Loading

กคช.ปรับองค์กรกู้วิกฤต จับมือเอกชนลงทุนบ้านแพ

วันที่ : 30 พฤษภาคม 2554
กคช.ปรับองค์กรกู้วิกฤต จับมือเอกชนลงทุนบ้านแพง

เปิดตัวกับสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการครั้งแรกสำหรับวิฑูรย์ เจียสกุล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ(กคช.) หลังจากนั่งเก้าอี้ผู้ว่าการเพียง 20 วัน กับการจัดการแก้ปัญหาหนี้สะสมก้อนโตที่สูงถึง 40,000 ล้านบาท รวมถึงการหารายได้เข้าองค์กร โดยมีเป้าหมายพลิกผลประกอบการเป็นบวกทั้งปีนี้ และปีต่อๆไป ซึ่งจะทำให้องค์กรสามารถเลี้ยงตัวเองต่อไปได้ โดยไม่ต้องเป็นภาระรัฐบาล

วิฑูรย์ กล่าวว่า หนี้สินของกคช.ที่เคยมีมากถึง 80,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการลงทุนโครงการบ้านเอื้ออาทรตามมติคณะรัฐมนตรี ที่ให้กคช.ก่อสร้างจำนวน 281,556 หน่วย ปัจจุบันก่อสร้างแล้ว 242,149 หน่วย และต้องก่อสร้างอีกกว่า 40,000 หน่วย ซึ่งจะก่อสร้างแล้วเสร็จ และทยอยส่งมอบได้หมดในปี 2556 ซึ่งหลังจากนั้นกคช.ก็ไม่ต้องลงทุนบ้านเอื้ออาทรที่เป็นต้นเหตุหลักให้กคช.ต้องประสบปัญหาขาดทุนอีก และกคช.ก็สามารถลงทุนโครงการที่อยู่อาศัยระดับราคาปานกลางเพื่อสร้างรายได้เข้าองค์กรได้

สำหรับแผนการพลิกฟื้นให้กคช.ก็สามารถเดินหน้าต่อไปได้นั้น กคช.ฯ จะดำเนินการตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนพลิกฟื้น ของกคช. เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2554 และเห็นชอบให้คงธุรกรรมโครงการบ้านเอื้ออาทรไว้ที่กคช.ต่อไป โดยกคช.จะต้องดำเนินการอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อองค์กรในอนาคต ซึ่งแผนพลิกฟื้นกคช. ประกอบด้วย แผนบริหารจัดการโครงการบ้านเอื้ออาทรจะดำเนินการจัดสร้างโครงการบ้านเอื้ออาทรให้

แล้วเสร็จตามที่ ครม.อนุมัติ จำนวน 281,556 หน่วย ภายในปี 2556 ปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ 253 โครงการ 242,149 หน่วย

แผนบริหารจัดการทรัพย์สินรอการพัฒนาเป็นการพัฒนาสินทรัพย์รอการพัฒนาของโครงการบ้านเอื้ออาทร จำนวน 143 โครงการ แบ่งกลุ่มการพัฒนาออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทรัพย์สินที่มีศักยภาพ ดำเนินการในช่วงปี 2554-2558 จำนวน 67 โครงการ จำนวน 35,879 หน่วย

วงเงินลงทุนรวม 31,659.021 ล้านบาท ในระยะแรกจะจัดทำโครงการ 29 โครงการ 17,634 หน่วย และกลุ่มทรัพย์สินที่จะดำเนินการภายหลังปี 2558 มีเป้าหมายดำเนินการ จำนวน 76 โครงการ โดยจะเร่งนำที่ดินออกขายในปี 2555 จำนวน 23 โครงการ 1,500 ไร่ มูลค่า 2,000 ล้านบาท รวมทั้งพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยตั้งแต่ปี 2558 จำนวน 53 โครงการ 62,325 หน่วย

ส่วนแผนเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน มีเป้าหมายที่จะเพิ่มรายได้จากการบริหารอาคารเช่า จำนวน 51,733 หน่วย รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารหนี้ การบริหารชุมชน และการพัฒนาชุมชน และแผนการปรับโครงสร้างองค์กรจะทำให้องค์กรมีขนาดเล็กลง เพื่อความคล่องตัวในการดำเนินงาน และสอดรับกับบทบาทใหม่ 3 บทบาทหลัก ได้แก่ บทบาทเชิงสังคม บทบาทเชิงพาณิชย์ และหน่วยงานเฉพาะกิจ

ส่วนโครงการร่วมลงทุนกับภาคเอกชน กคช.มีแผนจะดำเนินการ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทที่ดินที่มีศักยภาพสูงจะจัดทำเป็นโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ โดยเปิดให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการและแบ่งผลประโยชน์ที่ได้รับให้กับกคช. เช่น พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และภูเก็ต ส่วนประเภทที่ดินที่มีศักยภาพปานกลาง จะเปิดให้เอกชนเข้ามาพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัยหรือโครงการเชิงพาณิชย์ โดยมีแผนจะดำเนินโครงการร่วมทุนทั้งสิ้น 11 โครงการ ประกอบด้วย โครงการที่มีมูลค่าน้อยกว่า 1,000 ล้านบาท 10 โครงการ ได้แก่ โครงการร่มเกล้า, ชลบุรี(ชัยพรวิถี), ระยอง (บ้านฉาง 2) ,เชียงใหม่(หนองหอย 2), เชียงใหม่(ดอยสะเก็ด) ,กระบี่, ตรัง, ภูเก็ต 2 ,ภูเก็ต (เทพกระษัตรี) และโครงการภูเก็ต(ถลาง)

โครงการที่มีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านบาท ได้แก่ โครงการเมืองใหม่บางพลี ขณะนี้ได้ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ และผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการกคช.เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะประกาศเชิญชวนให้ภาคเอกชนที่สนใจร่วมลงทุนกับกคช.ประมาณเดือนกันยายน 2554

นอกจากนี้กคช.ยังมีแนวคิดในการจัดทำโครงการที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้โครงการชุมชนรักษ์สิ่งแวดล้อม (ECOVILLAGE) เป็นโครงการที่กคช.จะนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชน ยึดหลัก "การพึ่งพาตนเองเพื่อความเข้มแข็งของชุมชนในระยะยาว" ซึ่งแนวทางการออกแบบจัดทำโครงการจะเน้นการใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงาน รวมทั้งสนับสนุนแนวคิดวิสาหกิจเพื่อสังคมชุมชน (Social Enterprise) มาใช้ในชุมชนที่อยู่ในความดูแลของกคช.เพื่อให้ชาวชุมชนผลิตสินค้าไว้ใช้เองในชุมชน ภายใต้กระบวนการผลิตที่ไม่เบียดเบียนสิ่งแวดล้อมและสังคม ตลอดจนส่งเสริมให้ชาวชุมชนร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นชุมชนสีเขียว (Green Community) รวมทั้งมีการจัดวางผังชุมชนที่ดี ทั้งนี้ จะดำเนินการในโครงการ ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และส่วนภูมิภาค จำนวน 29 โครงการ

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ