Loading

บสก.แนะรัฐหนุนตลาดเอ็นพีเ

วันที่ : 6 ตุลาคม 2554
บสก.แนะรัฐหนุนตลาดเอ็นพีเอ

นายสมศักดิ์ เธียรวิวัฒน์นุกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด ( บสก.)เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า หากรัฐบาลให้ความสำคัญกับตลาดบ้านมือสอง ด้วยการส่งเสริมให้ประชาชนซื้อบ้านมือสองเป็นหลังแรกได้ ภายใต้หลักเกณฑ์ของนโยบายบ้านหลังแรกที่รัฐบาลได้อนุมัติมาก่อนหน้านี้ ก็จะช่วยทำให้ตลาดบ้านมือสอง โดยเฉพาะทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ของบริษัทเติบโตได้ดีมากขึ้นด้วย

"มาตรการบ้านหลังแรกที่ยังไม่ค่อยชัดเจน ว่ารัฐบาลจะขยายการช่วยเหลือครอบคลุมตลาดบ้านมือสองหรือไม่ แล้วจะเป็นบ้านระดับราคาเท่าไร คนก็ชะลอการซื้อลงเล็กน้อยเพราะต้องการดูความชัดเจนก่อน หากรัฐบาลต้องการช่วยเหลือตลาดบ้านมือสอง เห็นว่าน่าจะมีมาตรการออกมากระตุ้น โดยเฉพาะในส่วนของการลดค่าธรรมเนียมการโอน การจดจำนอง ก็จะช่วยทำให้ตลาดบ้านมือสอง ตลาดทรัพย์สินรอการขายที่มีมูลค่ามากกว่า 2 แสนล้านบาท เติบโตได้มาก และเป็นการช่วยเหลือโดยตรงถึงผู้บริโภค และยังช่วยผู้ประกอบการด้วย" นายสมศักดิ์ กล่าวและว่า

ส่วนผลการดำเนินงานของบสก. ปัจจุบันสามารถทำยอดขายได้กว่า 11,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนกว่า 90% ของเป้าหมายยอดขายทั้งปีที่ตั้งไว้ 12,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าในช่วงเวลาที่เหลือจะสามารถทำยอดขายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ และอาจจะมียอดขายสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 1,000-2,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้บสก.มีผลการดำเนินงานที่ดี เป็นเพราะราคาของทรัพย์สินประเภทต่างๆ ที่นำมาขายมีราคาที่เหมาะสมและคุ้มค่าหากเปรียบเทียบกับสถาบันการเงินอื่น ขณะเดียวกันบสก.ก็มีการซื้อทรัพย์ประเภทต่างๆ เข้ามาเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีโอกาสในการขายเพิ่มมากขึ้น

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันบสก.มีทรัพย์สินรอการขายอยู่ในพอร์ตทั้งหมดกว่า 35,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะเป็นทรัพย์ประเภทที่ดินเปล่า 60-70% ขณะที่ทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องชุด และอาคารพาณิชย์ จะมีประมาณ 30-40% โดยในจำนวนทรัพย์ที่เป็นกลุ่มที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่ากว่า 6,500 ล้านบาท เป็นประเภททาวน์เฮาส์มากที่สุด ประมาณ 3,000 ล้านบาท ประเภทบ้านเดี่ยว 2,000 ล้านบาท และประเภทห้องชุดอีกประมาณ 1,500 ล้านบาท

"รัฐบาลน่าจะช่วยกลุ่มผู้มีรายได้น้อยให้มีโอกาสมีบ้าน ซึ่งกลุ่มบ้านที่มีระดับราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท เป็นกลุ่มที่ผู้มีรายได้น้อยสามารถจะซื้อได้ โดยหากรัฐบาลมีมาตรการออกมาส่งเสริมและกระตุ้นธุรกิจเฉพาะกลุ่มนี้ก็จะเป็นประโยชน์มาก ซึ่งอาจจะมีมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอน ค่าจดจำนองให้เฉพาะกับคนกลุ่มนี้ก็ได้ อย่างไรก็ตามจากมาตรการบ้านหลังแรกที่รัฐบาลออกมาแล้วไม่ได้ครอบคลุมในส่วนของบ้านมือสองนั้น ทางบสก.เองก็ทำตลาดด้วยตัวเองอย่างต่อเนื่อง อย่างแคมเปญที่มีอยู่ปัจจุบันก็เป็นเรื่องของอัตราดอกเบี้ย 0% ระยะเวลา 9 เดือนจนถึงสิ้นปี ที่ร่วมกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารทหารไทย" นายสมศักดิ์ กล่าว

สำหรับปริมาณทรัพย์สินรอการขายของธนาคารพาณิชย์ 13 แห่ง ข้อมูลถึงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีมูลค่ากว่า 1.1 แสนล้านบาท โดยธนาคารกรุงไทยมีปริมาณมากที่สุด 43,135 ล้านบาท รองลงมาเป็นธนาคารกรุงเทพ มูลค่า 20,802 ล้านบาท ธนาคารกสิกรไทย มูลค่า 11,808 ล้านบาท ธนาคารไทยพาณิชย์ มูลค่า 11,727 ล้านบาท ธนาคารเกียรตินาคิน มูลค่า 6,635 ล้านบาท และธนาคารกรุงศรีอยุธยา มูลค่า 6,542 ล้านบาท ตามลำดับ

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ