ต้องยื่นกู้เพื่อขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินนั้น น่าจะไม่ง่ายนัก เพราะกระบวนการขอสินเชื่อที่เข้มข้นขึ้น เนื่องจากสถาบันการเงินน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในการพิจารณาสินเชื่อที่ยากขึ้น รวมทั้งอาจมีมาตรการระมัดระวังในการพิจารณาผู้ขอสินเชื่อโดยใช้มาตรฐานที่สูงขึ้นกว่าช่วงที่ปีผ่านมา

นางดรุณีกล่าวถึงพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยมือสองของผู้บริโภคในช่วงที่ผ่านมาว่า ส่วนใหญ่เลือกซื้อบ้านที่อยู่บนทำเลที่มีแนวสาธารณูปโภคต่างๆ โดยเฉพาะด้านการขนส่งที่สะดวกสบาย รวมทั้งทำเลที่มีการพัฒนาเส้นทางขนส่งใหม่ๆ ที่ใกล้จะก่อสร้างเสร็จ เช่น ทำเลกรุงเทพฯ ชั้นในรวมทั้งย่านชานเมือง นอกจากนี้แล้ว ทำเลปริมณฑลยังคงอยู่ในความสนใจของลูกค้าเช่นกัน โดยเฉพาะจังหวัดที่มีระบบขนส่งมวลชนที่โดดเด่น เช่น จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสนามบินสุวรรณภูมิ รวมทั้งจ.นนทบุรี ซึ่งเป็นทำเลที่ได้รับความสนใจสูงสุด เนื่องจากมีการก่อสร้างโครงการรถไฟสายสีม่วง และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่ดึงดูดให้เกิดการลงทุนของธุรกิจที่อยู่อาศัย

ขณะที่แนวทางการทำตลาดของดาร์วิดนั้น จะเน้นศึกษาพฤติกรรมลูกค้าแต่ละกลุ่มแล้วมุ่งทำงานให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า และยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพ ทั้งเรื่องการให้บริการลูกค้าและความรู้ต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อวิชาชีพนายหน้าอสังหาฯ โดยเน้นการฝึกอบรมในหลักสูตรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้เกิดประสบการณ์และความรู้ใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพ ซึ่งได้เปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนได้เรียนรู้จากการทำงานจริงในภาคสนาม รวมทั้งการเข้าอบรมในหลักสูตรต่างๆ ที่จัดขึ้นโดยสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทยและองค์กรอื่นๆ เพื่อให้มีศักยภาพในการให้คำแนะนำและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้ซื้อและผู้ขายบ้าน

นอกจากนี้ ดาร์วิดจะใช้กลยุทธ์ในการเข้าถึงลูกค้าผ่านโซเชียลมีเดีย เนื่องจากประหยัดและมีประสิทธิภาพในการเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น และยังคงเน้นเข้าไปบริหารการขายบ้านมือสองให้กับกองทุนอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ รวมทั้งสถาบันการเงินที่ต้องการให้นายหน้าเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารงานขาย และให้ความสำคัญกับการทำตลาดกับทรัพย์สินพร้อมขายที่อยู่บนทำเลแนวรถไฟฟ้าใจกลางเมือง เพื่อเป็นการรองรับตลาดที่มีแนวโน้มว่าจะขยายตัวได้เป็นอย่างดี และเตรียมพร้อมที่จะเป็นพันธมิตรกับนายหน้าต่างชาติหลังจากเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและได้เปรียบในการทำการตลาด เพราะธุรกิจบ้านมือสองน่าจะแข่งขันกันรุนแรงยิ่งขึ้น

ขณะที่นพ.สมศักดิ์ มุนีพีระกุล นายกสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย มองแนวโน้มอสังหาริมทรัพย์มือสองว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ ขึ้นอยู่กับการแก้ไขปัญหาการเมืองว่าจะคลี่คลายไปในทิศทางใด หากสถานการณ์ยืดเยื้อเชื่อว่าจะส่งผลต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์มือสองอย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาการบริโภค และหากเกิดเหตุการณ์รุนแรงจะส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจของประเทศ

"เมื่อเศรษฐกิจของประเทศชะลอตัวจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย คาดว่าปัญหาทางการเมืองน่าจะทำให้ตลาดบ้านมือสองในช่วงไตรมาสที่ 1-2 ไม่ดีเหมือนกับปีที่ผ่านมา ดังนั้น ผู้ประกอบการธุรกิจตลาดบ้านมือสองจะต้องทำงานหนักขึ้นกว่าสถานการณ์ปกติ เนื่องจากหากเปรียบเทียบจำนวนบ้านมือสองในตลาดและความต้องการซื้อนั้นยังมีความแตกต่างกันสูงมาก เพราะในตลาดมีสินค้าประมาณ 300,000-350,000 หน่วย แต่มีความต้องการซื้อประมาณ 25% หรือประมาณ 70,000-80,000 หน่วยต่อปี" นพ.สมศักดิ์ กล่าว

ที่มา : หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ