Loading

คลังชงครม.15พ.ย.นี้พักหนี้ครัวเรือน 3 ปี วงเงินไม่เกิน 5 แสนบา

วันที่ : 13 พฤศจิกายน 2554
คลังชงครม.15พ.ย.นี้พักหนี้ครัวเรือน 3 ปี วงเงินไม่เกิน 5 แสนบาท

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในวันที่ 15 พ.ย.นี้ กระทรวงการคลังจะเสนอโครงการพักหนี้ครัวเรือนประชาชนที่มีมูลหนี้ต่ำกว่า 5 แสนบาท หลังจากที่สัปดาห์ก่อนเสนอเป็นวาระจร แต่นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.การคลัง ขอให้นำเข้าเป็นวาระปกติแทน

 

สำหรับรายละเอียดของการเสนอพักหนี้ในกลุ่มดังกล่าว ครอบคลุมลูกหนี้ของสถาบันการเงินของรัฐ 6 แห่ง รวม70,000 บัญชี คิดเป็นมูลหนี้ทั้งสิ้น 90,000 ล้านบาท เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของสถาบันการเงินนั้น ๆ โดยลูกหนี้ที่เข้าข่ายดังกล่าว สามารถยื่นเรื่องที่สถาบันการเงินเจ้าหนี้ได้ทันที และลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการต้องเป็นหนี้ก่อนเดือนมิถุนายน 2554

 

ทั้งนี้ หลัง ครม.อนุมัติ ลูกหนี้ในกลุ่มดังกล่าวจะมีเวลา 3 เดือนในการตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ สำหรับสถาบันการเงินของรัฐ 6 แห่งประกอบด้วย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) และบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.)

 

สำหรับลูกหนี้ที่เข้าโครงการจะได้รับการพักหนี้เป็นเวลา 3 ปี ทั้งเงินต้นและอัตราดอกเบี้ย หลังจากนั้นปีที่ 4 หรือปี 57 แต่ละธนาคารจะมาพิจารณาว่าลูกหนี้มีความสามารถในการจ่ายหนี้ที่เหลืออยู่คืนเช่นไร เช่น หากมีหนี้เหลือ 500,000 บาท 10 ปี ก็สามารถเริ่มผ่อนจ่ายตามเงื่อนไขเดิมหรือ จะผ่อนชำระสั้น หรือยาวขึ้นก็ได้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละธนาคารเอง โดยระหว่าง 3 ปีนี้รัฐบาลจะจ่ายชดเชยอัตราดอกเบี้ยให้ 6 สถาบันการเงิน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 12,000 ล้านบาท ซึ่งจะตั้งงบจ่ายให้เป็นปี ๆไปตามที่ธนาคารยื่นขอมา

 

นอกจากนี้ ลูกหนี้ที่เข้าโครงการพักชำระหนี้นั้น จะกู้เงินใหม่ไม่ได้ และต้องเข้าร่วมโครงการฝึกอาชีพ เพื่อสร้างโอกาสในการยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ด้วยการมีรายได้ที่มั่นคงและนำมาชำระคืนหนี้ได้ โดยเบื้องต้นให้แต่ละธนาคารดูแลลูกหนี้ของตัวเองก่อน แต่หากไม่ถนัดในการดำเนินโครงการ สามารถขอให้ธนาคารต่าง ๆ ที่เชี่ยวชาญแต่ละด้านช่วย

 

ที่มา: http://www.thannews.th.com

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ