Loading

อุ้มรายได้ต่ำซื้อบ้านธอส.0%3ป

วันที่ : 24 กันยายน 2554
อุ้มรายได้ต่ำซื้อบ้านธอส.0%3ปี

นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัปดาห์หน้าตนจะนำเสนอต่อที่ประชุมเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการมีบ้าน โดยให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)ออกโครงการสินเชื่อดอกเบี้ย 0% เป็นระยะเวลา 2-3 ปี สำหรับราคาบ้าน 1-2 ล้านบาท ซึ่งเป็นทั้งบ้านใหม่และบ้านมือสอง โดยเบื้องต้นกำหนดวงเงินกู้ไว้ 1 หมื่นล้านบาท แต่จะปรับปรุงรายละเอียดของการปล่อยกู้ให้ดีขึ้นกว่ามาตรการเดิม รวมถึงอยู่ระหว่างการศึกษาลดค่าธรรมเนียมการโอนด้วย

 

ได้พูดคุยกับ ธอส.เกี่ยวกับมาตรการที่ยังขาดอยู่ คือ การช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ก็คุยกันว่าจะมีมาตรการดอกเบี้ย 0% ราคาบ้าน 1-2 ล้านบาท ตอนนี้ให้ทาง ธอส.ไปศึกษาและเตรียมตัว แต่คิดว่า ธอส.ทำได้อยู่แล้ว เพราะเคยทำมาก่อน แต่คิดว่าจำนวนวงเงินจะทำให้เพียงพอจากผู้ที่ต้องการจริงๆ และโครงการนี้ก็ต้องดีกว่าเดิม และเราจะทำคู่ไปกับมาตรการลดหย่อนภาษี นายวิรุฬกล่าว

 

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา อนุมัติโครงการบ้านหลังแรกตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยให้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้ 10% ของราคาบ้านไม่เกิน 5 ล้านบาท นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการ ธอส.กล่าวว่า ขณะนี้ ยังศึกษารายละเอียดมาตรการกู้ซื้อบ้านดอกเบี้ย 0% แต่หากมีการอนุมัติวงเงินกู้ 1 หมื่นล้านบาท สำหรับโครงการนี้จะกระทบต่อ ธอส. ที่ต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยประมาณ 400 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ มาตรการกู้ซื้อบ้านดอกเบี้ย 0% เป็นเวลา 2ปีจากรัฐบาลที่แล้ว ขณะนี้ มีผู้เข้ามาใช้สิทธิเต็มวงเงิน 2.5 หมื่นล้านบาท และ ธอส.ได้อนุมัติวงเงินสินเชื่อไปแล้ว 1.7 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลือ 8 พันล้านบาทอยู่ระหว่างพิจารณา อย่างไรก็ตาม ธอส.ยังมีวงเงินสำรองให้กู้อีก 3 พันล้านบาท

 

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังยังยืนยันในหลักการเดิมสำหรับโครงการบ้านหลังแรกที่ผ่านคณะรัฐมนตรีไปแล้ว คือ หักลดหย่อนได้ 10% ของราคาบ้านไม่เกิน 5 ล้านบาท โดยให้หักลดหย่อนภาษีผ่านกรมสรรพากรเป็นระยะเวลา 5ปี โดยผู้ซื้อบ้านสามารถหักลดหย่อนภาษีในปีที่โอนกรรมสิทธิ์หรือในปีภาษีถัดไปได้ แต่ในส่วนวิธีการยื่นและวิธีการหักภาษีนั้น ขณะนี้กรมสรรพากรกำลังจัดทำรายละเอียดทั้งหมดและต้องเสนอคณะรัฐมนตรีอีกครั้งในวันสัปดาห์หน้า

 

ส่วนด้านมาตรการเสริมที่จะช่วยเหลือผู้ที่ต้องการซื้อบ้านที่มีรายได้น้อย จะเป็นหน้าที่ของนายวิรุฬ เป็นผู้ดูแล ขณะนี้ กำลังเร่งหารือกับธนาคารของรัฐทุกแห่ง ที่จะช่วยทางด้านลดอัตราดอกเบี้ยสนับสนุนเงินสินเชื่อ โดยจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัปดาห์หน้าเช่นกัน แต่เงื่อนไขการลดอัตราดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละธนาคารจะสนับสนุนได้มากน้อยเพียงใด เปิดตัวรถคันแรก 4 ต.ค.

 

สำหรับนโยบายคืนเงินรถคันแรก ที่จะมีการทบทวนเงื่อนไขตามคำเรียกร้องของประชาชนและค่ายผลิตรถยนต์ ซึ่งต้องการไม่ให้จำกัดซีซีเครื่องยนต์และกลุ่มรถนำเข้าจากต่างประเทศนั้น ขณะนี้ ยังเป็นเพียงการหารือและรับไว้พิจารณาเท่านั้น โดยยังต้องรอผลการศึกษาของกรมสรรพสามิต ว่าจะสามารถปรับเงื่อนไขตามข้อเรียกร้องในภายหลังได้มากน้อยเพียงใด เพราะยังไม่ได้มีการนำเสนอผลการศึกษาเข้ามา สำหรับการเปิดตัวงานมหกรรมคืนเงินรถคันแรกนั้น ยังเป็นวันที่ 4 ต.ค.นี้แน่นอน สั่งสรรพากรเข้มเก็บภาษี วานนี้นายบุญทรง ตรวจเยี่ยมกรมสรรพากรพร้อมมอบนโยบายการจัดเก็บภาษีสำหรับปีงบประมาณ 2555

 

โดยมีนายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากรพร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง ให้การต้อนรับและชี้แจงถึงภารกิจในการดำเนินงานของกรมสรรพากร รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน ที่ต้องได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการคลังและรัฐบาล

 

นายบุญทรง กล่าวว่า กรมสรรพากรเป็นหน่วยงานหลักที่สำคัญของกระทรวงการคลัง ในด้านการจัดเก็บภาษี เป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของรัฐบาล จึงมอบนโยบายจัดเก็บภาษีของปี 2555 ให้เป็นไปด้วยความครบถ้วน ถูกต้อง ละเอียด และรัดกุม เพื่อให้การจัดเก็บภาษีมีประสิทธิภาพมากขึ้น ก่อนที่จะพิจารณาถึงการปรับโครงสร้างภาษีต่อไป

 

นายสาธิต กล่าวว่า สำหรับปีงบประมาณ 2555 กรมสรรพากรได้รับมอบหมายให้จัดเก็บภาษี จำนวน 1.624 ล้านล้านบาท สูงกว่าปีงบประมาณก่อน ประมาณ 21% ซึ่งสรรพากรจะเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บให้มากขึ้น และมั่นใจว่าจะสามารถจัดเก็บภาษีได้ตามประมาณการที่ได้รับมอบหมาย  อภิสิทธิ์ ชี้คนจนได้ประโยชน์น้อย

 

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง โครงการบ้านหลังแรกของรัฐบาลว่าไม่ใช่มาตรการช่วยคนจนอย่างแน่นอน แต่เป็นมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ เขากล่าวอีกว่าเว็บไซต์ของบริษัทเอสซี แอสเสท ยังระบุว่า เตรียมรับนโยบายบ้านหลังแรกเต็มที่ เรื่องนี้ชัดเจนว่ามีบริษัทได้ประโยชน์จากการเพิ่มวงเงิน จาก 3 ล้านบาท เป็น 5 ล้านบาท และคนรายได้น้อยจะได้ประโยชน์น้อยลงมาก ปชป.ยันคนรายได้สูงได้ประโยชน์

 

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส. กทม.ในฐานะโฆษก ครม.เงาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นโยบายลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรกของรัฐบาล ผู้ที่ได้ประโยชน์จริงไม่ใช่คนจน เพราะคนที่ได้เงินเดือนต่ำกว่า 3หมื่นบาท จะไม่ได้ประโยชน์ แต่ผู้ที่ได้ประโยชน์จริงๆ คือ คนที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 5 หมื่นบาทขึ้นไป

 

จากการศึกษาฐานการจ่ายภาษีของบุคคล ผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท จะมีค่าใช้จ่ายที่สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีจนเต็มเพดาน ตัวอย่างเช่น หักค่าใช้จ่าย 40% แต่ไม่เกินไม่เกิน 6 หมื่นบาท ลดหย่อนผู้มีเงินได้ 3 หมื่นบาท ลดหย่อนบุตร 1.5 หมื่นบาท ลดหย่อนเลี้ยงดูบิดามารดา 6 หมื่นบาท ลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต และหน่วยลงทุนต่างๆ 3.4 หมื่นบาท เงินสมทบประกันสังคม 9 พันบาท เงินบริจาค 3 พันบาท รวมหักค่าใช้จ่ายและเงินลดหย่อนเป็นเงิน 211,000 บาท เมื่อนำมาหักจากเงินเดือน 3 หมื่นบาท จะเหลือเงินได้หลังหักค่าลดหย่อน 149,000 บาท ซึ่งถือว่ามีเงินได้ต่ำกว่า 150,000 แสนบาท ไม่เข้าข่ายมีเงินได้ที่จะต้องเสียภาษีอยู่แล้ว ดังนั้น คนที่มีรายได้ 3 หมื่นบาท จึงไม่เข้าเกณฑ์

 

นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ขณะที่ผู้ที่มีรายได้เดือนละ 50,000 บาทขึ้นไปจะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ได้โดยหลังจากหักค่าใช้จ่ายรวมกับค่าลดหย่อนรวมเงิน 1 แสนบาทแล้ว ยังสามารถนำมาลดหย่อนจากโครงการบ้านหลังแรกอีก 1 แสนบาท จะเหลือเงินได้หลังหักค่าลดหย่อน จำนวน 371,500 บาท และหากนำมาหักกับฐานเงินได้ที่ไม่ต้องจ่ายภาษี 150,000 บาท เหลือเงินที่จะต้องมาคำนวณในการจ่ายภาษีเพียงประมาณ 75,000 บาท ซึ่งจะต้องเสียภาษี 10% ของวงเงินดังกล่าว คือ ประมาณ 7,500 บาทเท่านั้น ทั้งนี้ ในการแถลงข่าวเรื่องนี้นายอรรถวิชช์ได้นำสไลด์มาแสดงประกอบการแถลงข่าวด้วย เผยคอนโดเอสซีร่วมได้พันยูนิต

 

นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระบุว่า โครงการบ้านของบริษัทเอสซีแอสเสท ราคา 8 ล้านบาทขึ้นไปนั้น ความจริงบริษัทนี้มีโครงการทำบ้านทาวน์โฮม ชื่อ วิสต้า วันเอทโอ 180 รวม 116 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 3.99 ล้านบาท โครงการคอนโดมิเนียมอีกสามโครงการ คือ เซ็นทริค ซีน 696 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 2.3 ล้านบาท โครงการ เซ็นทริค 270 ยูนิต ราคาตั้งแต่ 2.9-5.5 ล้านบาท และโครงการเดอะเครสท์ จำนวน 163 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 3.9 ล้านบาท รวม 1 พันกว่ายูนิต ถือเป็นโครงการที่เข้าร่วมกับโครงการบ้านหลังแรกได้

 

ข้อมูลทั้งหมดผมนำมาจากรายงานประจำปี 2553ของบริษัทเอสซีแอสเสท ที่ช่วงนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นประธานกรรมการบริหารและเป็นผู้ยื่นเอกสารนี้กับคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และแจกให้กับผู้ถือหุ้นด้วย คนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และปฏิเสธไม่ได้ว่าบริษัทเอสซีแอสเสท ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์เคยเป็นประธานกรรมการบริหาร จึงได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ จากการขึ้นวงเงิน 3 ล้านบาท เป็น 5 ล้านบาท

 

นายกฯ ให้ เอสซี แอสเสท แจง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ขึ้นโฆษณาผ่านเว็บไซต์เข้าร่วมโครงการคืนภาษีบ้านหลังแรกของรัฐบาลว่า ในส่วนของบริษัทเอสซี แอสเสท นั้น คงไม่ทราบ เพราะได้ลาออกแล้ว เข้าใจว่าน่าจะเป็นแคมเปญของเขาในการขานรับนโยบาย แต่คงต้องไปดูในข้อเท็จจริงว่าบ้านเอสซี แอสเสท นั้น มีบ้านที่ราคาต่ำกว่า 5 ล้านอยู่เท่าไร แต่เท่าที่ทราบมาส่วนใหญ่จะไม่มี หรือมีก็ไม่เยอะ ซึ่งตรงนี้ขอให้ทางเอสซี แอสเสท ชี้แจงเองจะดีกว่า

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ