Loading

แบงก์ต่างชาติจ่อคิวบุกไทย-ธปท.คุมเข้มเปิดไม่เกิน3สาข

วันที่ : 4 มิถุนายน 2554
แบงก์ต่างชาติจ่อคิวบุกไทย-ธปท.คุมเข้มเปิดไม่เกิน3สาขา

          ธปท.แย้มมีแบงก์ต่างชาติอีกหลายแห่งต้องการเข้ามาทำธุรกิจในไทย แต่ยังอยู่แค่ระดับสาขา ระบุธนาคารไทยแข็งแกร่งไม่จำเป็นต้องมีพันธมิตรเพิ่มทุน ล่าสุด RHB Bank เปิดสาขาแรกในไทย เผยแบงก์มาเลย์หลายแห่งเดินหน้าโตนอกบ้าน

 

          นางสาวพิมพา ถาวรายุศม์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)เปิดเผยว่า แม้แผนแม่บทพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ฉบับที่ 2(มาสเตอร์แพลน 2) ธปท. จะมีเป้าหมายเพิ่มการแข่งขันในระบบ แต่ก็ยังไม่มีการให้ใบอนุญาต (ไลเซนส์) เปิดกิจการธนาคาร ดังนั้นธนาคารต่างชาติหลายแห่งที่แสดงความสนใจเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยจึงต้องอยู่ในรูปสาขาซึ่งจำกัดไว้ไม่เกิน  3 แห่ง

 

          "ตอนนี้มีธนาคารหลายแห่งจากทุกภูมิภาคสนใจมาทำธุรกิจในไทยเนื่องจากมีโอกาสและเศรษฐกิจก็มีการขยายตัวดี แต่สำหรับมาเลเซียที่ตอนนี้เข้ามา 2 แห่งแล้ว คือซีไอเอ็มบี และอาร์เอชบีแบงก์ คงยังไม่มีเจ้าไหนเข้ามา"

 

          ส่วนการเข้ามาซื้อกิจการ นางสาวพิมพากล่าวว่า คงยังไม่เห็นในตอนนี้เพราะระบบธนาคารไทยแข็งแกร่งมากระดับเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง อยู่ที่16% เป็นระดับที่ไม่มีความจำเป็นต้องมีผู้เข้ามาร่วมทุน

 

          นายเรนโซ วีอากัส รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารอาร์เอชบี ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์แห่งใหม่จากมาเลเซียที่เพิ่งเข้ามาเปิดสาขาในประเทศไทย กล่าวว่า หลังจากเปิดสาขาแรกในประเทศไทย ธนาคารมีแผนที่จะเพิ่มจำนวนสาขาเป็น 3 แห่งในอีก 2 ปีข้างหน้า แต่หากโอกาสเหมาะธนาคารก็ไม่ปิดกั้นที่จะเข้าซื้อกิจการธนาคารพาณิชย์ไทย ซึ่งถ้าเกิดขึ้นก็จะทำให้การขยายธุรกิจและเครือข่ายของธนาคารเป็นไปอย่างรวดเร็วขึ้น และคงมองที่ธนาคารขนาดกลางหรือขนาดใหญ่มากกว่า

 

          เบื้องต้นการทำธุรกิจในประเทศไทยธนาคารจะมุ่งไปที่ลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอีและธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนสินเชื่อ 50/50 ของสินเชื่อรวม 2.5 พันล้านบาท แต่เมื่อมีความพร้อมมากขึ้นธุรกิจรายย่อยจะเป็นเป้าหมายต่อไปทั้งนี้เพราะรายย่อยคือกลุ่มธุรกิจหลักของธนาคารในมาเลเซีย

 

          แม้โอกาสการเติบโตในประเทศไทยจะสูง เห็นได้จากธนาคารต่างชาติหลายแห่งที่แม้จะถูกจำกัดสาขา แต่ก็เติบโตได้สูง ไม่ว่าจะเป็นซิตี้แบงก์ เอชเอสบีซี แต่การเข้ามาก็ต้องรับกับการแข่งขันที่สูง ดังนั้นธนาคารจึงไม่มีเป้าหมายที่จะเข้าไปแข่งขันทุกตลาด แต่จะมุ่งไปในธุรกิจที่ถนัดคือกลุ่มเอสเอ็มอีและธุรกิจขนาดใหญ่ โดยวางเป้าหมายเพิ่มสินทรัพย์เป็น2-2.5 หมื่นล้านบาท ภายใน 2 ปีนี้ จากปัจจุบัน 6.12 พันล้านบาท

 

          ผู้บริหารของธนาคารอาร์เอชบียังกล่าวอีกว่า ปัจจุบันมาเลเซียมีธนาคาร8 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งมีแนวทางเดียวกันคือการออกไปเติบโตต่างประเทศ ทั้งในอาเซียน จีน อินเดีย ที่สำคัญคือในอินโดนีเซีย ซึ่งมีประชากรสูงเป็น 4 เท่าของมาเลเซีย หรือในประเทศไทยเองธนาคารซีไอเอ็มบีก็เข้ามาแล้ว

 

          "นอกจากมาเลเซียแล้วประเทศอื่น ๆในอาเซียนก็มองในทิศทางเดียวกัน เช่นธนาคารสิงคโปร์ หรือแม้แต่ธนาคารกรุงเทพของไทยก็ไปเปิดสาขาในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น" นายเรนโซกล่าว

 

          ทั้งนี้ กลุ่มธนาคารอาร์เอชบีเป็นกลุ่มการเงินอันดับ 5 ของประเทศมาเลเซีย มีเครือข่ายสาขาราว 350 แห่ง ในมาเลเซียบรูไน ไทย สิงคโปร์ และเวียดนาม

 

          สินทรัพย์ในประเทศไทย ณสิ้นปี 2553 อยู่ที่ 6.121 พันล้านบาทมีกำไรก่อนหักภาษี 74.99 ล้านบาท มีฐานสินเชื่อ 2.51 พันล้านบาท ประกอบด้วย สินเชื่อเพื่อการค้า 53% สินเชื่อธุรกิจ46% ฐานเงินฝาก 2.29 พันล้านบาท เป็นเงินฝากประจำ 81% ออมทรัพย์ 14%และเงินฝากกระแสรายวัน 8%

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 6 - 8 มิ.ย. 2554

 

 

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ