Loading

เปิดรีไฟแนนซ์สินเชื่อบุคคล24มิ.ย.3แบงก์รัฐมั่นใจไม่เพิ่มเสี่ยงเหตุลูกค้ามีวินั

วันที่ : 23 มิถุนายน 2554
เปิดรีไฟแนนซ์สินเชื่อบุคคล24มิ.ย.3แบงก์รัฐมั่นใจไม่เพิ่มเสี่ยงเหตุลูกค้ามีวินัย

          ยอดรีไฟแนนซ์บัตรให้กู้แล้ว 122 ล้านบาท

 

          3 แบงก์รัฐ "กรุงไทย-ออมสิน-อิสลาม" เตรียมเปิดตัวโครงการรีไฟแนนซ์สินเชื่อส่วนบุคคล 24 มิ.ย. นี้ หวังแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยเงินกู้ส่วนบุคคล ขณะที่โครงการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตผู้มายื่นขอใช้สินเชื่อ 10,119 ราย วงเงินรวม 1,265 ล้านบาท โดยอนุมัติสินเชื่อแล้ว 1,126 ราย วงเงิน 122 ล้านบาท

 

          รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง แจ้งว่า ตามที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารออมสิน และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ได้ดำเนินโครงการลดภาระดอกเบี้ยบัตรเครดิตโดยการออกสินเชื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยจ่ายแก่ผู้ที่มีหนี้บัตรเครดิต และมีประวัติการชำระดี ตั้งแต่วันที่ 1-17 มิ.ย. ที่ผ่านมานั้น พบว่ามีผู้มายื่นขอสินเชื่อกับธนาคารทั้ง 3 แห่ง จำนวน 10,119 ราย วงเงินรวม 1,265 ล้านบาท และมีการอนุมัติสินเชื่อแล้ว 1,126 ราย วงเงิน 122 ล้านบาท

 

          ทั้งนี้เนื่องจากการดำเนินโครงการนี้ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น จึงมีบางสาขาของธนาคารบางแห่งมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในหลักการ และแนวปฏิบัติของโครงการ ทำให้ลูกหนี้ที่มีศักยภาพบางส่วน ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้

 

          ดังนั้น ธนาคารในโครงการดังกล่าว จึงได้ร่วมกันหารือเพื่อปรับความเข้าใจให้ตรงกัน รวมทั้งหาแนวทางแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่ผ่านมา โดนมีผู้แทนกระทรวงการคลังเข้าร่วมฟังการหารือด้วย ซึ่งได้ข้อสรุป ดังนี้คือ 1.ผู้ขอสินเชื่อที่มีสถานะสินเชื่อเป็นปกติตามข้อมูลเครดิตตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย. 2554 จนถึงวันที่ยื่นขอกู้ สามารถรีไฟแนนซ์ได้ในวงเงินไม่เกิน 300,000 บาท

 

          ธนาคารจะพิจารณาจากเอกสารแจ้งยอดเงินเดือน สำหรับผู้มีเงินเดือนประจำ และการเคลื่อนไหวของเงินฝากหรือหลักฐานอื่นๆ ที่สามารถยืนยันแหล่งที่มาของรายได้สำหรับผู้มีอาชีพอิสระ และหากผู้ขอสินเชื่อมีหนี้บัตรเครดิตหลายใบและยอดหนี้เกิน 300,000 บาท จะมีสิทธิเลือกรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตบางใบได้

 

          2.กรณีที่ผู้ขอสินเชื่อมีอายุเกิน 60 ปี ธนาคารอาจพิจารณาให้มีการค้ำประกันส่วนบุคคล และ 3.ธนาคารทั้ง 3 แห่ง ตกลงจะเร่งทำความเข้าใจในหลักการของโครงการกับทุกสาขาทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถบริการประชาชนและบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

          นอกจากนี้ นับตั้งแต่เริ่มโครงการ ประชาชนได้ให้ความสนใจสอบถามเกี่ยวกับการลดภาระดอกเบี้ยของสินเชื่อส่วนบุคคลเป็นจำนวนมาก ดังนั้น ธนาคารทั้ง 3 แห่ง จะได้ร่วมกันพิจารณาหาแนวทางในการแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยเงินกู้ส่วนบุคคล โดยการจัดทำโครงการรีไฟแนนซ์สินเชื่อส่วนบุคคลของผู้ประกอบการธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล ภายใต้การกำกับที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Bank) ให้แก่ผู้ที่มีประวัติการชำระหนี้ดี เพื่อให้โครงการลดภาระดอกเบี้ยครอบคลุมถึงประชาชนระดับฐานรากได้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น ซึ่งธนาคารทั้ง 3 แห่ง จะเปิดตัวโครงการวันที่ 24 มิ.ย. 2554

 

          กระทรวงการคลังเห็นว่า โครงการทั้ง 2 ดังกล่าวข้างต้น เป็นทางเลือกให้ลูกหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีวินัยทางการเงินดี มีทางเลือกลดภาระการจ่ายดอกเบี้ยในแต่ละเดือน โดยไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงแก่ธนาคาร เนื่องจากธนาคารที่ให้สินเชื่อ ยังคงต้องพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ขอสินเชื่อเป็นหลัก และในอนาคตเมื่อเป็นลูกหนี้ที่ดี มีกำลังในการชำระเงินกู้มากขึ้น

 

          ธนาคารก็จะพิจารณาให้สินเชื่อต่อยอดได้อีกด้วย โดยหลังจากที่ได้เริ่มโครงการแล้ว ได้ส่งผลให้ผู้ประกอบการบัตรเครดิตรวมถึงผู้ประกอบการสินเชื่อส่วนบุคคล พิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยแก่ลูกหนี้ที่ชำระเงินตรงต่อเวลา ซึ่งเป็นไปตามหลักการของโครงการดังกล่าว ในการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการบัตรเครดิต รวมถึงผู้ประกอบการสินเชื่อส่วนบุคคลพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยให้แก่ลูกค้าที่ดี

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ