Loading

ธปท.หั่นเป้าศก.เหลือ4.2%ลุ้นส่งออกกระเตื้องครึ่งปีหลั

วันที่ : 21 กรกฎาคม 2556
ธปท.หั่นเป้าศก.เหลือ4.2%ลุ้นส่งออกกระเตื้องครึ่งปีหลัง

ข่าวใหญ่ของแวดวงการเงินในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา อยู่ที่การปรับลดประมาณการเติบโตเศรษฐกิจในปีนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)จากเดิม 5.1% ลงเหลือเพียง 4.2% แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีหน่วยงานภาครัฐและสำนักวิจัยหลายแห่งทยอยหั่นเป้าจีดีพีไปก่อนหน้าแล้ว แต่การที่ ธปท.ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มองเห็นภาพรวมตัวเลขสำคัญทางเศรษฐกิจทั้งหมดปรับตัวเลขออกมาสอดคล้องกันนับว่าเป็นการยืนยันว่าการเติบโตเศรษฐกิจไทยได้เข้าสู่ภาวะชะลอตัวแล้ว

 

ประสารย้ำไม่ควรกระตุ้นเศรษฐกิจ

        

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธปท. มองว่า สถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันภาครัฐยังไม่จำเป็นต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เพราะถึงภาวะเศรษฐกิจในไตรมาส 1-2 จะชะลอตัวลงบ้าง แต่คาดว่าในช่วงที่เหลือของปีเศรษฐกิจน่าจะกลับมาฟื้นสู่แนวโน้มปกติได้ เพราะว่าระดับการจ้างงานยังดี ขณะที่ภาคส่งออกของไทยจะปรับขึ้นได้จากสัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐและญี่ปุ่นที่ปรับดีขึ้นบ้าง

        

สำหรับนโยบายการเงินและการคลังโดยรวมขณะนี้ยังอยู่ในภาวะผ่อนคลาย โดยด้านนโยบายการเงินจะเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เมื่อเทียบกับอัตราเงินเฟ้อในปัจจุบันยังคงผ่อนคลายและสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจได้ เช่นเดียวกันสินเชื่อในภาคสถาบันการเงินยังคงขยายตัวอยู่ในระดับสูง แม้ว่าจะชะลอลงบ้าง ขณะที่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐที่แม้จะชะลอออกไปมากกว่าที่คาด แต่ทิศทางการลงทุนยังต่อเนื่อง

         

ทางด้าน นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธปท. ชี้แจงว่า เหตุการปรับลดตัวเลขเศรษฐกิจในปีนี้เหลือ 4.2% เกิดจากองค์ประกอบความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ขณะนี้มีด้านลบมากกว่าด้านบวก โดยเฉพาะการใช้จ่าย

         

ของภาคครัวเรือนที่น่าจะพักฐานเพราะภาระหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูงแล้ว ขณะที่การลงทุนภาครัฐโดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำอาจล่าช้ากว่าคาด แม้ว่าในช่วงครึ่งปีหลังนี้ตัวเลขจีดีพีจะปรับตัวดีขึ้นมาโตเฉลี่ยที่ 4% แต่หากดูจีดีพีรายไตรมาสเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนอาจมีโอกาสโตติดลบได้

        

รถคันแรกขอคืนภาษี 1.25 ล.ราย

        

ด้านกรมสรรพสามิต ออกมาเปิดเผยว่าโครงการรถคันแรกที่มีผู้ใช้สิทธิ 1.25 ล้านราย ขณะนี้มีการส่งมอบรถยนต์จริงแล้ว 1.04 ล้านราย ในจำนวนนี้ถือครองรถแล้วครบ 1 ปี จำนวน 3.2 หมื่นล้านราย ซึ่งทางกรมสรรพสามิตได้คืนเงินตามเงื่อนไขไม่เกิน1 แสนบาท ไปแล้วจำนวน 2.2 หมื่นล้านบาท โดยพบว่าการทิ้งใบจองราว 4,000 รายขณะที่ผู้ที่ใช้สิทธิที่ได้เงินคืนไปแล้วและทำผิดเงื่อนไขเช่น ไม่มีเงินผ่อนชำระ เกิดอุบัติเหตุ มีจำนวน 19 ราย ซึ่งทางกรมสรรพสามิตได้ทำหนังสือทวงเงินคืนแล้วและจะส่งให้กรมบัญชีกลางฟ้องร้องดำเนินการเอาเงินคืนต่อไป

         

เช่าซื้อยึดรถคันแรกแล้ว 300 คัน

        

ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับตัวเลขของสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย ที่ระบุว่า ขณะนี้มีรถยนต์จากโครงการรถคันแรกที่ถูกธนาคารยึดและเตรียมนำออกขายทอดตลาดแล้วประมาณ 300 คัน เนื่องจากลูกค้าไม่สามารถจ่ายค่างวดได้ตามปกติและลูกค้ากลุ่มนี้ยังได้สิทธิคืนภาษีจากรัฐบาลไปแล้วด้วยทำให้สถาบันการเงินต้องดำเนินการตามกระบวนการขอยกเลิกการถือครองรถ 5 ปี กับกรมสรรพสามิต และลูกค้านำเงินที่ได้รับสิทธิไปคืนให้กรมสรรพสามิตทั้งจำนวน  สำหรับรถออกมาประมูลขายทอดตลาดนั้น หากได้เงินคืนมาไม่พอกับมูลหนี้ที่เหลือ สถาบันการเงินต้องไปเรียกเก็บหนี้ส่วนที่ขาดอยู่กับลูกค้าหรือลูกหนี้อีกต่อหนึ่ง

        

ขณะที่ นางอรนุช อภิศักดิ์ศิริกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ เปิดเผยว่า ในปีนี้ธนาคารจะควบคุมสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เก่าไม่ให้ขยายตัวมากกว่าเดิม เพราะเริ่มเห็นปัญหาในลูกค้ากลุ่มนี้ ทั้งชะลอการชำระหนี้ และบางรายหยุดชำระหนี้ เนื่องจากรถยนต์เก่าราคาตก ขณะที่ราคารถยนต์ใหม่ไม่แพง คนเลยหันไปหารถยนต์ใหม่ ซึ่งปีที่ผ่านมาธนาคารก็ใช้มาตรการปรับราคาประเมินรถยนต์เก่าลง 30%

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ