Loading

ความต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์มือสองไตรมาส 1/55 เริ่มฟื้

วันที่ : 2 พฤษภาคม 2555
ความต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์มือสองไตรมาส 1/55 เริ่มฟื้น

สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์เผยสถานการณ์ตลาดไตรมาส 1 ความต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์มือสองเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว แต่ยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติเนื่องจากผู้บริโภคยังลังเลและกังวลปัญหาน้ำท่วม ชี้ตลาดมีทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยลบ แนะใช้กลยุทธ์ใหม่ ๆ ในการเข้าถึงลูกค้า พร้อมเดินหน้าหาทางออกทั้งมาตรการระยะสั้นและระยะยาวเพื่อเยียวยาธุรกิจบ้านมือสอง

 

นายแพทย์สมศักดิ์ มุนีพีระกุล นายกสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ตลาดบ้านมือสองในไตรมาส 1 ที่ผ่านมาว่า ดีขึ้นกว่าในช่วงไตรมาส 4 ปี 2554 เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากผู้บริโภคยังคงระมัดระวังในการตัดสินใจซื้อ เพราะว่ายังไม่ค่อยแน่ใจเรื่องปัญหาน้ำท่วมจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ อย่างไรก็ตาม จากการได้พบปะพูดคุยกับสมาชิกจากที่ประชุมใหญ่ของสมาคมฯ เมื่อไม่นานมานี้ พบว่าส่วนใหญ่รู้สึกว่าปัญหาเรื่องการตลาดเริ่มคลี่คลายลงบ้างแล้ว เนื่องจากเท่าที่ประเมินจากผลประกอบการของบริษัทที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ พบว่ายอดขายบ้านมือสองในช่วงไตรมาสแรกปี 2555 เริ่มมียอดขายเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ดีเหมือนกับช่วงที่สถานการณ์ปกติคาดว่าน่าจะใช้เวลาอีกสักพักที่จะให้ยอดขายกลับมาสู่ภาวะปกติ หรือมีผลประกอบการใกล้เคียงกับที่เคยมีในอดีต

 

อย่างไรก็ตาม จากการประเมินเรื่องความสนใจของผู้ซื้อบ้านมือสอง พบว่าทำเลที่ได้รับความสนใจสูงสุดยังคงเป็นทำเลที่น้ำไม่ท่วมเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่ได้หมายความทำเลที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมจะเงียบไม่ได้อยู่ในความสนใจของลูกค้า เนื่องจากบางทำเลมีรถไฟฟ้าตัดผ่าน เช่น บางใหญ่และบางบัวทอง ที่ทำให้มูลค่าบ้านมือสองนั้นไม่ได้ตกต่ำเหมือนกับย่านอื่น ๆ ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้ตลาดบ้านมือสองในทำเลดังกล่าวน่าจะฟื้นได้เร็วกว่าทำเลอื่น ทั้งนี้จากการเก็บข้อมูลจากลูกค้าพบว่า ปัจจัยที่กระทบต่อการตัดสินใจซื้อบ้านมือสองในขณะนี้คือ ความกังวลในเรื่องปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะทำเลที่เคยน้ำท่วมหนักเมื่อปีที่ผ่านมาแล้วน่าจะขายยากมากกว่า นอกจากนี้แล้วปัญหาราคาน้ำมัน อัตราดอกเบี้ย และการที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐให้ทัดเทียมกับบ้านใหม่ฯลฯ คือปัจจัยที่ทำให้ฉุดตลาดบ้านมือสองมากที่สุด

 

นายแพทย์สมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงความต้องการซื้อของผู้บริโภคว่า ในช่วงที่ผ่านมาที่อยู่อาศัยประเภทที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ คอนโดมิเนียม โดยเฉพาะทำเลใจกลางเมืองหรือใกล้เมือง และอยู่ในแนวรถไฟฟ้าทั้งใต้ดินและบนดิน สืบเนื่องมาจากความกังวลเรื่องปัญหาเรื่องน้ำท่วม และความสะดวกสบายในเรื่องคมนาคม เมื่อสถานการณ์ตลาดมีข้อจำกัดมากขึ้น ในฐานะสมาคมฯ ก็ได้แจ้งให้กับสมาชิกทราบว่า จำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ใหม่ ๆ เข้ามาใช้ในการทำงาน เช่น การเสาะหาบ้านมือสองที่อยู่นอกเขตน้ำท่วมมาเสนอให้เป็นทางเลือกสำหรับลูกค้ามากที่สุด นอกจากนี้แล้วยังต้องมีบริการเรื่องการซ่อมแซมบ้านให้ง่ายต่อการตัดสินใจซื้อ เพราะที่ผ่านมาความเสื่อมโทรมของสินค้าคือปัญหาที่สำคัญเช่นกัน นอกจากนี้ยังต้องให้ความสำคัญกับช่องทางในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยการเพิ่มสื่อประชาสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพให้มากขึ้น รวมทั้งการพัฒนาบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญและสามารถบริการลูกค้าให้เกิดความพึงพอใจสูงสุด

 

สำหรับบทบาทของสมาคมฯ ในการช่วยให้ธุรกิจบ้านมือสองฟื้น มีทั้งมาตรการระยะสั้นและระยะยาว โดยในระยะสั้นนั้น ได้พยายามชี้แจงให้ภาครัฐมองเห็นความสำคัญและประโยชน์ของธุรกิจบ้านมือสอง เพื่อที่จะให้ภาครัฐส่งเสริมเช่นเดียวกับบ้านใหม่ หรือมีมาตรการช่วยเหลือเฉพาะสำหรับบ้านมือสอง เช่นมาตรการเรื่องบ้านหลังแรกไม่เกิน 5,000,000 บาท สามารถนำยอด 10 % ของราคาบ้านไปใช้หักลดภาษีรายได้ประจำปี เฉลี่ยลดในเวลา 5 ปี หรือมาตรการซื้อบ้านไม่เกิน 2 ล้านบาทมีสิทธิ์กู้ธนาคารในอัตราดอกเบี้ย 0 % เป็นเวลา 3 ปี สำหรับในระยะยาวนั้น สมาคมมีนโยบายที่ชัดเจนในการเร่งผลักดัน พ.ร.บ.นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ออกมาใช้โดยเร็ว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการใช้บริการของนายหน้า ซึ่งจะทำให้ประชาชนสนใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ผ่านนายหน้ามากขึ้น ในที่สุดก็จะทำให้เกิดยอดการขายบ้านมือสองและเกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจดีขึ้น นอกจากนี้แล้วหากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มือสองของประเทศไทยมีกฎหมายออกมาบังคับใช้จะมีผลทำให้นายหน้าฯ มีบทบาทในการช่วยภาครัฐดูแลเรื่องการฟอกเงินผ่านการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

ที่มา: http://www.thanonline.com

 

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ