Loading

สคบ. กางสถิติอสังหา 3 ปี ย้อนหลังเรื่องร้องเรียนคอนโดฯพุ่งปรี๊ดแซงหน้าบ้านจัดสร

วันที่ : 25 สิงหาคม 2554
สคบ. กางสถิติอสังหา 3 ปี ย้อนหลังเรื่องร้องเรียนคอนโดฯพุ่งปรี๊ดแซงหน้าบ้านจัดสรร

ร้อยตรีไพโรจน์ คนึงทรัพย์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านสัญญาสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ"ว่า จากการรวบรวมสถิติรับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัยย้อนหลัง 3 ปี พบข้อมูลที่น่าสนใจประเด็นการร้องเรียนเกี่ยวกับ "อาคารชุด" มีจำนวนเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก บางปีมีสถิติแซงหน้าเรื่องร้องเรียนโครงการบ้านจัดสรร

 

โดยขั้นตอนดำเนินการของสคบ.หลังจากรับเรื่องร้องเรียนจะเรียกคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายมาไกล่เกลี่ย หากตกลงกันไม่ได้ก็จะส่งเรื่องเข้าสู่คณะอนุกรรมการกลั่นกรองด้านอสังหาฯพิจารณาว่าจะมีมติสั่งฟ้องหรือไม่ หากมีมติสั่งฟ้องก็จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการกลั่นกรองด้านอสังหาฯ (คณะกรรมการชุดใหญ่) พิจารณาลงมติอีกครั้ง แต่ส่วนใหญ่ประมาณ 60-70% สามารถได้ข้อยุติในขั้นตอนการไกล่เกลี่ย

 

จากสถิติเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับคอนโดฯนับจากปี 2551 ถึงปัจจุบันแต่ละปีมีสาเหตุร้องเรียนอันดับต้น ๆ คล้ายกัน ได้แก่ 1.ก่อสร้างไม่เสร็จ 2.ไม่โอนกรรมสิทธิ์ตามสัญญา และ 3.ไม่ได้รับความเป็นธรรม เช่น ข้อความที่ระบุในสัญญาไม่เป็นธรรม วัสดุหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ไม่ตรงกับที่แจ้งไว้ ให้ผู้ซื้อรับภาระค่าธรรมเนียมการโอน 2%ของราคาประเมินเองทั้งหมด แทนที่จะแบ่งกันรับภาระฝั่งละ 1% ฯลฯ ประเด็นร้องเรียนเรื่องการกู้ไม่ผ่านและต้องการขอเงินจอง-เงินดาวน์คืนยังมีเข้ามาต่อเนื่อง อย่างสถิติปี'51 มี 20 รายปี'52 มี 41 ราย และปี'53 มี 57 ราย กับประเด็นนี้ สคบ.เคยพิจารณาจะให้ระบุเป็นข้อความในสัญญามาตรฐานว่า หากผู้ซื้อขอสินเชื่อจากธนาคารไม่ผ่าน ทางผู้ขายจะต้องคืนเงินจอง-เงินดาวน์ให้ แต่หลังจากมาทบทวนปัญหาแล้วพบว่า ในขณะเดียวกันก็มีลูกค้าบางรายที่เป็นนักเก็งกำไร จองห้องชุดไว้ตั้งแต่ 2-3 ยูนิตขึ้นไปเพื่อขายต่อทำกำไร แต่เมื่อขายต่อไม่ได้สุดท้ายก็กู้ไม่ผ่าน ดังนั้นเรื่องการคืนเงินจอง-เงินดาวน์จึงเป็นเรื่องที่ผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องตกลงกันก่อนเซ็นสัญญา และมีคำแนะนำให้ระบุเป็นข้อความเพิ่มเติมลงไปในสัญญาด้วย

 

ร้อยตรีไพโรจน์กล่าวอีกว่า เรื่องร้องเรียนที่เป็นกรณีศึกษาคือ โครงการคอนโดฯทำเลย่านเกียกกายของบริษัทชั้นนำแห่งหนึ่งที่เปิดขายไปแล้ว แต่ภายหลังไม่สามารถขออนุญาตก่อสร้างได้เนื่องจากติดขัดข้อกฎหมายเรื่องความสูงอาคาร ต่อมาทางผู้ประกอบการได้คืนเงินจอง เงินทำสัญญา และเงินดาวน์พร้อมดอกเบี้ยให้ลูกค้าปรากฏว่าข้อร้องเรียนที่เข้ามาถึงสคบ.คือ ผู้เสียหายไม่ใช่ผู้ซื้อมือแรก แต่ไปซื้อใบจองห้องชุดต่อจากผู้ซื้อที่เป็นคู่สัญญากับโครงการ โดยผู้ซื้อมือแรกบวกค่าขายใบจองเพิ่ม (ประมาณ 1แสนบาท) ดังนั้นผู้เสียหายจึงต้องการได้รับเงินชดเชยค่าซื้อใบจองคืน โดยเรียกร้องจากบริษัทผู้พัฒนาโครงการ

 

กรณีนี้ปัจจุบันไกล่เกลี่ยไปแล้วแต่ยังไม่ได้ข้อยุติ ตามขั้นตอนจะต้องส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองด้านอสังหาฯพิจารณาลงมติจะสั่งฟ้องหรือไม่ซึ่งมีแนวโน้มสูงที่จะสั่งไม่ฟ้อง เพราะภาระผูกพันของบริษัทสิ้นสุดลงเมื่อมีการชดเชยตามสัญญาจะซื้อจะขายด้วยการคืนเงินดาวน์-เงินจอง พร้อมดอกเบี้ยให้กับคู่สัญญาไปแล้ว

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ