Loading

ERA เร่งปรับทัพธุรกิจใหม่ รุกธุรกิจโบรกเกอร์เต็มสู

วันที่ : 15 ตุลาคม 2555
ERA เร่งปรับทัพธุรกิจใหม่ รุกธุรกิจโบรกเกอร์เต็มสูบ

ERA ปรับแผนธุรกิจเน้นพัฒนาบุคลากร สร้างตัวแทนขายแทนเพิ่มจำนวนแฟรนไชน์ พร้อมตรียมจับมือพันธมิตรธุรกิจ

 

เว็บไซต์ วัสดุก่อสร้าง บริษัทประมูล หวังหนุนอัตราเติบโตต่อเนื่อง คาดปี 55 ยอดขายแตะ 8,000 ล้านบาท

 

นายวรเดช ศิวเตชานนท์ ประธานบริหาร บริษัท อีอาร์เอ แฟรนไชส์(ประเทศไทย) กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทได้ทำการปรับแผนการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่เน้นขยายแฟรนไชส์ ผลปรากฏว่าแฟรนไชส์บางรายไม่ประสบความสำเร็จ ดังนั้นหลังจากปี 2548 เป็นต้นมา บริษัทได้หันมาเน้นพัฒนาองค์กรใหม่ ได้แก่ พัฒนาองค์กร ระบบงาน การจัดการฐานข้อมูล ฯพัฒนาบุคลากร ยกระดับความรู้ความสามารถ อาทิ ต้องรู้เรื่องสีผังเมือง การใช้เทคโนโลยี การวัดระดับน้ำทะเล รวมถึงการอบรมด้านภาษาเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เป็นต้น ทั้งนี้นับจากปรับกลยุทธ์การดำเนินงานใหม่ ปรากฏว่าได้ผลเกินคาด บริษัทสามารถสร้างยอดขายได้ในระดับ 5,000 ล้านบาท นับจากปี 2550 และโตขึ้น 30% ในปี 2551 หลังจากนั้นมีอัตราการเติบโตปีละไม่ต่ำกว่า 10% โดยในปีนี้คาดว่าจะมียอดขายประมาณ 8,000 ล้านบาท โดย9 เดือนมียอดขายแล้วประมาณ 6,000 ล้านบาท

 

"เดิมเราเน้นไปที่การขยายแฟรนไชส์ ปรากฏว่าแฟรนไชส์บางรายไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้ยอดขายเราชะลอตามไปด้วย ดังนั้นเราจึงหันมา

 

พัฒนาตัวแทนจำหน่ายของเราเอง พัฒนาศักยภาพในทุกด้าน ซึ่งก็ได้ผลดีเกินคาดทำให้เราสร้างยอดขายได้สูงขึ้น" นายวรเดชกล่าว

 

สำหรับแผนการดำเนินงานหลังจากนี้ บริษัทเตรียมจับมือกับพันธมิตรธุรกิจสาขาต่างๆ เพื่อช่วยด้านการขาย อาทิ บริษัทประมูลสินทรัพย์ในการช่วยจัดการประมูลทรัพย์ในทางบริษัท, วัสดุก่อสร้างต่างๆเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่ต้องการปรับปรุงบ้าน

 

ล่าสุดได้ร่วมมือกับเว็บไซต์ ดีดี พร็อพเพอร์ตี้ เพื่อนำทรัพย์ประเภทบ้านมือสองเข้ามาเปิดขายผ่านช่องทางเว็บไซต์ เนื่องจากปัจจุบันดีดี พร็อพเพอร์ตี้เป็นเว็บไซต์อสังหาฯอันดับ 1 ที่มีทรัพย์ที่ประกาศขาย และให้เช่า มากกว่า 1.5 แสนรายการ ในจำนวนดังกล่าว นิยมซื้อ ขายและเช่า อสังหาฯ แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 35.2% คอนโดฯ 30.1% ที่ดินเปล่า 20.3%  อาคารพาณิชย์ 12.2%และอพาร์ตเมนต์ 2.2% มีผู้เข้าชมเฉลี่ย 2 ล้านครั้งต่อเดือน

 

นายวรเดช กล่าวต่อว่า ตลาดบ้านมือสองในประเทศไทยนั้นมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท มีอัตราการเติบโตต่อเนื่องปีละ 10-15%  ทุกปี โดยในปีนี้ยอดขาย ที่เติบโตสูงจะมาจากตลาด ในกรุงเทพฯ 90% เนื่องจากพฤติกรรมของคนต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในเมืองมากขึ้น จากปีที่ผ่านมายอดขายจะมาจากตลาดกรุงเทพฯ 70 %  อีก 30%   มาจากจังหวัดในภาคกลาง อาทิ สระบุรีและลพบุรี  ขณะที่ทำเลที่บ้านมือสองที่ขายดีในไตรมาส 3 จะอยู่ในเขต จ.นนทบุรีโดยเฉพาะในพื้นที่ที่ไม่ประสบปัญหาน้ำท่วมหนัก

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการรายวัน

 

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ