Loading

ข้อมูลหนี้เสี

วันที่ : 27 กรกฎาคม 2556
ข้อมูลหนี้เสีย

ธปท.ยืนยันหนี้เสียยังไม่น่าห่วง

 

                ธปท.เผยหนี้เสียงวดครึ่งปี มียอดคงค้าง 2.64 แสนล้านบาทไม่น่าห่วง

                ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)รายงานข้อมูลหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในระบบสถาบันการเงิน ณ สิ้นเดือน มิ.ย.ว่า มีเอ็นพีแอลที่ยังไม่หักกัน

 

                 สำรอง 2.64 แสนล้านบาท หรือ 2.2% ของสินเชื่อรวมทั้งระบบเพิ่มขึ้นจากสิ้นเดือน มี.ค. ที่มีอยู่ 2.56 แสนล้านบาท หรือ 2.17% ของสินเชื่อรวมเพียงเล็กน้อย

 

                  ธปท. ระบุว่า ในจำนวนหนี้ทั้งหมดเป็นหนี้เสียของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในไทย 2.57 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือน มี.ค. ที่มีแค่ 2.49 แสนล้านบาท เป็นหนี้เสียของสาขาธนาคารต่างประเทศจำนวน 6,746 ล้านบาท หรือ 0.54% ของสินเชื่อรวม

 

                 อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาข้อมูลหนี้เสียหลังหักกันสำรองแล้ว พบว่า มีเพียง 1.18 แสนล้านบาท หรือ 1% ของสินเชื่อรวมเท่านั้น เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนมี.ค. ที่มี 1.12 แสนล้านบาท หรือ 0.96%เป็นหนี้เสียของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศไทย 1.17 แสนล้านบาท เป็นหนี้เสียของสาขาธนาคารต่างประเทศ 1,255 ล้านบาท

 

                  นางสาลินี วังตาล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่าการเพิ่มขึ้นของเอ็นพีแอลที่ระดับ 2.2%ของสินเชื่อรวมประมาณ 12 ล้านล้านบาทไม่ถือว่าน่าห่วง เพราะเป็นเรื่องปกติที่สินเชื่อที่ปล่อยไปทั้งหมดจะมีหนี้เสียบ้าง ส่วนเรื่องการกันสำรองที่สูงขึ้นของธนาคารพาณิชย์ถือเป็นการระมัดระวังตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอลง แต่ไม่ได้หมายความว่าเศรษฐกิจจะแย่มาก ซึ่งในช่วงนี้ถ้าธนาคารปล่อยกู้ยากขึ้นบ้างก็ควรเข้าใจ

 

                  "ปีนี้ถึงเศรษฐกิจไม่ได้ย่ำแย่มาก แต่ก็โตน้อยลง แบงก์จึงระวังมากขึ้นกันสำรองเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่ามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แบงก์จึงกันสำรองมากขึ้นแต่ที่แบงก์ต้องสำรองเพิ่มขึ้น น่าจะเป็นเพราะปีนี้ความเสี่ยงหลักๆ เริ่มชัดเจนขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจในต่างประเทศเปลี่ยนแปลงผันผวน มีเรื่องมาตรการผ่อนคลายปริมาณเงินหรือคิวอี" นางสาลินี กล่าว

 

                  ผู้บริหาร ธปท. ยังกล่าวอีกว่า เรื่องการสั่งให้ทำแบบทดสอบความเสี่ยงที่จะมากระทบเงินกองทุนนั้น ธปท. ก็สั่งให้ธนาคารทำเป็นปกติเพื่อระมัดระวังอยู่แล้ว ไม่ใช่เพิ่งให้ทำเพราะเสี่ยงสูง ล่าสุดแต่ละธนาคารก็กำหนดปัจจัยเสี่ยงที่จะมากระทบเงินกองทุน สินเชื่อฯลฯ ในแบบทดสอบความแข็งแกร่งแล้ว

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ