Loading

กคช.เรียกคืนโครงการทั้งหมด แก้แปลนใหม่รับมือภัยธรรมชาติ ยกเลิกบ้านชั้นเดียวปรับยกพื้นสู

วันที่ : 13 ธันวาคม 2554
กคช.เรียกคืนโครงการทั้งหมด แก้แปลนใหม่รับมือภัยธรรมชาติ ยกเลิกบ้านชั้นเดียวปรับยกพื้นสูง

นายวิฑูรย์  เจียสกุล ผู้ว่าการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการสำรวจที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติในพื้นที่ประสบภัยพบว่า  มีความเสียหายเกิดขึ้นทั้งสิ้น 300 โครงการ  มีโครงการที่เสียหายรุนแรงประมาณ 90 โครงการ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ ปทุมธานี, นนทบุรี, กรุงเทพฯ,กรุงเทพตะวันตก โดยมีน้ำท่วมสูงประมาณ 30-150 ซม.  ความเสียหายทั้งสิ้นประมาณ 500 ล้านบาท โดยขณะนี้การเคหะฯ ได้เร่งเข้าซ่อมแซมในโครงการที่น้ำเริ่มแห้งแล้วทั้งนี้ ในส่วนของที่ดินที่เตรียมพัฒนาโครงการในอนาคตไม่มีแปลงใดที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดมหาอุทกภัยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ทางการเคหะฯ ได้เรียกคืนโครงการที่เตรียมก่อสร้างกลับมาทั้งหมดโดยจะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานและแบบโครงการใหม่ทั้งหมด เพื่อให้สามารถรับมือกับภัยธรรมชาติได้ทุกสถานการณ์ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม หรือแผ่นดินไหว สำหรับแปลนใหม่ ที่จะออกมานั้นได้วางแนวทางไว้ ดังนี้  หากเป็นอาคารชุด ชั้นล่างทั้งหมดที่เคยเป็นห้องพักจะดัดแปลงเป็นที่จอดรถ ส่วนระบบไฟฟ้าและประปาที่เคยอยู่ชั้นล่างจะยกขึ้นไปอยู่ที่ชั้น 2-3 แต่อย่างไรก็ตาม จำนวนยูนิตจะเท่าเดิมโดยดัดแปลงให้ตัวอาคารมีขนาดยาวขึ้น จำนวนห้องแต่ละชั้น เพิ่มมากขึ้น แต่จำนวนชั้นของแต่ละอาคารจะยังเท่าเดิม

ส่วนโครงการแนวราบที่เป็นบ้านชั้นเดียวเดิมการเคหะฯมีแผนจะก่อสร้างอาจยกเลิกไปเปลี่ยนเป็นบ้านชั้นเดียวยกพื้นสูง รวมถึงบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ซึ่งจะส่งผลต่อต้นทุนการก่อสร้างประมาณ 5% แต่จะไม่มีการปรับเพิ่มราคาขายแต่อย่างใด โดยจะให้รัฐบาลเป็นผู้ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในส่วนนี้แทน อีกทั้งเตรียมเพิ่มมาตรการดูแลและเสริมสร้างแนวป้องกันรอบโครงการให้แน่นหนา

อนึ่ง แผนการดำเนินงานในปี 2555 ของการเคหะฯ ที่วางไว้เดิม คือ พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และภูมิภาค จำนวน 29 โครงการ 17,634 หน่วยโครงการนำร่อง 9 โครงการ อาทิ โครงการศรีนวมินทร์ 2, พาร์ควิลล์ ร่มเกล้าพาร์ควิลล์กรุงเทพ-กรีฑา, บางพลี ทาวน์โฮม, กรีนวิลล์ขอนแก่น เป็นต้น

ส่วนแผนโครงการร่วมทุนกับภาคเอกชนจะดำเนินการ 2 ประเภท คือ ที่ดินที่มีศักยภาพสูงซึ่งการเคหะแห่งชาติต้องการเก็บไว้ แต่จะให้เอกชนเข้ามาเช่าใช้ประโยชน์ระยะเวลา 20-30 ปีเช่น พัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุและที่ดินที่มีศักยภาพปานกลางจะให้เอกชนเข้ามาพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยหรือโครงการเชิงพาณิชย์ เพื่อปรับบทบาทองค์กรให้สอดคล้องกับการดำเนินงานในอนาคต โดยเปิดโอกาสให้เอกชนร่วมลงทุนบนที่ดินที่มีศักยภาพและรอการพัฒนา

ด้านผลประกอบการประจำปีงบประมาณ2554 คาดว่าจะมีผลกำไรเกิน 1,000 ล้านบาทนับเป็นปีที่สามที่สามารถสร้างผลกำไรเกินหลักพันล้านบาทติดต่อกันหลังจากที่เคยประสบปัญหาทางการเงินอย่างรุนแรงมาหลายปี และคาดว่าในอนาคต 3 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2554-2556)การเคหะฯ ยังคงมีขีดความสามารถในการสร้างผลกำไรได้อย่างต่อเนื่องต่อไป  รวมแล้วไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาทในระยะ 3 ปี  ดังกล่าว

ในปี 2555 ผลกำไรจากการดำเนินงานจะมีไม่มากนัก เพราะโครงการส่วนใหญ่เสร็จสิ้นแล้ว แต่ตามนโยบายรัฐบาลที่ให้การเคหะฯ ตัดขายที่ดินในมือบางแห่งที่ไม่เหมาะสมสำหรับสร้างที่อยู่อาศัย เพื่อลดภาระเงินกู้ คาดว่าจะทำกำไรได้เกิน 1,000 ล้านบาท ในขณะปี 2556 และ2557 การเคหะฯจะกลับมามีผลกำไรมากกว่าปีละ2,000 ล้านบาท

สำหรับภาระหนี้เงินกู้จำนวน 90,000 ล้านบาทนั้น ขณะนี้สามารถชำระคืนและคงเหลือหนี้อยู่ประมาณ 5,000 ล้านบาท  ซึ่งเป็นภาระที่หนักมาก เพราะต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยมากถึง 50% ของค่าใช้จ่ายรวม

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ